พักหลังมานี้เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเห็นการเรียกเก็บคุกกี้ก่อนเข้าชมเว็บไซต์เป็นแน่ แล้วทำไมเวลาเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ต้องมีการถามถึงคุกกี้ สงสัยกันไหม?
คุกกี้ที่ว่าไม่ได้หมายถึงขนมแต่อย่างใด แต่เป็นคำย่อมาจาก HTTP Cookie นิยมเรียกกันว่าเว็บคุกกี้หรือคุกกี้ หมายถึงกลุ่มของข้อมูลที่ถูกส่งจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มายังเว็บเบราเซอร์ และถูกส่งกลับมายังเว็บเซิร์ฟเวอร์ทุกๆ ครั้งที่เว็บเบราเซอร์ขอข้อมูล กล่าวคือ ทุกๆ พฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์จะถูกจดจำไว้ หลังจากที่คุณกดยอมรับคุกกี้ เมื่อคุณกลับเข้ามาเว็บไซต์ที่เคยกดยอมรับคุกกี้ไว้แล้ว ไฟล์ที่ถูกบันทึกไว้ก็จะถูกเรียกใช้งาน ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้สะดวกขึ้น
ตัวอย่างการใช้งานคุกกี้ เช่น ใช้เพื่อจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้เวลาที่ผู้ใช้เข้าเว็บครั้งล่าสุด ข้อมูลสินค้าที่ผู้ใช้เลือกไว้ ข้อมูลในคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บไซต์สามารถจดจำผู้ใช้ได้แต่ไม่สามารถส่งคำสั่งมาประมวลผล หรือส่งไวรัสคอมพิวเตอร์ผ่านคุกกี้ได้ และมีเพียงเซิร์ฟเวอร์ที่สร้างคุกกี้นั้นๆ เท่านั้นที่จะสามารถอ่านค่าของคุกกี้ดังกล่าวได้
ที่น่าสนใจ คือไม่ใช่ทุกเว็บไซต์ที่ผู้บริโภคจะยอมให้ฝั่งผู้สร้างเข้าถึงข้อมูล แล้วต้องเป็นเว็บไซต์ประเภทไหนล่ะที่คนจะยอมเผยแพร่ข้อมูล?
จากข้อมูลของ IAS พบว่าผู้บริโภคเต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลของตนกับเว็บไซต์ช้อปปิ้งมากที่สุด เพื่อประสบการณ์โฆษณาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น รองลงมาคือเว็บไซต์สตรีมวิดีโอและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ในฝั่งผู้บริโภคการเปิดใช้งานคุกกี้นอกจากจะทำให้เราใช้งานหน้าเว็บสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยิ่งเป็นเว็บไซต์ที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำก็จะสามารถช่วยในการจดจำ Username และ Password ต่างๆ รวมถึงข้อมูลต่างๆที่จะทำให้การ Login สะดวกมากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นต้น ในทางกลับกันอาจหมายถึงการยินยอมให้ผู้สร้างเว็บไซต์สามารถเข้าถึงและเก็บข้อมูลอันมีค่าของเราไปได้
ส่วนในฝั่งเจ้าของเว็บไซต์การเก็บข้อมูลคุกกี้ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้เยี่ยมชม เพื่อนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หรือสามารถเก็บข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ตลอดจนนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจในอนาคตต่อไป