BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
672
VIEWS

ว่าแล้วก็มา Artifact แอปข่าวพลัง Machine Learning

เม.ย. 28, 2566 M.Pussapol
ปลายเดือนมีนาคม 2566 Kevin Systrom และ Mike Krieger ผู้ร่วมก่อตั้ง Instagram กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เปิดตัว Artifact แอปพลิเคชันข่าว ซึ่งเน้นบริการแบบ Personalized  ให้สาธารณชนดาวน์โหลด
 
การเปิดตัวสร้างความประหลาดใจให้ผู้บริโภคจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามว่า 
 
1.    เหตุใดนักพัฒนาที่เคยอยู่เบื้องหลังแอปโซเชียลโดดเด่นที่สุดของโลก จึงหันกลับไปเป็นสตาร์ทอัพ รวมทั้งเน้นไปที่หนึ่งในพื้นที่ยากที่สุด คือข่าว ซึ่งทุกวันนี้ตรวจสอบได้ยาก ทั้งจริงทั้งลวงเต็มไปหมด
 
2.    เทคโนโลยีของแอปใหม่จะสร้างความแตกต่าง สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างไร ?
 
            ย้อนกลับไปปี 2010 Systrom กับ Krieger ร่วมก่อตั้ง Instagram บริการแชร์รูปภาพ และต่อมาคือบริการโซเชียล เน็ตเวิร์ค แชร์วิดีโอ ผ่านไปแค่ 2 ปี  Instagram ถูกขายให้ Facebook  เป็นเงินสดและหุ้นมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (34,000 ล้านบาท) โดย 2 ผู้ร่วมก่อตั้งยังคงทำงานกับบริษัทต่ออีกถึง 6 ปี 
 
            Systrom ให้ข้อมูลว่า จุดเด่นของ Artifact คือการใช้พลังไร้ขีดจำกัดของ ML-Machine Learning
 
“แอปจะเรียนรู้ความสนใจ จากนั้นนำเสนอบทความ และพาดหัวข่าวที่ดีที่สุด ซึ่งปรับให้เหมาะกับผู้ดาวน์โหลด แต่ละคนโดยเฉพาะ ใช้ ML บริหารจัดการข่าว โดยดูจากประวัติการอ่าน และการโต้ตอบทางโซเชียลมีเดีย แอปนี้ไม่ได้จำกัด เพียงฟีดข่าวเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น แชร์และคอมเม้นต์บทความ บันทึกเรื่องราวในครอบครัวและการสะสมด้วย”
 
Systrom เฝ้าจับตามองพัฒนาการเป็นขั้นเป็นตอนของอุตสาหกรรม เริ่มจาก Facebook คิดค้นสิ่งที่เรียกว่า Friend Graph เครือข่ายโซเชียลส่วนตัวที่ User เชื่อมต่อในชีวิตจริง ต่อมา Twitter บุกเบิก Follow Graph คือ User ต้องการติด ตามใครในบริการ จากนั้น ที่ Instagram เป็นการเปลี่ยนแปลงสู่ Interest Graph สิ่งที่ User สนใจ กระทั่งถึง TikTok ซึ่ง เติบโตก้าวกระโดดจากการใช้ Machine Learning
 
ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้บริโภค ประสบการณ์การอ่านข่าว มีข้อมูลมากมายหมุนวนรอบๆ ซึ่งผู้คนไม่รู้ว่าพวกเขาเชื่อถือ อะไรได้บ้าง หรือควรอ่านเรื่องใด ผู้คนต่างถามตัวเองว่าลิงก์ที่เพื่อนแชร์นั้นถูกต้องหรือไม่ และสงสัยว่าทำไมจึงอ่านบทความ หนึ่งมากกว่าบทความอื่น ๆ ที่เผยแพร่ในหัวข้อเดียวกัน
 
“นั่นเกิดจากการแฮ็กเพื่อกรองข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ตอนนี้เราไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว เพราะสามารถเรียนรู้สิ่งที่แต่ ละคนสนใจ วัดปริมาณ สร้างโปรไฟล์แบบ Personalized  จากนั้นจึงให้บริการเนื้อหาคุณภาพสูง สมดุล และน่าสนใจแก่ ผู้ใช้ได้"
 
Systrom เชื่อว่า Artifact จะสามารถสร้างความแตกต่างด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์  ระบบไม่รวบรวมข้อมูลจากทั้งเว็บและปล่อยให้ทุกอย่างเข้ามา แต่เลือกผู้เผยแพร่อันดับต้นๆ จากหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อเติมพลังให้เนื้อหาในแอป  ตอนนี้โฟกัสอยู่ที่การดึงดูดใจผู้บริโภค และทำให้แน่ใจว่า Source ที่คัดสรรควรค่าแก่การอ่าน
 
"เราต้องการคลังข้อมูลเชิงอุดมคติที่สมดุล ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และคุณภาพ  จุดที่ระบบเน้นอย่างมาก คือเรื่อง คุณค่า  ถ้าเราใส่แหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพสูงสุดในหมวดหมู่ และครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี้ยงดูบุตร สุขภาพจิต หรือ การออกกำลังกาย เราก็จะสามารถสร้างชุดเนื้อหาซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากหน้าแรกของหนังสือพิมพ์รายใหญ่ รวมถึง แตกต่างอย่างมากจากผู้รวบรวมรายอื่นๆ "  
 
Systrom เชื่อว่า Machine Learning ของ Artifact ทำให้ความแตกต่างที่กล่าวข้างต้นโดดเด่นชัดเจน ทั้งนี้ อัลกอริธึมของแอปเน้นมากกว่าการติดตามการคลิก และการมีส่วนร่วม โดยชั่งน้ำหนักปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ใช้เวลากับข่าว ประเภทนั้นๆนานแค่ไหน แชร์ข่าวหรือไม่  เรื่องราวที่แชร์ใน Private Messages ต่างจากที่แชร์ในโซเชี่ยลหรือไม่อย่างไร  
 
อัลกอริธึมดังกล่าวมีชื่อเรียกภายในองค์กรว่า Epsilon- Greedy  และเนื่องจากข่าวสารเปลี่ยนแปลงทุกวัน การใช้อัลกอริธึมนี้จึงต้องปรับตัวอย่างยืดหยุ่น ต่อเนื่องตามความสนใจหัวข้อต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นและลดลงแต่ละช่วงเวลา
 
"นั่นเป็นคำศัพท์ทางเทคนิค  พื่อเจาะลึกลงไปตรงจุดที่ User สละเวลาเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็น 10%หรือ 20% เพื่อหา ข้อมูลว่าพวกเขาทำบางสิ่งแตกต่างจากที่ทำตามปกติหรือไม่ ซึ่งผลที่ได้แสดงให้เห็นนับครั้งไม่ถ้วนว่า ส่วนที่เป็นการ Learning จริงๆแล้ว เหมาะกับ User มากที่สุด”
 
 เมื่อถามถึงอนาคต  Systrom กล่าวว่า เขาหวังว่าในที่สุด Artifact จะเป็นสถานที่ที่ User สามารถใช้ทั้งเพื่อค้นหา เนื้อหาที่สนใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องนั้นๆ กับคนอื่น  ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้กังวลว่าแอปที่ทำนี้จะทำให้ต้องลุยเข้า ไปในอาณาเขตของ Facebook ซึ่งสำหรับบางคนหมายถึงยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีใครหาญสู้
 
"ไม่มีใครที่จะจินตนาการออกว่า TikTok จะโตเหมือนตอนนี้ เพราะก่อนหน้านั้น Snapchat และ Instagram มีขนาดใหญ่มาก ผมคิดว่า นี่เป็นยุคที่พื้นที่ประสบการณ์ทางสังคมใหม่ๆ เปิดอยู่เสมอ  คำถามคือคุณพร้อมจะลงมือทำหรือไม่ ทำอย่างไร”  
 
“ส่วนตัว ผมคิดว่าเราเห็นกระแสของ Machine Learning ในขณะนี้ ซึ่งเปิดพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อทำสิ่งใหม่ๆ ใน      โซเชียล" Systrom สรุป
 
ภาพประกอบ   https://techcrunch.com/2023/02/22/instagrams-co-founders-personalized-news-app-artifact-launches-to-the-public-with-new-features/
 
 

ว่าแล้วก็มา Artifact แอปข่าวพลัง Machine Learning

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact