ปฎิเสธไม่ได้ว่าการแข่งขันของตลาดขนส่งพัสดุในบ้านเราไม่แกร่งจริงอยู่ไม่ได้ เพราะจำนวนผู้เล่นที่มีอยู่ไม่กี่ราย บวกกับตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเติบโตเพิ่มทุกปี ส่งผลให้ตลาดขนส่งพัสดุมีการแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นในแบบที่เรียกว่า Red Ocean
ข้อมูลลจาก ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินธุรกิจขนส่งพัสดุในปี2566 มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องที่ 18% ด้วยมูลค่า1.15แสนล้านบาท ตามการเติบโตของตลาด E-Commerce โดยกลุ่มธุรกิจขนส่งพัสดุที่ต่อยอดมาจากธุรกิจ E-Commerce เติบโตก้าวกระโดด ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนส่งพัสดุดั้งเดิมอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว
ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาธุรกิจขนส่งพัสดุเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นช่องทางการกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคได้เร็ว โดยในปี 2561-2562 ธุรกิจขนส่งพัสดุมีมูลค่าในตลาดราว 4.6 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี โดยได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของตลาด E-Commerce ด้านการค้าปลีกและค้าส่งที่เติบโตกว่า 90% และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเกือบทุกด้าน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก มองว่าการจะลงไปเล่นในเรื่องของราคา อย่างตลาดฟู้ดดิลิเวอร์รี่ก็ต้องพร้อมรับมือกับต้นทุนและการขาดทุนในช่วงแรก หนำซ้ำเมื่อปรับราคาขึ้นก็อาจทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกใช้บริการผู้บริการอื่นๆ ได้
ลิลลี่ เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “เจแอนด์ที มีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดขนส่งพัสดุด่วนของประเทศไทย โดยการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรากำลังมุ่งสู่เป้าหมายทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เรายังยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการ ในฐานะเครือข่ายระดับโลก เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ทั้งการส่งพัสดุด่วน โลจิสติกส์ระหว่างประเทศและโซลูชันคลังสินค้า และได้ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคแล้วกว่า 2,500 ล้านรายทั่วโลก”
กลยุทธ์หลักของเจแอนด์ทีจึงเป็นการมุงเน้นการสร้างประสิทธิภาพในการรักษามาตรฐานและการจัดส่ง ด้วยการนำจ่ายพัสดุให้สำเร็จและทันเวลา เพื่อลดอัตราการตีกลับ ทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนที่เลี่ยงได้ รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพของพนักงานไปพร้อมๆ กับการรักษามาตรฐานและบริการการจัดส่ง เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการและเกิดการบอกต่อ
ปัจจุบันเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ให้บริการมาแล้วกว่า 8 ปีมีเครือข่ายครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราซิล และอียิปต์
ด้านการให้บริการในประเทศไทย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีเส้นทางการขนส่งพัสดุครอบคลุม 928 อำเภอ 77 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัด นอกจากนี้ศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ซึ่งมีเทคโนโลยีคัดแยกอัตโนมัติที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ปัจจุบัน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส มีประสิทธิภาพในการให้บริการขนส่งที่ตรงเวลามากขึ้นถึง 19% ส่งผลให้ยอดพัสดุเติบโตขึ้นกว่า 25% ในปี 2565 รวมถึงจำนวนพัสดุเพิ่มขึ้นถึง 33% ในเดือนมกราคม และจำนวนพัสดุเพิ่มขึ้นถึง 50% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย มุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น เจท ทรานสปอร์ท ด้วยบริการรถขนส่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อสร้างสมรรถนะในการขนส่งให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด เจแอนด์ที ฟูลฟิลล์เม้นท์ การจัดการคลังสินค้าอย่างเป็นระบบสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ พร้อมให้บริการคลังสินค้าและแพ็กสินค้า รวมถึงการส่งออก เพื่อสนับสนุนธุรกิจแบบ B2B และ B2C
นอกจากการจัดส่งด่วนภายในประเทศจะเป็นบริการหลักของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส แล้ว เจแอนด์ที อินเตอร์เนชั่นแนล ยังให้บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศครบวงจร ครอบคลุมบริการตั้งแต่ การรวมคลังสินค้าและการกระจายสินค้า พิธีการศุลกากร การผ่านด่าน รวมถึงการส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบกอีกด้วย