นักธุรกิจในนิวยอร์ก ยิ่งรวย ยิ่งเงียบ ยิ่งถ่อมตัว และ ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบสุดๆ
ไม่ Show Off ไม่ตะโกนอวดรวยเหมือนบางประเทศ
ปีนี้จะเป็นการเจาะลึกนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในนิวยอร์ก
จนเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ยังนั่ง Subway ไปทำงาน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
และ Insight Young Milionnaire in New York
หลังจากนัดพูดคุยกับพี่ๆ มหาเศรษฐีคนไทยหลายคน โดยมีหัวหน้าแก๊ง คือ พี่เลนนี่ เจ้าของร้านอาหารไทยหลายแห่ง ในนิวยอร์ก และตึกทั้งตึกใจกลางแมนแฮตตัน ตอนนี้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบ พี่เขาก็ติดตามข่าวสารความเป็นไทยในสื่อออนไลน์จนตกใจว่า ทำไมคนไทยถึงโคตรรวย แต่ทุกอย่างที่คนไทยโชว์รวย เป็นที่ตลกของกลุ่มคนรวยในนิวยอร์ก แบบโคตรขำ แบบเศรษฐีอบต
จนสรุปได้ว่า
คนไทย อวดรวย Show Off ขับรถ Super Car โชว์รวยแบบสุดๆ แต่ดันอาศัยหรือมีบ้านอยู่แถวบางบอน บางบัวทอง รังสิต คลอง 6 แถบชานเมืองมึงเอาที่อยู่ มีบ้านอยู่ใจกลางเมืองก่อนนะ แล้วค่อยมาอวดรวย ถ้ามึงรวยจริง มึงต้องอยู่ทองหล่อ หรือสุขุมวิท ไม่เกินเอกมัย และทั้งกลุ่มก็หัวเราะ
พี่คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า พี่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมคนไทยต้องถือแก้วสตาร์บัคส์ หรือของกินและถ่ายรูปกับพวงมาลัยรถหรู ครับ...พี่ไม่เข้าใจจริงๆ จะโชว์รวยเหรอ พี่งงวัฒนธรรมอันนี้มาก และทั้งกลุ่มก็หัวเราะ
สิ่งที่งงสุดๆ คือการรีวิวทุกอย่างที่แพงๆ เช่น รีวิวการนั่ง First Class ก็เอาราคาปลอม มาอวด มาหลอก บอกว่านั่ง First Class เกือบล้านบาท คือโม้ไปไหม คนไทยบางคนก็เชื่อตามที่เขามาอวด มา Show Off มาอวย ทั้งๆ ที่ราคามันไม่ถึงขนาดนั้น พวกเราเวลาจะไปไหน ก็นั่งนะ แต่ไปช่วง Low Season และพยายามดีลราคาดีที่สุด ถ้าแพงเกินก็นั่ง Business เพราะพี่ๆ อายุก็มากแล้ว นั่งนานๆ แล้วปวดหลัง ปวดคอ ถ้าวัยรุ่นก็จะนั่ง Economy แล้ว เอาเงินที่เหลือไปอยู่โรงแรมดีๆ นี่คือวิธีคิดแบบพวกเรา เราถึงมีวันนี้

พี่อีกคนพูดขึ้นมาว่า มีอีกเรื่อง คือการ Show Off เรื่องอวด Profile โชว์เก๋า อันนี้โคตรขำ ทุกคนหัวเราะพร้อมกันทั้งกลุ่มสังเกตง่ายๆ ลองไปดู Facebook เพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่ใส่ Profile ยาวเหยียด เหมือนมึงจะมาสมัครงานผ่าน FB เหรอ เขียนประวัติการทำงานซะยาวกว่าหนี้ครัวเรือน ในไทยมึงจะเขียน Profile ยาวๆ หน้า Wall มึงเพื่ออะไร จะสมัครงานเหรอ หรือ Show Off ว่า เก่งมาก เก๋า ผิดกับวัฒนธรรมในนิวยอร์กเลย คนเก่งๆ เขาจะไม่บอกว่า เขามีหน้าที่การทำงาน ตำแหน่งอะไร เขาจะไม่บอกใคร จะให้คนที่สนใจไปสืบกันเอาเอง นี่คือวัฒนธรรมของชาวนิวยอร์ก เขาจะบอกแค่เขาอยู่ใน สถานะการเงินในสถานะอะไร ให้เห็นภาพ คือออมทรัพย์, ฝากประจำ, Wisdom, SCB First หรือ Private Banking แค่นี้ ก็ตอบหมดแล้วว่า การที่มี Profile ยาวเป็นกิโลๆ เอาความสามารถมาต่อยอดในอนาคตในฐานะการเงินได้ไหม และมีอีกอย่างที่นิวยอร์กเกอร์ใช้เช็กคความรวยกันคือทำเลที่อยู่อาศัย
สมมติว่าเจอกันใน Subway คุยกันไปมา คุยได้สักพักแล้วถามว่า บ้านอยู่แถวไหนหรือ ถ้าบอก Manhattan สันนิษฐานได้ก่อนว่า รวยจริง
พี่นักธุรกิจคนไทยคนหนึ่งบอกว่า ที่นิวยอร์ก ความเจ๋งของคนที่นี่ เขาจะวัดกันที่ทำเลที่อยู่อาศัย
Manhattan คือเจ๋งสุด เท่ากับทองหล่อบ้านเรา
ที่เหลือก็รองลงมา เช่น Brooklyn, Queen จะบอก Status ทางความรวยเลยว่า อยู่ในสถานะไหน

พี่ในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
คนไทยโคตรเปลือก จริงๆ นะ สังคมไทยตอนนี้โคตรสุด ธุรกิจสีเทาทั้งนั้น แทนที่จะนับถือความเก่ง ความสามารถ ใครรวยก็ดีไปหมด จะอ้วก นิวยอร์กเขาสนับสนุน นับถือคนที่มีความสามารถ และถ้ารวยก็จะถ่อมตัว ไม่ให้ใครรู้ว่ารวย
แต่สังคมไทยตอนนี้ สวนทางในทุกเรื่อง
ไม่ใช่ดูโชว์รวยแบบบ้านเรา คือขับ Super Car แต่อยู่บางคอแหลม บางบอน คลอง 7-8-9 โชว์ของกินกับพวงมาลัยรถหรู โชว์รวย แต่เงินฝากอยู่ในสถานะออมทรัพย์ หรือถ้ามี Wisdom ก็ทำประกัน ไม่ใช่เงินเย็น คือพวกอวดรวย พวกนี้ควรจะล้อแม่งกลับนะ สมควร Bully กลับ ให้แม่งเลิกนิสัยแบบนี้ อีเดียดมากจริงๆ Bully กลับให้พวกมันไม่กล้าที่จะอวด
แต่สังคมไทยไม่ใช่ไง ยิ่งสนับสนุน ส่งเสริม อวย ยกยอปอปั้น คนแบบนี้เลยขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เด็กรุ่นใหม่ อยากรวย อยากมี อยากเป็น ทำอะไรก็ได้ให้รวย ไม่สนอะไรในชีวิต
พี่คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
ที่นิวยอร์ก อภิมหาเศรษฐี คือโคตรรวยนะ Lifestyle จันทร์-ศุกร์ เขาจะเดินทางด้วย Subway ในวันทำงานกัน เสาร์-อาทิตย์ ขับรถ Super Car ไปต่างรัฐ และไม่ชอบมีคนขับรถ เท่าที่รู้จักนะ ส่วนใหญ่จะขับกันเอง เราจะเห็นเศรษฐีนิวยอร์กขับ Series 7, S Class, เบนท์ลีย์ เองกันเยอะ ถ้ามานิวยอร์กจะเห็นภาพชัดขึ้น มหาเศรษฐีนักธุรกิจในนิวอยอร์ก ตัวชี้วัดสถานะทางสังคม ไม่ใช่ขับรถหรู หรือนาฬิกาแพง 2 อันนี้เป็นแค่จุดเสริมรวยแค่นั้น ไม่ได้เหมือนสังคมไทย ที่เอา 2 สิ่งนี้มาโชว์รวยกันแบบบ้าคลั่ง

ตัวชี้วัดที่ 1 คือทำเลที่อยู่อาศัย คอนโดโครงการ ตึกไหน บอกได้หมดว่ารวยระดับไหน ที่อยู่อาศัย คือหัวใจ
ตัวชี้วัดที่ 2 คือสถานะการเงิน คนรวยนิวยอร์กส่วนใหญ่จะไม่ยอมบอกว่า ฉันรวยไม่ต้องการ Show Off และใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เป็นสถานะทางการเงินว่าอยู่ในกลุ่มไหน ออมทรัพย์, ฝากประจำ, Wisdom. SCB First หรือ Private Banking อันนี้ คือรากจริง ไม่ใช่รวยแบบไร้ราก โชว์รวยไปวันๆ
ตัวชี้วัดที่ 3 คือคมความคิด การ Encourage ผู้คน การสร้าง Impact แรงกระเพื่อมให้กับผู้คนในสังคม การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิด ทำให้สังคมมีแรงขับเคลื่อน นิวยอร์กจะนับถือคนเก่ง ที่มีความสามารถ และให้คุณค่ากับคนทุกเชื้อชาติที่เก่งจริง มหานครนี้ถ้าเป็นเรื่องของความเก่ง ความสามารถ ไม่มีเส้นสายแบบบ้านเรานะครับ เก่งคือของจริง
และนี่คือทั้งหมดในการสนทนา กับมหาเศรษฐี คนไทยในนิวยอร์ก ที่อยู่นิวยอร์กมากว่า 10-20 ปี จนเป็น Millionnaire มีธุรกิจ ทำธุรกิจในนิวยอร์ก และมองสังคมไทยเป็นเรื่องตลก เหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิต มีปม เลยต้องมาตะโกน โชว์รวย Show Off
พี่ๆ ในนิวยอร์ก สรุปให้ฟังคือ
ความรวยที่แท้จริง คือความสุขของการได้ทำในสิ่งที่รักในทุกวัน และมีความสุขในทุกวันของชีวิต โดยที่รายได้เกินรายจ่าย มีเงินเก็บออมในอนาคต ช่วยเหลือให้กำลังใจผู้คน Encourage ผู้คนให้มีพลังใจ เป็นที่ปรึกษาให้เขาต่อยอดอนาคต ให้กำลังใจ ถ่อมตัว ช่วยเหลือคน
นี่แหละความหมายของความรวยที่แท้จริง พวกเรานับถือคนแบบนี้ ไม่ใช่สังคมไทยในตอนนี้ โชว์รวยแบบมีปมด้อย
โชว์รวยแบบคลอง 6 -7-8-9
