กลายเป็นข่าวฮือฮาอีกข่าวสำหรับการประกาศปิดตัวลงของห้างโรบินสัน โอเชี่ยน ภูเก็ต โดยเฟสบุ๊ค Robinson Ocean Phuket ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน โอเชี่ยน ภูเก็ต โพสต์ข้อความระบุว่า "โรบินสัน โอเชี่ยน ภูเก็ต เตรียมนับถอยหลัง ห้างเก่าแก่คู่ภูเก็ตยาวนานถึง 28 ปี" พร้อมระบุว่า เตรียมจัดรายการส่งเสริมการขายที่ชื่อว่า "โรบินสัน ภูเก็ต ลดแรงไม่ขนกลับ" ซึ่งจะเปิดให้บริการวันสุดท้ายในวันที่ 30 มิ.ย. 2566
ถือเป็นการปิดตำนานของห้างท้องถิ่นเก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ต ที่เกิดจากการร่วมทุนของห้างท้องถิ่นอย่างโอเชี่ยน ภูเก็ต ของตระกูล “เซี่ยงเห็น” กับซีอาร์ซี หรือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น โดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน โอเชี่ยน ภูเก็ต เปิดให้ บริการเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2538 ตั้งอยู่บนถนนดิลกอุทิศ 1 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีบริษัท โรบินสัน จำกัด ร่วมทุนกับ เครือภูเก็ตโอเชี่ยนกรุ๊ปของ คุณสมพล และคุณรัตนา เซี่ยงเห็น ในสัดส่วนประมาณครึ่งต่อครึ่ง
นับเป็นอีกการปิดฉากตำนานการร่วมทุนของกลุ่มเซ็นทรัลกับห้างท้องถิ่น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นราว 3 ปีที่แล้ว ห้างยิ่งยง อุบลราชธานี ที่ร่วมทุนเปิดเป็นห้างโรบินสัน ยิ่งยง ก็มีการซื้อหุ้นคืนจากเซ็นทรัล รีเทล พร้อมกับปรับเปลี่ยนจาก ห้างโรบินสัน ยิ่งยง มาเป็นศูนย์การค้า Y Square Mall ในปัจจุบัน
การร่วมทุนกับผู้ประกอบการห้างภูธรของโรบินสัน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของตลาดค้าปลีกภูธรเมื่อกว่า 30 ปีที่ แล้ว หลังการร่วมทุนของเซ็นทรัลและโรบินสัน เมื่อราวปี 2537 สิ่งที่ผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัลในขณะนั้น คือคุณสุทธิชาติ จิราธิวัฒน์ มองเห็นนอกจากตลาดค้าปลีกบ้านเราจะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์อย่างชัดเจนแล้ว การที่จะเติบโตได้ดีนั้นส่วนหนึ่งจะ ต้องเป็นการเติบโตด้วยการขยายสาขาออกไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด
การมองถึงการร่วมทุนกับผู้ประกอบการที่เป็นห้างท้องถิ่นจึงเกิดขึ้น โดยมีการนำเอาห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เข้ามา เป็นแกนหลักในการขยายในครั้งนั้น ส่วนหนึ่งเป็นการมองว่า การร่วมทุนกับห้างภูธรนั้น นอกจากจะช่วยลดกระแสการต่อต้าน แล้ว ยังทำให้โรบินสันสามารถขยายสาขาเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และนั่นจะเป็นตัวช่วยทำให้โรบินสันในช่วงเวลานั้นกลายเป็น ห้างสรรพสินค้าที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทย

เซ็นทรัล รีเทล จึงเดินหน้าแผนการดังกล่าว ด้วยการเข้าไปร่วมทุนกับห้างยิ่งยง จังหวัดอุบลราชธานี ห้างโอเชี่ยน ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช ห้างตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่ ที่ช่วงเวลานั้น นอกจากการเข้าไปซื้อศูนย์การค้าแอร์พอร์ตพลาซ่า เพื่อ ปรับเปลี่ยนเป็นเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซ่า จากกลุ่มตันตราภัณฑ์แล้ว ยังมีการดึงให้ตันตราภัณฑ์เข้ามาร่วมถือหุ้นในโรบินสัน ที่เปิดในศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซ่า อีกด้วย
ส่วนที่จังหวัดอุดรธานี กลุ่มเซ็นทรัลมีการเข้าไปซื้อศูนย์การค้าเจริญศรี พลาซ่า จากกลุ่มอุดร เจริญศรี พร้อมปรับ เปลี่ยนเป็นเซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี
การตัดสินใจเลือกวิธีการร่วมทุนในมุมของห้างภูธรนั้น นอกจากจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้ไม่ต้องไปแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ จากส่วนกลางโดยตรงแล้ว ยังมีการมองถึงการอาศัยการบริหารจัดการที่เป็นระบบของผู้ร่วมทุน ซึ่งน่าจะเข้ามาช่วยยกระดับ การบริหารให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อหัวเมืองต่างจังหวัดทั้งเมืองหลักและเมืองรองมีการขยายตัวเติบโตขึ้น ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมีการ ปรับยุทธศาสตร์ในการรุกตลาดต่างจังหวัดใหม่ เริ่มจากการใช้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่บริหารโดยบริษัทในเครืออย่างเซ็นทรัล พัฒนาเข้ามาทำหน้าที่ในการลงทุนสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ภายใต้แบรนด์เซ็นทรัลพลาซ่า และเซ็นทรัลเฟสติวัล ก่อนที่จะ มารีแบรนด์เซ็นทรัลพลาซ่าใหม่ พร้อมตัดชื่อแบรนด์เหลือเพียงศูนย์การค้าเซ็นทรัล และตามด้วยชื่อของจังหวัดที่ขยายออกไป
ส่วนหัวเมืองรองจะมีศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ และศูนย์การค้าท็อปพลาซ่าในเมืองขนาดเล็ก ที่บริหารโดย เซ็นทรัล รีเทล แน่นอนว่าจะมีห้างสรรพสินค้าโรบินสันเข้ามาเป็นแม่เหล็กสำคัญ ซึ่งบางจังหวัดทำให้มีห้างโรบินสันมากกว่า 1 สาขา

อย่างกรณีของจังหวัดภูเก็ต ที่นอกจาก โรบินสัน โอเชี่ยน ภูเก็ต ที่อยู่ในอำเภอเมืองแล้ว ยังมีห้างโรบินสัน ที่ป่าตอง ที่อยู่ในศูนย์การค้าจังซีลอน และล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อำเภอถลาง ทำให้จังหวัดนี้ มี โรบินสันถึง 3 สาขาเลยทีเดียว
แน่นอนว่า ย่อมส่งผลกระทบต่อห้างโรบินสันเดิมที่เกิดจากการร่วมทุน ซึ่งเป็นวัฏจักรแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ต้อง เกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว.....
#อุบัติเหตุแบรนด์เนม เป็นคอลัมน์ Nostalgia โดยตรง ความตั้งใจของกองบก.คือ เน้นหยิบเอา Marketing Case ที่คลาสสิกๆ มานำเสนอย้อนหลังให้นักการตลาดรุ่นใหม่ๆ ได้อ่านเพื่อเป็นกรณีศึกษา