อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม กำลังจะสร้างกองขยะขนาด มหึมาซึ่งคาดการณ์กันว่าจะก่อให้เกิดขยะที่มีปริมาณสะสมมากกว่า 12 ล้านเมตริกตันในสหรัฐอเมริกา เมื่อถึงปี 2060
แผงโซล่าร์เซลล์ (Solar Cell) ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 ปี ในสหรัฐ มีการติดตั้งทั่วประเทศแล้วมากกว่า 500 ล้านชุด มีกำลังการผลิตแผงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21% ต่อปี และคาดการณ์กันว่า ระหว่างปี 2030-2060 จะมีขยะจากแผงโซล่าร์เซลล์สะสมประมาณ 9.8 ล้านเมตริกตัน อ้างอิงข้อมูลการศึกษาในปี 2019 ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Renewable Energy
ปัจจุบัน ประมาณ 90% ของแผงโซล่าร์เซลล์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่หมดอายุการใช้งานหรือมีข้อบกพร่อง จะถูกนำไปฝังกลบเพราะมีค่าใช้จ่าย ในการทิ้งน้อยกว่าการนำมารีไซเคิล (Recycle)
ในส่วนของใบพัดกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ภายในปี 2050 ใบพัดขนาดมหึมาของกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในสหรัฐ จะหมดอายุการใช้ งานมีจำนวนถึง 235,000 ใบ และจะก่อให้เกิดขยะสะสมมากถึง 2.2 ล้านเมตริกตัน มากกว่าปริมาณความจุของรถบรรทุกพ่วงขนาดใหญ่ 60,627 คัน
เมื่อรวมขยะจากแผงโซล่าร์เซลล์ และใบพัดกังหันลมที่หมดอายุ ถ้าไม่มีการกำจัดภายใน 2060 จะก่อให้เกิดขยะจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเหล่านี้เป็น ปริมาณมากถึง 12 ล้านตัน
เพื่อแก้ปัญหาขยะเทคโนโลยีเหล่านี้ ธุรกิจรีไซเคิล (Recycle) ขยะจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจึงได้เกิดขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้ฝังกลบอย่างเดียว ขยะจาก พลังงานสะอาดคงท่วมโลก เพราะทิศทางการใช้พลังงานสะอาดผลิตไฟฟ้าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มีการคาดการณ์ว่า ตลาดวัสดุแผงโซล่าร์เซลล์รีไซเคิลจะเติบโตอย่างทวีคูณในอีกหลายปีข้างหน้า เมื่อถึงปี 2050 รายงานของบริษัทวิจัย Rystad Energy ระบุว่า ตลาดจะมีมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์
SOLARCYCLE เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจการรีไซเคิลวัสดุที่มีมูลค่าสูงจากแผงโซล่าร์เซลล์ บริษัทเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และสร้างโรงงาน รีไซเคิลในเมืองโอเดสซา รัฐเทกซัส เทคโนโลยีของบริษัทสามารถแยกวัสดุ 95% ออกจากแผงโซล่าร์เซลล์ที่หมดอายุการใช้งาน และสามารถนำพวกมันกลับมาใช้ ใหม่ในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้วยการขายเงินและทองแดง ที่นำกลับมาใช้ใหม่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และแก้ว และขายซิลิคอนและอะลูมิเนียม ให้กับผู้ผลิตแผงโซล่าร์เซลล์ และผู้ประกอบการฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm)
ห้องปฏิบัติการพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติของกระทรวงพลังงานสหรัฐ (Department of Energy's National Renewable Laboratory - NREL) ยังได้ระบุว่า การสนับสนุนจากรัฐบาลเพียงเล็กน้อยจะทำให้วัสดุรีไซเคิลสามารถตอบสนองความต้องการการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในสหรัฐอเมริกาได้ 30-50% ภายในปี 2040

ในส่วนของการรีไซเคิลใบพัดกังหันลม ปัจจุบันมีหลายบริษัทดำเนินการในเรื่องนี้
บริษัท Carbon Rivers ในเมืองนอกซ์วิลล์ ได้พัฒนาเทคโนโลยีทำลายใบพัดของกังหัน และวัสดุคอมโพสิต (Composite) จากอุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง และการเดินเรือ และเปลี่ยนมันผ่านกระบวนการ Pyrolysis ให้เป็นใยแก้วที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยสามารถใช้สำหรับการผลิตใบพัดกังหันลม ใช้ในเรือเดินทะเล ในคอนกรีตคอมโพสิต และในชิ้นส่วนรถยนต์ และกระบวนการนี้ยังให้ผลพลอยได้เป็นน้ำมันทดแทนและก๊าซสังเคราะห์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ด้วย
นอกเหนือจากโรงงานที่มีอยู่แล้วในรัฐเทนเนสซีและรัฐเทกซัส Carbon Rivers มีแผนที่จะสร้างโรงงานในรัฐฟลอริดา เพนซิลเวเนีย และไอดาโฮ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะตั้งโรงงานอยู่ใกล้กับฟาร์มกังหันลมและแหล่งวัตถุดิบอื่นๆ และยังมีแผนสร้างโรงงานอีก 5 แห่งในประเทศสหราชอาณาจักร และยุโรป จากนั้นจะรุกสู่ตลาด อเมริกาใต้ และเอเชีย เป็นลำดับถัดไป
ผู้ผลิตกังหันลมเองก็กำลังทำสัญญากับพันธมิตรด้านการรีไซเคิล เมื่อเดือนธันวาคม 2020 หน่วยงานพลังงานหมุนเวียนของบริษัท General Electric ได้ลงนามใน ข้อตกลงหลายปีกับ Veolia North America เพื่อรีไซเคิลใบพัดกังหันลมที่เลิกใช้แล้วจากกังหันลมของ GE ที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา
Veolia North America เปิดโรงงานรีไซเคิลในรัฐมิสซูรีเมื่อปี 2020 ปัจจุบันได้แปรรูปใบพัดกังหันลมแล้วประมาณ 2,600 ใบ การแปรรูปใช้กระบวนการที่รู้จักกัน ในชื่อ Kiln co-processing โดย Veolia จะนำใบพัดกังหันลมที่ถูกทำให้เป็นฝอย และวัสดุคอมโพสิต (Composite) อื่นๆ กลับมาใช้ใหม่ทำให้เป็นเชื้อเพลิง จากนั้น ขายให้กับผู้ผลิตซีเมนต์เพื่อใช้ทดแทนถ่านหิน ทราย และดินเหนียว ซึ่งกระบวนการนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 27% และลดการใช้น้ำลง 13% ในการผลิตซีเมนต์
ทางด้านบริษัท Siemens Gamesa Renewable Energy คู่แข่งในธุรกิจกังหันลมของ GE กำลังคิดค้นวิธีที่จะทำให้ใบพัดกังหันลมรุ่นต่อไปสามารถรีไซเคิลได้มากขึ้น บริษัท Siemens Gamesa Renewable Energy ได้เริ่มผลิตใบพัดกังหันลมที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด สำหรับกังหันลมที่ใช้บนบกและนอกชายฝั่ง และมีแผนที่จะ ทำให้กังหันลมสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดภายในปี 2040 ส่วน Vestas Wind Systems คู่แข่งอีกราย มุ่งมั่นที่จะผลิตกังหันลมที่ไม่มีขยะฝังกลบ (Zero-Waste) ภายในปี 2040 และเดือนกุมภาพันธ์ Vestas ได้เปิดตัวโซลูชั่นใหม่ที่ทำให้ใบพัดกังหันลมที่ทำจากอีพ็อกซี่ (Epoxy) สามารถหักและรีไซเคิลได้
แม้จะไม่มีการระบุถึงมูลค่าธุรกิจรีไซเคิลใบพัดกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม แต่ก็คาดว่า มูลค่าของธุรกิจรีไซเคิลใบพีดกังหันลมคงมีมูลค่าหลายหมื่นล้าน ดอลลาร์ในอนาคต และจะทำให้มูลค่ารวมของธุรกิจรีไซเคิลขยะจากพลังงานสะอาดสูงนับแสนล้านดอลลาร์แน่นอน
Cr : CNBC
Source