ความพยายามในการสร้างจุดลงตัวของศูนย์การค้าในเครือบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่มี วัลลภา ไตรโสรัส ลูกสาวเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี นั่งแท่นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยังคงมี ออกมาอย่างต่อนเนื่อง
ล่าสุด มีการปรับโฉมศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ จากศูนย์การค้าไอที มาสูการเป็นศูนย์การค้าที่ขายส่งสินค้า ในกลุ่มอาหาร ภายใต้แบรนด์ใหม่ คือเออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ (AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM) ที่เป็นเสมือนการ ปิดฉากศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ที่เป็นศูนย์รวมสินค้าไอทีที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 3 ทศวรรษ
การปรับโฉมของพันธุ์ทิพย์ มีมาตั้งแต่ปี 2563 โดยในครั้งนี้ มีการออกมาแถลงข่าวถึงการปรับโฉม พร้อมรีแบรนด์ ใหม่เป็น AEC Trade Center – Pantip Wholesale Destination ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนย์กลางค้าส่งของอาเซียน ก่อนที่โครงการจะหยุดชะงักหลังการแพร่ระบาดของโควิด – 19

ศูนย์การค้าแห่งนี้ถือเป็นอีกศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของ AWC ที่ดูแลธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า โดยมี ศูนย์การค้าหลายแห่งในเครือ และพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกผลกระทบจากการเข้ามามีบทบาทของ “ออนไลน์” ที่ทำให้การหาซื้อสินค้าไอทีทำได้ง่ายขึ้น
แต่ดูเหมือนว่า การออกมาประกาศปรับโฉมในครั้งแรกจะมีภาพที่ไม่ค่อยชัดเจนนัก จนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ก่อนที่จะนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง ด้วยภาพและจุดขายที่ชัดเจนขึ้น โดยไม่ได้เป็นแค่ศูนย์การค้าที่รวบรวมเอาผู้ประกอบ การธุรกิจอาหารเข้ามาเปิดร้านในศูนย์เท่านั้น
แต่ทำออกมาเป็น O2O หรือออฟไลน์ ทู ออนไลน์ – ออนไลน์ ทู ออฟไลน์ ที่จะใช้ตัวศูนย์การค้าดึงผู้ซื้อและ ผู้ประกอบการเข้ามาพบกัน ก่อนที่จะสร้างโอกาสในการขายผ่านออนไลน์ โดยจะมีการสร้างแพล็ตฟอร์มที่เป็น Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ดึงร้านค้าและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานของรัฐและพันธมิตรจากต่างประเทศอย่าง อี้อู (Yiwu) ผู้พัฒนาและ บริหารตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากเมืองอี้อู สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาร่วมเพื่อช่วยกันขับเคลื่อน การเติบโต
เรียกได้ว่า เป็นการหยิบเอาเทรนด์ของ O2O ที่เป็นทิศทางของค้าปลีกทั่วโลกรวมถึงบ้านเรา เข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้ ผู้ประกอบการที่เข้ามาเช่าพื้นที่สามารถสร้างโอกาสในการขาย ผ่านการใช้ตัวศูนย์การค้าเป็นแม่เหล็กในการดึงผู้ซื้อก่อน ต่อยอดไปสู่การขายในระยะยาวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่พัฒนาขึ้น

วัลลภา บอกว่า แนวคิดนี้ ถือเป็นเทรนด์ของการทำธุรกิจในปัจจุบันที่จะเป็นการเติบโตไปด้วยกันทั้งผู้ประกอบการ รายเล็กและรายใหญ่ โดยจุดเริ่มต้น มาจากการมองเห็น Pain Point ของ AWC เอง ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีธุรกิจ โรงแรมมากมาย มียอดการสั่งซื้อสินค้าประเภทอาหารปีละกว่า 3,000 ล้านบาท และ Pain Point ที่มักจะเจอ จะเป็นปัญหา เดิมๆ คือเรื่องของการ Sourcing สินค้า การมีแพลตฟอร์ที่รวบรวมผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารมาไว้ที่เดียวกัน จึงน่าจะช่วย แก้ Pain Point ในเรื่องดังล่าวนี้ได้
“วัตถุดิบอาหารในภูมิภาคอาเซียนปี 2566 นั้นคาดว่าจะไปแตะ 25 ล้านล้านบาท เฉพาะในไทยคาดมีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท และยังมีแนวโน้มจะโตเฉลี่ย 6.9% ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ทำให้ธุรกิจอาหารเป็นตลาดที่น่าสนใจ การมีแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อทั้งตลาดไทย อาเซียน และตลาดระดับโลกได้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงยอดการสั่งซื้อจำนวนมหาศาลนี้ได้ และจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อน การเติบโตแบบยั่งยืนได้ในระยะยาว”
ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศโครงการนี้ขึ้นมา ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารของบ้านเรา จะใช้งานแสดงสินค้า เป็นตัวเชื่อมต่อเข้าหาผู้ซื้อจากทั่วโลก อาทิ งาน THAIFEX ที่จัดเป็นประจำทุกปี แต่ในครั้งนี้ เป็นการทำศูนย์การค้าให้เป็น เดสติเนชั่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาเจอกันในศูนย์การค้าที่ทำหน้าที่เป็น Physical Store ก่อนส่งต่อการซื้อ- ขาย ไปยังแพลต ฟอร์มที่สร้างขึ้น โดยวัลลภา บอกว่า AWC ในฐานะผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกจะได้รายได้จากค่าเช่า และไม่มีการหัก เปอร์เซ็นต์จากการซื้อขาย ซึ่งผู้ประกอบการที่จะขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มจะต้องเข้ามาเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าก่อน
โดย AEC Food Wholesale Pratunam” ใช้เงินลงทุน 6,500 ล้านบาท มีพื้นที่ขาย 67,000 ตร.ม. 6 ชั้น และที่ดิน ด้านหลังอาคารมาบริหารการค้าส่ง โดยมีส่วนสำคัญๆ ภายในอาคาร ได้แก่ พื้นที่ร้านค้าทั้งหมด 600 ร้าน พื้นที่ร้านค้า ส่วนกลางสำหรับรายกลาง-รายย่อย (Shared Shop), ฮอลล์จัดโปรโมชั่น/อีเวนท์พิเศษ, ครัวกลางในการทดสอบชิมวัตถุดิบ (Taste Kitchen), ศูนย์เจรจาทางธุรกิจและอำนวยความสะดวกในการนำเข้า-ส่งออก, คลังสินค้า และพื้นที่ขนถ่ายสินค้า โดยมีสินค้าประเภทอาหารทั้งหมด 8 Category มากกว่า 2 – 3 หมื่นรายการ ไม่รวมอาหารสดที่คอนโทรลค่อนข้างยาก

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการแบ่งพื้นที่ของศูนย์ออกมาในลักษณะดังกล่าวก็คือการให้ความสำคัญกับส่วนที่เป็นฮอลล์ จัดโปรโมชั่น/อีเวนท์พิเศษ, ครัวกลางในการทดสอบชิมวัตถุดิบ (Taste Kitchen) ที่จะทำให้ศูนย์การค้าทำหน้าที่เป็น Physical Store ในการดึงผู้ซื้อเข้ามามีประสบการณ์กับตัวสินค้า ก่อนที่จะมีการซื้อจริง ซึ่งนั่นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น หลังจากที่มีการเทสต์หรือทดลองสินค้า
ขณะเดียวกัน ยังมีพื้นที่ที่เรียกว่า Shared Shop สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่ยังไม่ได้เข้ามาเปิด ร้านแบบเต็มตัวได้เข้ามาทดลองแชร์พื้นที่เพื่อเปิดร้านดูก่อน โดยการปรับโฉมทั้งหมดนี้จะเริ่มเปิดให้บริการได้ราวเดือน มิถุนายนนี้ และทาง AWC ยังเตรียมเปิดศูนย์การค้าในรูปแบบนี้แห่งที่ 2 ที่ประตูน้ำพระอินทร์ เป็นการปรับเปลี่ยนจากตลาด ต่อยอดเดิม ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะเปิดตามมาในอนาคต
“โครงการ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM จะเป็นเสมือนประตูเชื่อมที่จะพาผู้ประกอบการค้าส่ง ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดที่เชื่อมต่อโอกาสในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์อนาคตครบวงจร ผ่านเครือข่าย Eco system ที่มี AWC และพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมร่วมขับเคลื่อน อุตสาหกรรมค้าส่งของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางค้าส่งอาหารของภูมิภาคอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” วัลลภา กล่าวสรุป