ในแต่ละปี “อีซูซุ” ยังคงเป็นแบรนด์หลักในการสร้างกระแสความเคลื่อนไหวให้กับตลาดรถปิกอัพมาโดยตลอด และในฐานะผู้นำกลุ่มรถปิกอัพเมืองไทยอีซูซุจึงมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ออกมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถปิกอัพอยู่เสมอ ส่งผลให้อีซูซุก้าวสู่แบรนด์ที่ผู้บริโภคมีความเชื่อถือ และให้ความไว้วางใจสูงสุดในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถกระบะบรรทุก 1 ตัน จากผลสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันเป็นปีที่ 14 อีกทั้งยังได้รับ คัดเลือกให้ได้รับรางวัลพิเศษ Innovation Brand Award จากการสำรวจในครั้งนี้ด้วย
ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ มุ่งสร้างคุณค่าของแบรนด์อีซูซุทั้งในด้านคุณค่าในการใช้งานและคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึกผ่านกระบวนการสื่อสารที่มุ่งสร้างความเข้าใจจนเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์อีซูซุ ผ่านกิจกรรมการตลาดที่เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ และส่งผลให้เกิด Brand Loyalty ที่แข็งแกร่งตามมา

“นวัตกรรม” นำตลาด
โดยนโยบายหลักของอีซูซุ คือการให้ความสำคัญกับแนวทางการทำตลาดที่มุ่งเน้นการเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” (Innovation) ดังนั้นหนึ่งในภารกิจสำคัญคือความพยายามในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเรื่องของการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และบริการที่มักนำเสนอออกมาเป็นเจ้าแรกอยู่เสมอ
คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “นวัตกรรม” เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่อีซูซุให้ความสำคัญมาโดยตลอด อีกทั้งตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในโลกของอีซูซุ ดังนั้น อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) จึงได้จัดตั้งบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นในประเทศไทยถึง 2 บริษัท คือ 1. บริษัท Isuzu Technical Center of Asia เพื่อทำ R&D และการออกแบบผลิตภัณฑ์รถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ และ 2. บริษัท Isuzu Global CV Engineering เพื่อทำ R&D และการออกแบบผลิตภัณฑ์รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่
“สำหรับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย (Distributor) และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวิจัยตลาด 2 หน่วยงาน คือ 1) สำนักงานวางแผนผลิตภัณฑ์ (Product Planning Office) และ 2) ฝ่ายวิจัยตลาด (Market Research Business Unit) ในแต่ละปี ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จะมีการประชุมอย่างต่อเนื่องกับคณะกรรมการผู้จำหน่ายอีซูซุ และคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เป็นตัวแทนของผู้จำหน่ายอีซูซุ รวมถึงเป็นผู้จำหน่ายรถโดยตรงให้กับลูกค้า (End Users) ซึ่งปัจจุบันเรามีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมากกว่า 330 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเข้าใจความต้องการและความเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้รถได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ในเขตการจำหน่ายต่างๆ มาสื่อสารให้แก่ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เพื่อใช้ในการวางแผนผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”
ที่ผ่านมา อีซูซุ ถือเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมรถปิกอัพของไทยมาโดยตลอด และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งในอุตสาหกรรมรถปิกอัพของไทยตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์ และไลฟ์สไตล์ การใช้งาน ตัวอย่าง เช่น อีซูซุ เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตลาดรถปิกอัพเซ็กเม้นต์ใหม่สำหรับรถขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงในประเทศไทยโดยใช้ชื่อว่า “Isuzu D-Max Hi-Lander” เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้รถ เพราะรูปลักษณ์สะดุดตาเหมือนรถ 4x4 แต่ประหยัดน้ำมันมากกว่า เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง และกลายเป็นเทรนด์ให้แบรนด์อื่นๆ พัฒนารถในลักษณะเดียวกันออกมาทำตลาดเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันรถขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 40% ของตลาดรถปิกอัพทั้งหมด

“Transformation” สู่ยุค New Normal
อีซูซุยังเป็นแบรนด์แรกในโลกที่มีการแนะนำนวัตกรรมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี มาใช้ในรถปิกอัพ คือเครื่องยนต์ “Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” เมื่อปี 2558 ถือเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุดแต่มีสมรรถนะดีเยี่ยมในทุกด้าน รวมถึงให้ค่ามลพิษหรือค่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยที่สุดในรถระดับเดียวกัน อีกทั้งยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงมาก ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญสูงสุด 3 ด้าน ในการคิดค้นและพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นใหม่ นั่นคือกำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด และประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้เกิดแนวโน้มใหม่ในการพัฒนาเครื่องยนต์รถปิกอัพให้มีขนาดเล็กลงของ ผู้ผลิตรายอื่น
คุณวิชัย กล่าวเสริมว่า อีซูซุยังเป็นแบรนด์แรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย ที่มีระบบความปลอดภัยเหนือชั้น มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ด้วยกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถูกติดตั้งใน “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs”…ทะยานต่อ ให้โลกตาม ที่ได้แนะนำสู่ตลาดในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยอีซูซุ เชื่อว่า นวัตกรรมความปลอดภัยนี้จะสามารถลดอุบัติเหตุลดลงได้มากถึง 50% (อ้างอิงข้อมูล The National Safety Council ประเทศสหรัฐอเมริกา)
“นอกจากนวัตกรรมทางด้านผลิตภัณฑ์แล้ว “การปฏิรูป” หรือ “Transformation” ยังเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยการปฏิรูปในที่นี้ได้รวมถึงการปฏิรูปด้านดิจิทัล (Digital Transformation) และการปฏิรูปการดำเนินงาน (Operational Transformation) โดยยังคงเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินงานด้านนวัตกรรมในด้านการทำงานของตรีเพชรอีซูซุเซลส์อีกด้วย"

อีซูซุจึงมี “สำนักงานวางแผนและบริหารยุทธศาสตร์ดิจิทัล” (Chief Digital Officer Office) ที่ถูกจัดตั้งขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิรูปด้านดิจิทัลเชิงรุก ไม่เฉพาะแต่เพียงธุรกิจของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มตรีเพชรด้วย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการด้านสินค้าและบริการของผู้บริโภคยุค New Normal นี้
เรายังให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Omni-Channels) ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีและใช้ข้อมูลต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ เรามีฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Big Data ซึ่งมีประโยชน์มากในการวิเคราะห์พฤติกรรม และความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เราสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงความต้องการมากที่สุด ซึ่งจะก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด”
ต่อยอดนวัตกรรมสู่อนาคต
อีซูซุ ไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2565 กลุ่มตรีเพชร โดยบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดตัว “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs” …ทะยานต่อ ให้โลกตาม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว (Mono Camera) พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ต่อมายังได้เปิดตัว “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรีส์”… INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

นอกจากนี้ อีซูซุ ยังได้เปิดตัวรถอเนกประสงค์ระดับหรู “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมาย ใหม่ไม่สิ้นสุด” อัตลักษณ์แห่งดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมสีใหม่! น้ำเงินกลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica) เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor
จากผลการตอบรับที่ดีของรถยนต์อเนกประสงค์ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” ที่ได้แนะนำสู่ตลาดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อีซูซุพบว่า ปัจจุบันลูกค้ามีความชื่นชอบรถ Sports SUV ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในด้านการแสวงหาความแตกต่างในแบบของตัวเองอย่างไม่สิ้นสุด และเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ตลาดรถของเมืองไทยและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ในช่วงต้นปี 2566 อีซูซุจึงเปิดตัว “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION”… SOUL, UNCHARTED” ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สะท้อนอินเนอร์คุณ...กับหมุดหมายที่แตกต่าง” มาพร้อมสีใหม่เทา Islay Gray Opaque และสีขาวมุก Dolomite White Pearl พร้อมดีไซน์โทนดำเข้มจากภายนอกจรดภายในเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม อีซูซุ ได้สร้างสีสันการตลาดผ่านการจัดแสดงยนตรกรรมในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ครั้งล่าสุดด้วย การยกขบวนยนตรกรรมถึง 14 คัน มาตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากในรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไป อีซูซุ ยังมีรถเด่นที่นำมาจัดแสดงในงานอีกหลายรุ่น อาทิ อีซูซุ วี-ครอส 4×4 MAGIC EYEs รุ่น 4 ประตู 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด M สี Islay Gray Opaque สปอร์ตออฟโรด อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 4 ประตู เกรด M สี Bavarian Black Mica ความแรงที่มาพร้อมความประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ อีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บโฟร์ สีขาว Siberian White เกรด L-DA เกียร์ AT และ เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ be UNCHARTED รถอเนกประสงค์ ระดับหรู เป็นต้น
ปัจจุบัน อีซูซุ กำลังดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการและลักษณะการใช้งานรถเพื่อการบรรทุกที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานผ่านการนำเสนอรถรุ่นที่เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่รถปิกอัพจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ และเพื่อตอบสนองความท้าทายในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทั่วโลกในอนาคต อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น)จึงดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นต่างๆ ด้วยแนวคิดหลัก 4 ประการ คือ
- ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
- ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ (Driver Comfort)
- ความปลอดภัย (Safety) และ
- การเชื่อมโยง (Connectivity)
“สำหรับตลาดประเทศไทย ที่ผ่านมา อีซูซุได้แนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งเป็นการสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ ในวงการรถยนต์เมืองไทยมาโดยตลอด ในอนาคตอีซูซุกำลังพิจารณาแผนงานเพื่อสนับสนุนประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนทุกรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานมาจากรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ หรือ BEV และรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน หรือ FCEV ซึ่งอีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) กำลังพัฒนารถยนต์ประเภทดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มรถขนาดเล็ก และรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ต่อไป” คุณวิชัย กล่าว ®