BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,568
VIEWS

ยาดม “Must Have Item” แข่งกันอย่างไร ในตลาดที่ใช้ไม่เคยหมดหลอด....

มี.ค. 24, 2566 R.Somboon
ว่ากันว่า สินค้าประเภทยาดม ถือเป็น Must Have Item ที่เมื่อค้นในกระเป๋าถือแล้ว อาจจะเจอสินค้าตัวนี้ควบคู่ไปกับสินค้าตัวอื่นๆ อย่างลิปมัน แต่สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือคนส่วนใหญ่มักจะใช้สินค้าตัวนี้แบบไม่หมดหลอด เพราะมันหายหรือลืมวางไว้จนหาไม่เจอ
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินมูลค่าตลาดตามข้อมูลของนีลเส็น ประเทศไทยแล้วพบว่า ตัวเลขของตลาดยาดมอยู่ที่ 1,160 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ขายเฉพาะช่องทางโมเดิร์นเทรด แต่ถ้าหากประเมินมูลค่าตลาดจากทุกช่องทางขายแล้ว โดยประเมินจากฐานประชากรคนไทยที่น่าจะใช้ยาดมกันไม่น้อยกว่า 10% และส่วนใหญ่จะซื้อกันมากกว่า 1 ชิ้น เพราะเป็นหนึ่งสินค้าที่หายบ่อย จึงประเมินด้วยตัวเลขขั้นต่ำที่คนละ 2 ชิ้น คำนวณกับราคาเฉลี่ยที่ราว 20-30 บาท ก็จะได้มูลค่าตลาดคร่าวๆ ได้ประมาณ 4,500 ล้านบาท
 
ที่น่าสนใจก็คือสินค้าที่เป็น Must Have Item อย่างยาดมนี้ ไม่ได้ใช้เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าที่คนในหลายประเทศให้ความนิยม โดยวันนี้ ยาดมบ้านเรากลายเป็นไอเทมเด็ดที่นักท่องเที่ยวมาไทยต้องหอบหิ้วกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ แน่นอนว่าส่งผลให้อุตสาหกรรมยาดมของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว


มีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ยาดม Peppermint Field (เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์) ภายใต้การผลิตและจัดจำหน่าย โดยบริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบัน พฤติกรรมการใช้ยาดมของคนไทยมีออกมา 2 รูปแบบ รูปแบบแรกจะเป็นพวกที่เรียกว่า “ฮาร์ด ยูสเซอร์” ที่จะมียาดมติดไว้ทั้งในที่ทำงาน ที่บ้านและในรถยนต์ เป็นกลุ่มที่ใช้เป็นประจำ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้บริโภคที่จะใช้เมื่อมีอาการ หรือมีความจำเป็นต้องเดินทาง จึงซื้อเพื่อติดตัวไว้ยามที่มีอาการเวียนหัว เมารถ เหนื่อยล้า เครียด
 
การทำตลาดยาดมจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างแบรนด์เพื่อให้เกิดการจดจำเป็นแบรนด์แรกๆ ขณะ เดียวกันเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะต้องทำให้สามารถซื้อได้ง่าย ที่สำคัญสุดก็คือจะทำอย่างไรให้สินค้าตัวนี้กลายเป็นมากกว่าแค่การสูดดมเพื่อแก้อาการวิงเวียน แต่ต้องเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทย
 
เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ เป็นอีกกรณีศึกษาของการทำตลาดในรูปแบบที่ว่านี้ โดยการเข้าตลาดตั้งแต่ต้นมีความพยายามที่จะขยายฐานแบรนด์ยาดมของตัวเองเข้าไปหากลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ด้วยการวางตัวเองเป็นยาดมในกลุ่มอะโรเมติกส์รายแรกๆ ในตลาดที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมาย และเน้นสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมการออกแบบแพ็กเกจ และการโฟกัสช่องทางจำหน่ายให้แตกต่างจากที่ตลาดเคยคุ้นเคย
 
ล่าสุดกับการทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท ดึงพีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร นักร้อง นักแสดงชื่อดัง มาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่มีการขยายให้กว้างมากขึ้นมาสู่กลุ่มวัยรุ่นและคนอายุ 35 ปีอัพที่มีไลฟ์สไตล์แบบ “Yong at Heart”
 
นอกจากจะมีการสื่อสารในทุกแพลตฟอร์มแบบรอบทิศทาง 360 องศาแล้ว ยังมีการใช้กลยุทธ์ Music Marketing Campaign ผ่านการทำจิงเกิ้ลเพลงที่มีคีย์เมสเสจคือ “ลมหายใจที่มีคุณภาพ” โดยพยายามฝังการจดจำในเรื่องของคุณภาพของสินค้าที่เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ เป็นยาดมรายเดียวในตลาดที่ใช้วัตถุดิบอย่างเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ออยล์ และเมนทอล เป็นส่วนผสมหลักไม่ได้ใช้พิมเสนอย่างยาดมทั่วไปในตลาด
การเลือกกลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง ผ่านจิงเกิ้ล ที่ตอกย้ำเมสเสจ “ลมหายใจที่มีคุณภาพ” นี้จะเป็นอีกแนวทางของการทำ Branding ที่เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ให้น้ำหนักมาตลอด โดยพยายามผลักดันให้แบรนด์ก้าวข้ามจากแค่ยาดมไปสู่การเป็นสินค้าที่อยู่ในทุกช่วงเวลาของผู้บริโภค
 
โดยความพยายามเน้นย้ำให้เห็นถึงเบเนฟิตที่ไม่เพียงแค่แก้อาการทั่วๆ ไป คือวิงเวียน ปวดหัวเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความหอม อะโรมาติก จากเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ออยล์ และเมนทอล ส่วนผสมหลัก ที่นิยมใช้ในศาสตร์ของกลิ่นบำบัด มีฤทธิ์เย็น ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย แก้อาการคัดจมูกวิงเวียนศีรษะ และยาดม Peppermint Field Black Inhaler (แบล็ค อินเฮเลอร์) จะมีกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหอม เข้ม คูล เย็นโล่งจมูก โดยยูคาลิปตัส ออยล์ ที่เพิ่มมากขึ้น 2 เท่า มีส่วนช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายอีกด้วย
 
“เราให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำ Branding มาตลอด โดยเอาไลฟ์สไตล์เข้ามาเป็นตัวช่วยผลักดัน การเลือกกลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้งมาใช้ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยตอกย้ำการรับรู้เรื่องฟังก์ชั่นนัลของสินค้าแล้ว ยังจะเป็นการช่วยในเรื่องของการสร้างความผูกพันด้านอารมณ์ผ่านเครื่องมือการสื่อสารแบรนด์อื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยทำให้แคมเปญนี้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”
 
แน่นอนว่า นอกจากเรื่องสื่อสารแบรนด์แล้ว เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของช่องทางขาย โดยมีการผลักดันสินค้าเข้าไปวางขายในทุกช่องทางที่เป็นเดสติเนชั่นของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ พยายามทำออกมาก็คือการใช้แบรนด์เป็นตัวนำ เนื่องจากตลาดนี้มีเรื่องของ ดิสทริบิวชั่นหรือการจัดจำหน่ายเป็นตัวนำมานาน โดยเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 24% การทุ่มงบ 20 ล้านบาทเพื่อรุกตลาดในครั้งนี้ มีการมองถึงการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 3 – 5% ภายในปี 2566 นี้
 
ขณะที่เบอร์ 1 ของตลาด ยังคงเป็นโป๊ยเซียนของบริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด มีส่วนแบ่งตลาดในมือราว 60%โดยบริษัทนี้จดทะเบียนบริษัทมาตั้งแต่ปี 2532 หลังจากที่มีฐานแรกเริ่มจากการทำธุรกิจนี้ในย่านเยาวราช นอกจากจะมี       แบรนด์โป๊ยเซียนแล้ว ยังมียาดม “พีเพ็กซ์” (PE-PAX) ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ถูกส่งเข้ามาในตลาด จุดแข็งอย่างหนึ่งของโป๊ยเซียนก็คือการพัฒนาสินค้าให้ออมาในรูปแบบ 2 in 1 ที่ใช้ได้ทั้งดมและทาในหลอดเดียวกัน คือนอกจากสูดดมแล้ว ยังสามารถใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้อีกด้วย ถือเป็นจุดขายที่กลายมาเป็นตัวช่วยสร้างภาพจำให้แบรนด์ได้อย่างเหนียวแน่น
 
แนวทางการทำตลาดของโป๊ยเซียน แทบจะไม่ต่างจากแบรนด์ผู้นำในกลุ่มสินค้าประเภทอื่นๆ เพราะผู้เล่นรายนี้มีการแตกไลน์สินค้าที่เกี่ยวเนื่องออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นยาดมตราโป๊ยเซียน ยาดมโป๊ยเซียนมาร์คทู (Mark II) พิมเสนน้ำตราโป๊ยเซียน (POY-SIAN) ยาหม่องผสมพญายอตราโป๊ยเซียน นอกจากนี้ยังมี ยาดมตราพีเพ็กซ์ (PE-PAX) และยาดมตราเพ็กซ์ (PAX) ที่เน้นทำตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
 
การครองตลาดอย่างเหนียวแน่นของโป๊ยเซียนนั้น นีลเส็น ประเทศไทย เคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดของยาหม่องและยาหม่องน้ำ และยาดม คนไทยจะซื้อเพียงไม่กี่ยี่ห้อ แล้วก็จะเลือกซื้อเพียงยี่ห้อที่มีชื่อเสียงเท่านั้น โดยมีพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภค คือใช้มานานจนติดกลิ่น ตลอดจนการใช้งานแล้วเห็นผล ทำให้ทั้ง 3 สมรภูมิ ต่างมีผู้นำตลาดที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และครองเบอร์ 1 มาอย่างยาวนาน โดยยาหม่องแบบบาล์ม จะมียาหม่องตาถ้วยทองเป็นเบอร์ 1 ขณะที่ยาหม่องน้ำ มีเซียงเพียวครองความเป็นผู้นำอย่างเหนียวแน่น
 
นั่นน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ เริ่มต้นทำตลาดจากการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานรุ่นใหม่ โดยพยายามใช้ความแตกต่างในตัวโปรดักต์และการทำ Branding อย่างต่อเนื่องเป็นตัวผลักดันสำคัญ
 
ถือเป็นอีกสีสันที่น่าจะทำให้ตลาดมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น....


ยาดม “Must Have Item” แข่งกันอย่างไร ในตลาดที่ใช้ไม่เคยหมดหลอด....

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact