Claire’s แบรนด์เครื่องประดับและอัญมณีสำหรับผู้หญิง จับกลุ่มอายุตั้งแต่ทารกถึงวัยรุ่น มี Itemsครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า (Head to Toes)
ถามผู้ชาย คงไม่มีใคร Admired
ถาม Baby Boomers อาจไม่มีใครรู้จัก
Claire’s เดิมชื่อ Claire’s Boutiques และ Claire’s Accessories กิจการเริ่มเมื่อปี 2504 เป็นร้านค้าปลีกเครื่องประดับ และของเล่นสัญชาติอเมริกันมีสินค้าครอบคลุมแทบทุกกลุ่มอายุต่างๆ ตั้งแต่ทารกจนถึงวัยรุ่น ลูกค้าสามารถค้นหาตุ้มหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กระเป๋า เครื่องประดับผม เครื่องประดับแฟชั่น ตุ๊กตาสัตว์ เครื่องสำอาง และสินค้าลิขสิทธิ์ ทั้งหมดปรับเปลี่ยนจากการติดตามเทรนด์แฟชั่นใกล้ชิด
การปรับตัวครั้งล่าสุดหลังโควิดสงบ คือการปรับยุทธศาสตร์ Narrow Down โฟกัสไปที่กลุ่ม Zalphas
สำหรับลูกค้าจำนวนมากในช่วงอายุหนึ่ง Claire’s เป็นแบรนด์ที่กระตุ้นความรู้สึกคิดถึงอดีต เช่น การเจาะหู ซื้อเครื่องประดับอินเทรนด์ชิ้นแรก สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์อยู่ใกล้ เป็นที่รัก คือคนส่วนใหญ่มักมีประสบการณ์กับสินค้าและบริการช่วงที่มีกิจกรรมสำคัญในชีวิต
Kristin Patrick ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Claire’s กับ Leslie Ghize รองประธานบริหารฝ่ายที่ปรึกษาแบรนด์ Doneger | Tobe ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ Claire’s ทำเพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อยในปัจจุบัน
Kristin Patrick ผู้คร่ำหวอดในวงการค้าปลีกเคยทำงานที่ The Walt Disney Co., Calvin Klein, Gap, Lucky, Revlon และ PepsiCo ถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อกำหนดทิศทางแบรนด์ใหม่ อารัมภบทว่า Claire’s บริษัทอัญมณีและเครื่อง ประดับอายุ 62 ปี ยังคงครองใจลูกค้า เป็นเพราะเน้นความสดใหม่ และความสนุกสนานให้คนทุกรุ่น
Claire’s เป็น Global Brand ที่ทรงพลังด้านการให้ลูกค้าแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง พวกเขาโดดเด่นเรื่องการ สร้างสรรค์เครื่องประดับแฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรอย่างดี รวมถึงบริการเจาะหู ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็น Signature ของ Claire’s โดยดำเนินการภายใต้ชื่อ 2 แบรนด์ คือ Claire’s และ ICING
ICING มีเป้าหมายอยู่ที่ผู้หญิงอายุ 19–28 ปี สินค้าราคาสูงขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังมีสินค้าอย่าง เทียน เครื่องประดับวันเกิด เครื่องประดับ สำหรับทั้งงานสละโสดและงานแต่งงาน รวมถึงรองเท้า
ปี 2564 Claire’s เติบโต 53% มีรายรับ 1,200 ล้านดอลลาร์ ปี 2565 มีพัฒนาการที่มีนัยสำคัญมาตลอด เริ่มจากเดือนมกราคม เปิดตัวบริการใหม่ Click & Collect เน้นขยายประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบหลายมิติ โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลาและรับสินค้าในวันเดียวกัน
Patrick, CMO Claire’s ให้ข้อมูลว่า Same-day Click & Collect ใช้ประโยชน์จากการบริหารสินค้าคงคลังและมอบความสะดวกสบายด้วยการรับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมงในอังกฤษและ 2 ชั่วโมงในสหรัฐอเมริกา
ปลายเดือนกันยายน 2565 Claire's ขยายความร่วมมือต่อเนื่องกับ Walmart โดยนำเทรนด์แฟชั่น เครื่องประดับเครื่องประดับผม ขวดน้ำ สมุดไดอารี่ กระเป๋า ฯลฯ มาสู่ร้านค้าเพิ่มเติม ทำให้มีสินค้าวางจำหน่ายใน Walmart กว่า 2,500 แห่ง บน Walmart.com และในร้านของ Claire ใน Walmart อีกกว่า 360แห่งทั่วประเทศ
ปัจจุบันกลยุทธ์ทางการตลาดของ Claire’s เน้นไปที่ Gen Z และ Gen A (Alphas)หรือที่ Patrick เรียกว่า “Gen Zalphas” ส่วนหนึ่งหมายถึงการไปในที่ที่ลูกค้ายุคใหม่ใช้เวลาไปกับมัน เช่น TikTokและ Metaverse เมื่อเดือนตุลาคม 2565 Claire’s เปิดตัว ShimmerVille บน Roblox โลกดิจิทัลสำหรับค้นหา ทำงาน เล่น ซื้อของ ติดต่อกับเพื่อนๆ
สมาชิกชุมชนสามารถแต่งตัวอวตารของพวกเขาด้วยเครื่องประดับและเครื่องประดับที่หาซื้อได้ในชีวิตจริงที่ร้านค้าของ Claire's ซึ่งจะรวมพลังกับพันธมิตรแบรนด์ผ่านสินค้ารุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น สัตว์เลี้ยงที่ไม่ซ้ำแบบใคร บ้านที่มีธีม เกม และกิจกรรมต่างๆ ข้อมูลสิ้นสุด มกราคม 2566 มีผู้เข้าชมมากกว่า 3 ล้านคน
Kristin Patrick, CMO Claire’s เพิ่มเติมว่า ผลประกอบการที่ดีมาจากการปรับกลยุทธ์ เริ่มจากศึกษาความต้อง การและพฤติกรรมของ Gen Z และ Gen A จากนั้นใช้ข้อมูลนำมาคิดค้นสินค้าที่ตอบโจทย์
ข้อมูลที่ได้ทำให้ Patrick CMO Claire’s กับ Ghize รองประธานบริหาร Doneger | Tobe เห็นพ้องต้องกันว่า Generation Z (อายุ 14 - 27 ปี) และ Generation A (อายุไม่เกิน 13 ปี) เป็นเหมือน Sweet Spot ที่แสดงให้เห็นว่า สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
“คน Gen Z มีความคิดสร้างสรรค์สูง สนใจเรื่องใดก็ทุ่มสุดตัวหัวปักหัวปำ ชอบทำกิจกรรม ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ แต่ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความเป็น 2 ขั้ว โดยโควิด-19 เผยให้เห็นแก่นที่เคยซ่อนอยู่ในเปลือกไม้” Ghize กล่าว “มันช่วยอธิบายทัศนคติที่ทำให้พวกเขามาอยู่ร่วมกัน ทัศนคติที่ว่าเป็นได้ทั้ง 'เธอไม่เอาไหน - ยอมแพ้ไปเสียเถอะ' หรือตรงข้ามสุดขั้วอย่าง 'คุณเป็นคนสำคัญนะ – อย่ายอมแพ้ง่ายๆ'”
ด้านการติดตามพฤติกรรมจับจ่ายใช้สอย และความเห็นของลูกค้า Claire's ตั้งทีมที่ใช้ชื่อภายในว่า “Trend Spotters”เดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาว่าอะไรที่น่าจะเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมต่อไป การรับฟังลูกค้ายังช่วยให้สามารถวางแผนเกี่ยวกับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสไตล์เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน และแม้แต่สไตล์ร้านกาแฟที่ชอบ
“นี่เป็นคน Generation ที่บอกคุณว่าคิดอย่างไร” เธอกล่าว “เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาคุยเป็นประจำผ่านโซเชียลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ นอกจากนี้ เรายังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จึงได้รับข้อมูลต่อเนื่องว่าอะไรขายได้ และอะไรขายไม่ได้”
สำหรับ Claire’s การอยู่ในที่ที่ผู้บริโภคอยู่สำคัญมาก ล่าสุดจับมือกับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ ทั้ง Macy's, และ Galeries Lafayetteนำสินค้าและบริการของ Claire’s เข้าไปจำหน่าย และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเครือข่ายจัดหน่ายที่บริหารเอง ซึ่งมีอยู่กว่า 4,000 แห่งทั่วสหรัฐ
ที่มา
www.claires.com/