พลังงานขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยขับเคลื่อน Lexus Driving Signature ให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้นหนึ่งในคุณสมบัติพื้นฐานของรถยนต์เลกซัสทุกคันคือ
Lexus Driving Signature หรือประสบการณ์การขับขี่ที่เราตั้งใจปรับแต่งให้รู้ใจผู้ขับ ควบคุมได้ตามใจปรารถนา ตอบสนองอย่างเฉียบคมทุกการสั่งการ มอบความเพลิดเพลินในทุกการขับขี่ ทั้งขณะเหยียบคันเร่ง บังคับพวงมาลัย และลดความเร็ว ซึ่งเมื่อนำคุณสมบัติเหล่านี้มาผนวกกับเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าที่เราพัฒนาขึ้นอย่างประณีต จะได้รับความรู้สึกที่
“เป็นธรรมชาติ” เมื่อขับเลกซัส
RZ ทั้งจากการควบคุมแรงบิดของมอเตอร์ด้วยความแม่นยำสูง การวางตำแหน่งมอเตอร์ และแบต เตอรีไฟฟ้าที่เหมาะสม ส่งผลให้รถมีการกระจายน้ำหนักที่สมดุล และตอบสนองได้อย่างฉับไว การส่งกำลังแบบ
DIRECT4 AWD (ขับเคลื่อนสี่ล้อ) ที่กระจายแรงขับให้ล้อหน้า และล้อหลังได้ตามสภาพการขับขี่ในแต่ละขณะ นี่คือรถยนต์ที่จะใช้งานได้อย่างใจ และนี่คือ
Lexus Driving Signature ในรูปแบบใหม่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเคย
- DIRECT4 ควบคุมการกระจายแรงขับโดยประมวลข้อมูลจากความเร็วล้อ การเร่ง และเซ็นเซอร์องศา
พวงมาลัย เพื่อปรับอัตราการกระจายแรงขับระหว่างล้อหน้า และล้อหลังให้อยู่ระหว่าง 100:0 และ 20:80 (ล้อหน้า:ล้อหลัง) ช่วยให้รถออกตัวได้อย่างปราดเปรียว เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ และลดการใช้พลังงาน รวมทั้งยังช่วยให้ผู้ขับ และผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนมุมมองไปมาโดยไม่จำเป็นขณะรถเคลื่อนตัว จึงลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่และเพิ่มความสบายในการโดยสาร เมื่อออกตัวขณะจอดหรือทำความเร็วในทางตรง ระบบ DIRECT4 จะช่วยให้ทะยานไปข้างหน้าได้อย่างเฉียบคม ขณะเข้าโค้งระบบจะปรับการจ่ายกำลังขับเพื่อช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นคง รวมทั้งเพลิดเพลินกับสมรรถนะการเข้าโค้งที่นุ่มนวล- การควบคุมการทรงตัวขณะเบรก ระบบเบรกของ RZ ควบคุมไฮดรอลิกด้วยไฟฟ้า แยกอิสระจากกัน
ทั้ง 4 ล้อ และประสานการป้อนกำลังไฟกลับเข้าแบตเตอรีไฟฟ้าจากการเบรกของล้อหน้า และล้อหลังได้อย่างราบรื่น ส่วนระบบควบคุมการทรงตัวขณะเบรกจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ผ่านการควบคุมเบรกที่ไปตามแรงกดของเท้าอย่างแม่นยำ รวมทั้งเพิ่มความรู้สึกมั่นคงผ่านการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้า และล้อหลังที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น การที่ระบบช่วยควบคุมรถให้นิ่งยังช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องส่ายสายตาไปมา จึงควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วย- ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี (BEV) ให้สมรรถนะที่ทรงพลังพร้อมระยะทางการขับที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง ขับเคลื่อนด้วยระบบ 4 ล้อไฟฟ้าโดยใช้เพลาขับไฟฟ้า eAxles ทั้งกับล้อคู่หน้า และคู่หลัง และพละกำลังจากแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนความจุสูงที่มาพร้อมระบบหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพ เพลาขับไฟฟ้า eAxles ของ RZ เป็นการควบรวมทั้งมอเตอร์ เพลาส่งกำลังไฟฟ้า และตัวแปลงไฟเข้าด้วยกันเป็นหน่วยเดียว มีขนาดกะทัดรัดเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเอื้อพื้นที่ให้ห้องโดยสาร รวมทั้งดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว เพลา eAxle ที่ล้อหน้าประกอบอยู่ในกล่องทรงสั้นวางตัวตามแนวยาว ส่วนที่ล้อหลังติดตั้งอยู่ต่ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ห้องโดยสาร และที่เก็บสัมภาระท้ายรถ แบตเตอรีไฟฟ้าแม้จะมีขนาดใหญ่แต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนเดียวกับโครงสร้างตัวถัง จึงช่วยดึงจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำ เพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง และยังเพิ่มพื้นที่ให้ห้องโดยสาร พร้อมด้วยระบบหล่อเย็นที่ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ทำความเย็นได้ดีเยี่ยม และยังช่วยด้านความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพในการให้กำลัง และการ ชาร์จไฟ รวมทั้งยืดอายุแบตเตอรีให้ยาวนาน ส่วนระบบทำความร้อนให้แบตเตอรีช่วยให้ชาร์จไฟได้รวดเร็วท่ามกลางอากาศหนาวเย็น
- การชาร์จไฟฟ้า ชุดชาร์จไฟของของ RZ ติดตั้งมาพร้อมตัวรถ มาพร้อมมาตรวัดระดับการชาร์จ ไฟแจ้งสถานะการชาร์จ ระบบล็อคฝาปิดช่องชาร์จขณะจอด และระบบล็อคหัวชาร์จติดกับช่องชาร์จเพื่อการชาร์จที่ปลอดภัยสำหรับทั้งไฟกระแสตรง (DC) และกระแสสลับ (AC) นอกจากนั้นยังมีโหมด My Room สำหรับเปิดใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่นระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงในขณะชาร์จไฟรถ โดยไม่ต้องกังวลว่าไฟในแบตเตอรีจะหมด *โหมดมายรูมไม่สามารถใช้งานได้ขณะชาร์จแบบ V2H หรือชาร์จด้วยแหล่งพลังงาน V2H
- การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ช่องเสียบหัวชาร์จแบบ DC เป็นแบบควิกชาร์จ ติดตั้งอยู่ที่บังโคลนหน้าด้านซ้าย รองรับกำลังไฟได้สูงสุดถึง 150kW จึงชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว
- การชาร์จด้วยไฟกระแสสลับ (AC) ช่องเสียบหัวชาร์จแบบ AC ติดตั้งอยู่ที่บังโคลนหน้า สามารถเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้านที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือเสียบกับแท่นชาร์จไฟกระแสสลับแล้วชาร์จไฟเข้ารถได้ตามปกติ สามารถตั้งเวลาการชาร์จไฟอัตโนมัติได้ 2 รูปแบบคือ ตั้งเวลาเริ่มชาร์จ ระบบจะเริ่มชาร์จไฟตามเวลาที่กำหนด หรือตั้งเวลาที่จะออกเดินทาง ระบบจะชาร์จไฟให้เต็มภายในเวลาที่กำหนด
- ความแข็งแกร่งของตัวถังรถ ข้อต่อ และจุดเชื่อมของโครงสร้างตัวถังใช้การยึดด้วยสกรูว์และหมุดเลเซอร์ (Laser Screw Welding และ Laser Pinning Welding) เพื่อให้แข็งแกร่ง และช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถรวมทั้งความสบายขณะโดยสาร และยังป้องกันการบิดตัวของกรอบประตูฝาท้ายโดยการใช้โครงสร้างแบบวงแหวนสองชั้นร่วมกับโฟมความแข็งแกร่งสูงอีกด้วย
- ตัวถังน้ำหนักเบา ตัวถังของ RZ มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งสูง โดยเสาคู่หน้า คู่กลาง และรางคู่หน้าทำจากโครงสร้างชนิดผสมผสานที่นำโลหะแรงดึง 1.8GPa และ 1.5GPa มาทับซ้อนกันและเชื่อมเข้าด้วยกันขณะเป็นแผ่นเรียบ แล้วจึงนำมาปั๊มขึ้นรูปร้อนตามทรงที่ต้องการ ส่วนแกนกลางหลังคาใช้เหล็กแผ่นค่าความต้านทานแรงดึงสูง 1,470MPa ฝากระโปรงหน้าใช้อลูมินัมน้ำหนักเบา ประตู ซุ้มล้อ และวัสดุตกแต่งประตูฝาท้ายขึ้นรูปจากโฟมเรซินที่มีน้ำหนักเบาเช่นกัน
- ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท และด้านหลังเป็นแบบปีกนกคู่พร้อมเทรลลิงอาร์ม ระบบกันสะเทือนหน้าใช้ตัวดูดซับแรงกระแทกชนิด FRD II ที่ปรับการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแกนโช้คได้หลายระดับตามแต่ละสภาพพื้นผิวถนน ทั้งช่วยให้รถมีความมั่นคง ควบคุมได้ง่าย และยังนุ่มนวลนั่งสบายอีกด้วย ซึ่งการนำตัวดูดซับแรงกระแทก FRD มาใช้กับโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรถ BEV โดยเฉพาะทำให้เลกซัสสามารถคงเอกลักษณ์ของ Lexus Driving Signature เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
- อากาศพลศาสตร์ RZ ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า BEV โดยกำเนิดการลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (ค่า Cd) จึงมีผลต่อระยะการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งโดยด้านบนหลังคาของ RZ มีสปอยเลอร์ที่ช่วยสร้างลมหมุนตามยาวเพื่อลดแรงลมต้านบนตัวถัง และลมขวาง ช่วยให้ตัวรถนิ่ง และมั่นคงขณะขับขี่ กึ่งกลางหลังคาออกแบบให้ไล่ลมจากกระจกหลังไปยังท้ายรถได้อย่างราบรื่น ที่ด้านท้ายมีสปอย์เลอร์สั้น (duck tail) ทีคอยกระจายลมด้านท้ายอย่างสมดุลพร้อมทั้งกดท้ายรถให้นิ่งขณะใช้ความเร็ว ใต้ท้องรถปิดด้วยฝาครอบแบบเรียบเพื่อลดแรงต้านลม พร้อมรอยบุ๋มเพื่อสร้างลมหมุนขนาดเล็กใต้ท้องรถ ช่วยเพิ่มความรู้สึกเกาะถนน และเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ นอกจากนั้นฝากระโปรงหน้าที่อยู่ต่ำ และการไม่จำเป็นต้องมีช่องดักลมที่กระจังหน้า ยังช่วยให้อากาศพลศาสตร์ของ RZ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น