BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,636
VIEWS

4 ทศวรรษ “บ้านปู” ผู้นำด้านพลังงานระดับนานาชาติ สู่ Better Living for All มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้คน

พ.ค. 23, 2566
“บ้านปู” ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ บริษัทพลังงานสัญชาติไทยที่เติบโตจากธุรกิจเหมืองเล็กๆ  กระทั่งวันนี้สยายปีกการลงทุนใน 9 ประเทศ ยืนหยัดบนเวทีธุรกิจพลังงานโลกมานานกว่า 40 ปี ทว่าท่ามกลางยุคการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน บ้านปูยังคงยึดมั่นที่จะส่งมอบ “อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน” และพร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน (Better Living for All) ภายใต้การนำทัพของประธานเจ้าหน้าที่บริหารทั้ง 2 ยุค จากบ้านปู “ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” และ “สมฤดี ชัยมงคล”

• จากเหมืองเล็กๆ ต่อยอดเป็นธุรกิจระดับโลก
             
กว่าจะมาเป็นบริษัทที่มีรายได้ในปี 2565 รวม 7,693 ล้านดอลลาร์ (272,270 ล้านบาท) และกำไรสุทธิ 1,162 ล้านดอลลาร์ (40,519 ล้านบาท) “บ้านปู” เริ่มจากธุรกิจเหมืองแร่ในพื้นที่หมู่บ้านบ้านปู อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อ 40 ปีก่อน
คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนแรกของบ้านปู เล่าย้อนถึงยุคบุกเบิกบ้านปูใน 5 ปีแรกของธุรกิจ ซึ่งถือเป็นช่วงตั้งต้น ทั้งด้านการทำตลาด การหากำลังคนที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ รวมไปถึงการขยายเหมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด
               
“เมื่อเข้าสู่วงการพลังงาน เรารู้ว่าจะทำเล็กๆ ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีความสามารถในการแข่งขัน เราจึงขยายเหมืองอีก 2-3 แห่งในภาคเหนือ และตระเวนหาแหล่งสำรวจทั่วประเทศไทย นอกเหนือจากเหมืองถ่านหิน เรายังเข้าไปทำเหมืองแร่ดินขาวที่จังหวัดระนอง จนในปีที่ 6 จึงตัดสินใจนำบ้านปูเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาขยายกิจการเหมืองให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น”
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นครั้งใหญ่ในปี 2534 บ้านปูขยายการดำเนินธุรกิจสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อหาแหล่งถ่านหินคุณภาพสูง และมีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่นี่กลายเป็นแหล่งธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และยังเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศของบ้านปู
                
คุณชนินท์ เล่าว่า เขาใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียได้สำเร็จ และด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับจากการเริ่มขยายธุรกิจในต่างประเทศ ทำให้เขามีความกล้าและมั่นใจที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีแหล่งทรัพยากรพลังงานที่มีคุณภาพในเวลาต่อมา ในปัจจุบันบ้านปูดำเนินธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม จากเริ่มต้นที่มีพนักงานจำนวนไม่ถึง 100 คน สู่จำนวนมากกว่า 6,000 คนในวันนี้
                
ในเวลาต่อมา บ้านปูได้มีการต่อยอดธุรกิจพลังงานให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น โดยการก่อตั้งบ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP ในปี 2539 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้านการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ประเทศไทยต้องการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
 
• โตไปด้วยกัน
                 
ถึงตรงนี้แล้วจะเห็นว่าหลายประเทศที่บ้านปูเข้าไปลงทุนนั้นมีขนาดใหญ่และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่บ้านปูก็สามารถสร้างการยอมรับจากนานาชาติได้ โดยคุณชนินท์ใช้วิธีเข้าไปเจรจาธุรกิจด้วยตัวเอง อธิบายถึงตัวตนและความมุ่งมั่นของบ้านปู สร้างความไว้ใจให้กับพันธมิตรหรือคู่ค้าทางธุรกิจ โดยการยึดหลักความเป็นมืออาชีพ ซึ่งนอกจากมีความเก่งแล้ว บ้านปูยึดมั่นในความถูกต้อง ตรงไปตรงมา และปลูกฝังให้พนักงานเป็นคนดี ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร และกล้าที่จะให้ตรวจสอบในทุกขั้นตอนการทำงานอย่างโปร่งใส เหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในองค์กรและผู้บริหารและความไว้ใจที่จะเดินไปด้วยกัน จุดสำคัญยังมาจากการนำปณิธานในการดำเนินธุรกิจที่ว่า “อุตสาหกรรมที่ดีจะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม” ไปใช้ในทุกพื้นที่ที่บ้านปูเข้าไปลงทุน  
“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจนี้  คือธุรกิจต้องโตคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม  ตั้งแต่เริ่มทำเหมืองแรกที่บ้านปู  เรามีการวางแผนเพื่อดูแลชุมชนในระหว่างทำเหมืองและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังจากที่เรายุติการทำเหมืองไปแล้ว   โดยช่วง  2  ปีแรกเริ่มจากปลูกต้นยูคาลิปตัส ต่อมาเมื่อมีความรู้มากขึ้น จึงเปลี่ยนเป็นไม้พื้นเมือง จ้างชาวบ้านไปเก็บเมล็ดมาเพาะอนุบาลจนโต แล้วนำกลับไปปลูก เพื่อให้พื้นที่เหมืองคืนกลับสู่สภาพเดิม อย่างน้อยหลังจากเราทำเหมืองไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้วออกมาจากที่นั่น ต้นไม้ก็โตหมดแล้ว”
                
แนวคิดการเป็นพลเมืองที่ดีในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจดังกล่าวถูกนำมาใช้ในทุกไซต์ของเหมืองและโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยบ้านปูจะมีทีมงานเฉพาะที่เข้าไปดูแลชุมชนคู่ขนานกันไป มีการตั้งทีมทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย บ้านปู รัฐบาลหรือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนหรือชาวบ้าน ทำโครงการทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ฝึกฝนอาชีพ สร้างสาธารณูปโภค และงานด้านสาธารณสุข สั่งสมเป็นความเชื่อมั่นให้กับบ้านปูในฐานะบริษัทพลังงานที่มีแต่คนต้องการร่วมงานและร่วมลงทุนด้วย 
                 
“เราต้องการเป็นพลเมืองดีในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยเข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ และทำธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล  จ่ายภาษีอย่างถูกต้อง เวลาจ้างงานอย่างเช่นเรือบรรทุก เราจะให้ค่าแรงที่เป็นธรรม จ่ายค่าจ้างตรงเวลา ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญา ดังนั้นเวลาที่เราต้องการจำนวนเรือมากขึ้น เจ้าของเรือมักมาหาเราเสมอ ในเวลาเดียวกันการที่เราเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าที่เขาจะยอมรับเรา แต่เราใช้มาตรฐานการทำงาน ความรู้ ประสบการณ์ ในที่สุดเราก็สามารถมัดใจให้ผู้บริหารท้องถิ่นเข้ามาร่วมงานกับเราได้” 
อีกด้านของการลงทุนใน 9 ประเทศ ปัจจุบันบ้านปูมีพนักงานกว่า 6,000 คน หลากหลายสัญชาติ ต่างวัฒนธรรม ถือเป็นอีกความท้าทายที่จะทำให้ทุกคนเดินหน้าไปยังเป้าหมายเดียวกัน แต่คุณชนินท์มีวิธีการหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้พนักงานมีความสามัคคีและพร้อมร่วมฝ่าฟันทุกความท้าทายในหลายมิติ อาทิ การเข้าไปพบปะพูดคุยตลอดจนเปิดใจกับพนักงานในทุกประเทศ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมพร้อมจับมือก้าวเดินไปด้วยกัน การส่งเสริมให้มีการเดินทางไปเรียนรู้วิธีการทำงานในต่างประเทศ การจัดเวียนให้พนักงานในแต่ละประเทศมีโอกาสทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์ระหว่างกันผ่านการอบรมในหลักสูตรต่างๆ การประชุมแผนยุทธศาสตร์ประจำปี และโครงการประกวดด้านนวัตกรรมขององค์กร ตลอดจนมีนโยบายการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยความใส่ใจ ดูแลสวัสดิการ ค่าตอบแทน สร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ เพื่อให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข พร้อมเติบโตไปกับองค์กร
 
• บ้านปูในอีก 40 ปีข้างหน้า
                
อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า โลกพลังงานกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน แล้วอนาคตบ้านปูนับจากนี้อีก 40 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ในสายตาของคุณชนินท์ที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงพลังงานมานานค่อนชีวิตยอมรับว่า ไม่สามารถฟันธงหรือให้คำตอบชัดเจนได้ ตราบใดที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อะไรๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ร่วมก่อตั้งบ้านปูท่านนี้โฟกัสในวันนี้ คือการเดินหน้าไปสู่พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน ในขณะเดียวกันยังคงสร้างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) รองรับความต้องการพลังงานของโลกอนาคต สำหรับพลังงานหมุนเวียน แม้จะไม่สามารถจ่ายไฟได้คงที่และสร้างพลังงานได้ไม่สูงเท่ากับพลังงานจากฟอสซิล แต่เป็นหนทางที่จะทำให้สังคมดีขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 
“ย้อนหลังกลับไปในอดีต 40 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำมาตลอดโดยที่ไม่รู้ตัวคือการมียุทธศาสตร์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างทาง จากวันแรกจนถึงวันนี้เราปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจหลายครั้ง ทำให้ในช่วง 8 ปีหลังมานี้ เราเริ่มลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งจากแสงอาทิตย์และลมหลายโครงการในประเทศต่างๆ และใช้กำลังพลของเราเข้าไปบุกเบิกธุรกิจพลังงานสะอาดเยอะมากและยังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานสะอาด ทำให้วันนี้เรามีความก้าวหน้าในเรื่องนี้มาก จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของบ้านปูตลอด 40 ปี ตอกย้ำว่าเรามีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนไปเสมอ เชื่อว่าคุณสมบัตินี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีให้บ้านปูเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอีก 40 ปีข้างหน้า”
 
• The First Successor นำพาองค์กรเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter
                
จากเรื่องราวที่คุณชนินท์เล่ามาทั้งหมดสะท้อนให้เห็นภาพการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตไปด้วยกัน นอกจากการสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมแล้ว บ้านปูยังมุ่งเน้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเติบโตขององค์กร ด้วยเป้าหมายในการสร้างบ้านปูให้เป็นสถาบันที่เปิดกว้างและพร้อมให้โอกาสคนที่มีความสามารถเข้ามาบริหารงาน โดยมี คุณสมฤดี ชัยมงคล เป็น The First Successor ที่ขึ้นมานั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ท่านที่สองต่อจากคุณชนินท์
“หลังจากเรียนจบก็ตั้งใจมาสมัครงานบ้านปูเป็นแห่งแรก ตอนนั้นเป็นปีที่บ้านปูเริ่มก่อตั้งบริษัท มีพนักงานจำนวนไม่มากนัก ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ด้วยความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ จึงได้เริ่มจากการเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ จากนั้นจึงเปลี่ยนหน้าที่มาดูแลงานบัญชีตามที่เล่าเรียนมา ก้าวสู่ผู้ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี จนกระทั่งขึ้นมาอยู่ในตำแหน่ง CFO”
                
อย่างไรก็ดี ด้วยประสบการณ์งานด้านบัญชีและการทำงานร่วมกับบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้ร่วมทุนในประเทศออสเตรเลีย และการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำไฟแนนซิ่งโครงการโรงไฟฟ้าของบ้านปูหลายแห่ง ประกอบกับความเป็นคนใฝ่รู้และไม่หยุดนิ่ง คุณสมฤดีจึงได้รับตำแหน่งที่เหมาะสมด้วยการเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปี 2558 และเริ่มงานสำคัญด้วยการประกาศแผนธุรกิจ 5 ปีของบ้านปูตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ทันทีที่ได้รับตำแหน่ง
                 
“กระแสโลกในเรื่องสิ่งแวดล้อมเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนให้บ้านปูต้องมองหา New S-Curve นอกเหนือจากธุรกิจเหมือง เราจึงหันไปหาแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติ โดยเริ่มดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาในปี 2559 ซึ่งเป็นปีถัดมาจากที่คุณชนินท์ลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเป็นปีสุดท้ายของแผนธุรกิจ 5 ปีในช่วงนั้นของบ้านปูพอดี ดังนั้นในปีที่ดิฉันขึ้นมาเป็นซีอีโออย่างเป็นทางการในปี 2558 จึงได้ประกาศแผนธุรกิจ 5 ปีฉบับใหม่ด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter”
การดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูเริ่มจากการทรานส์ฟอร์มด้านธุรกิจ จากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานสะอาดมากขึ้น ประกอบด้วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน จากที่เคยมีแค่โรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงดั้งเดิม ก็เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น การลงทุนในโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม เป็นต้น เสริมด้วยการปรับกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ Smarter
                
หลังจากแผน Greener & Smarter จบลงในปี 2563 คุณสมฤดีนำ Greener & Smarter มาต่อยอดแผน 5 ปี ฉบับที่ 2 (2564-2568) โดยเพิ่มกลยุทธ์ Faster ที่เร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านให้เร็วขึ้น หวังผลักดันบ้านปูไปสู่ธุรกิจพลังงานเพื่อความยั่งยืนตาม 3 เมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นบนโลกพลังงาน ประกอบด้วย

  • Decarbonization (การใช้พลังงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์)
  • Decentralization (การกระจายตัวการผลิตและจำหน่ายพลังงานแบบไม่รวมศูนย์
  • Digitalization (การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพลังงาน)
ซึ่ง 3 เมกะเทรนด์เหล่านี้ถูกนำมาเป็นเข็มทิศให้บ้านปูในฐานะผู้ส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืนด้วยการจัดหาพลังงานในราคาที่เหมาะสม มีความสามารถส่งมอบพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
• To Power the Better Living for All ขับเคลื่อนชีวิตผู้คนตามหลัก ESG
                
บ้านปูตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) และมุ่งสร้างความยั่งยืนทางพลังงานมาตลอด 4 ทศวรรษ พร้อมสร้างการเติบโตที่ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบไปด้วย

  1. Energy Resources กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานและจัดการแหล่งพลังงานต้นทางในธุรกิจเหมืองและก๊าซธรรมชาติ โดยบ้านปูไม่มีแผนการลงทุนในธุรกิจถ่านหินเพิ่มเติม แต่ยังคงต้องผลิตถ่านหินต่อไปด้วยความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลและความต่อเนื่องในการส่งมอบพลังงาน
  2. Energy Generation กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน มุ่งสร้างเมกะวัตต์คุณภาพด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจทั้งจากพลังงานความร้อน (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business)
  3. Energy Technology กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ผ่านการดำเนินงานของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ (Banpu NEXT) ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานฉลาดเพื่อความยั่งยืนแบบครบวงจร (Total Smart Energy Solutions) ที่ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานแห่งโลกอนาคต
ทั้งนี้ บ้านปูยังเดินหน้าปรับกระบวนทัพทางธุรกิจ จัดโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทย่อยต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานและกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เป็นที่มาของการจัดตั้ง บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เพื่อมุ่งลงทุนและพัฒนาโครงการด้านธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานใน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจแบตเตอรี่ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า ธุรกิจอี-โมบิลิตี้ และธุรกิจพัฒนาเมืองอัจฉริยะและจัดการพลังงาน เพื่อเสริมทัพสมาร์ทโซลูชันด้านพลังงานอย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจของบ้านปู
                
คุณสมฤดี กล่าวว่า แนวทางขับเคลื่อนพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมของบ้านปู ทำให้ Energy Technology จะเป็นกลุ่มธุรกิจที่บ้านปูกำลังมุ่งหน้าไป และโฟกัสการลงทุนในส่วนนี้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มในธุรกิจอี-โมบิลิตี้ ให้มีความครบวงจร และเพิ่มพอร์ตการลงทุนในแบตเตอรี่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่ง นอกจากนี้ยังลงทุนในสตาร์ตอัป อาทิ แอปพลิเคชันมูฟมี (MuvMi) ผู้ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าสำหรับรับ-ส่งเฉพาะพื้นที่ แอปพลิเคชันฮ้อปคาร์ (Haupcar) ผู้ให้บริการเช่าใช้รถอีวี เป็นต้น ในขณะที่บ้านปู เน็กซ์ ยังคงทรานส์ฟอร์มต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างอีโคซิสเต็มด้านพลังงานให้เหมาะกับความต้องการและทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นภายใต้แนวคิด Better Living for All นั่นคือการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน
“เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจะเป็นหนึ่งใน New S-Curve ของบ้านปูในอนาคต โดยเราได้ตั้งหน่วยงานเพื่อศึกษาการลงทุนธุรกิจแร่แห่งอนาคต (Strategic Mineral) โดยคาดหวังว่าจะมีการเชื่อมโยง (Synergy) กับธุรกิจแบตเตอรี่ รวมถึงการลงทุนในหุ้นทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพหรือเฮลธ์แคร์ (Healthcare) ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีศักยภาพและอัตราการเติบโตสูง ไม่เพียงเท่านั้น บ้านปูยังมองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ทั้งด้านที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานและนอกเหนือจากพลังงาน (Beyond Energy) โดยจัดตั้งหน่วยงาน Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อหาโอกาสเพิ่ม New S-Curve ที่มีศักยภาพในการเติบโต รวมถึงการลงทุนในสตาร์ตอัปเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการให้บริการ Energy Solution UX และ UI แบบเทเลอร์เมดให้กับลูกค้า และการลงทุนในเรียลเอสเตทฟันด์เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสให้กับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ตั้งแต่การติดตั้งโซลาร์บนหลังคาไปจนถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อต่อยอดการเติบโตให้กับบ้านปู เน็กซ์”
 
ทั้งการผลักดันการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานที่บ้านปูโฟกัสมากขึ้น บวกกับการวางบทบาทองค์กรให้เป็นมากกว่าบริษัทพลังงาน ด้วยเป้าหมายในการมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนภายใต้แนวคิด Better Living for All ตอกย้ำดีเอ็นเอของบ้านปูที่ยึดหลักการทำธุรกิจด้วย ESG ตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจ
 
คุณสมฤดี กล่าวในเรื่องนี้ว่า เกิดจากวิสัยทัศน์ของคุณชนินท์ ที่หล่อหลอมแนวทางการทำธุรกิจบ้านปูให้ครอบคลุมการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล
                
“เนื่องจากบ้านปูเกิดมาจากธุรกิจเหมืองแร่ คุณชนินท์มองว่าถ้าเราต้องขุดดินต้องตัดต้นไม้ เราต้องคืนกำไรกลับสู่สังคมเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นยังไม่มีแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมแบบนี้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนถึงช่วงหนึ่งมีคำว่า CSR เกิดขึ้นมา เราก็คืนให้สังคมผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ จำนวนมาก”

ยกตัวอย่าง การสอน-ฝึกอาชีพ และทำงานกับชุมชนเพื่อพัฒนาชุมชนรอบเหมืองและโรงไฟฟ้า โครงการ Power Green Camp พาเยาวชนไปเรียนรู้ด้านพลังงานและความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม หรือ  Social   Enterprise  ในโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม  (Banpu Champions for Change)  ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่นำเสนอโครงการที่มุ่งแก้ไขปัญหาสังคมด้วยไอเดียและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ชิงรางวัลเป็นเงินสนับสนุนตั้งต้นในการทำธุรกิจ และการดำเนินงานของกองทุน “มิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัยโควิด-19” ที่มีมูลค่ากองทุนฯ รวม 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ส่งมอบความช่วยเหลือไปสู่ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาวะจากวิกฤตโควิด โดยภายหลังได้นำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติต่างๆ อีกหลายโอกาส
การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนที่ดีเสมอมา ทำให้บ้านปูได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ  อาทิ  เป็นหนึ่งในรายชื่อหุ้นยั่งยืน  (Thailand  Sustainability  Investment) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์  (Dow  Jones  Sustainability  Indices : DJSI)  ระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A+ โดย Tris Rating เป็นเครื่องการันตีถึงความสำเร็จของบ้านปูตลอด 4 ทศวรรษ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนในวันนี้และในทศวรรษต่อๆ ไป

บ้านปู-เซ็นทรัล-กสิกรไทย-เอสซีจี-สิงห์ คว้ารางวัล 2025 White Brand Award ตอกย้ำต้นแบบองค์กรสีขาวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม

บ้านปูส่งเสริม “Karen Design” กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ “กะเหรี่ยงคราฟต์” แก้ปัญหา “เผาป่า - ชุมชนขาดรายได้”

ชวนรู้จัก “วิถีประมงพื้นบ้าน” ของแทร่! กับ “คนทะเล” หนึ่งใน 3 กิจการเพื่อสังคม คว้ารางวัลชนะเลิศ BC4C ปีที่ 13 ย้ำแนวคิด “ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง”

“บ้านปู” เพิ่มมาร์จิ้น-กระแสเงินสด เน้นใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุน ลดคาร์บอน

บ้านปู คว้า 3 รางวัลการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จากงาน Employee Experience Awards 2024

โค้งสุดท้าย!! บ้านปูชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเป็น “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” รุ่นที่ 13 ดันกิจการเพื่อสังคมทั่วประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact