ตัวเลขร้านโชวห่วยที่รวบรวมโดยสมาคมผู้ค้าปลีกจะพบว่า มีตัวเลขของร้านโชวห่วยทั่วประเทศประมาณกว่า 4 แสนร้านค้า ในจำนวนนั้นกว่า 250,000 ร้านค้า จะขายเฉพาะสินค้า FMCG ที่เหลือจะเป็นร้าน โชวห่วยที่ขายสินค้าครอบคลุมหลายกลุ่ม ทั้งอาหารสดในชีวิตประจำวันและของใช้ต่างๆ
ความสำคัญของร้านโชวห่วย นอกจากจะเป็นช่องทางขายสินค้าที่เข้าถึงลูกค้าได้แบบลงลึกระดับหมู่บ้านทั่วประเทศแล้ว ร้านโชวห่วย ยังเป็นห่วงโซ่สำคัญของผู้ประกอบการค้าส่งหรือยี่ปั๊ว ที่ต้องอาศัยลูกค้ากลุ่มนี้ในการช่วยสร้างยอดขายด้านค้าส่งให้กับตัวเอง
การเข้ามาแข่งกันเพื่อสร้างเครือข่ายร้านโชวห่วยของบรรดาผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายร้านบัดดี้ มาร์ท ของแม็คโคร เครือข่ายร้านนี้ ขายดีของโลตัส ร้านโดนใจของบิ๊กซี หรือแม้แต่ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ของทีดี ตะวันแดง ที่รับบทซัพพลายเออร์อีกตำแหน่ง ซึ่งการแข่งกันเข้ามาดึงผู้ประกอบการร้านโชวห่วยเข้ามาอยู่ในเครือข่าย ย่อมส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยกับบรรดายี่ปั๊วในระบบเดิม เพราะโชวห่วยเปรียบเสมือน “รากแก้ว” สำคัญ ที่จะยึดโยงให้ยี่ปั๊วของบ้านเรา สามารถยืนอยู่ได้ในตลาด
แน่นอนว่า การเปิดตัวโมเดล “ร้านคุ้มจริง” ซึ่งเป็นการดึงร้านโชวห่วยเข้ามาอยู่ในเครือข่ายของผู้ประกอบการยี่ปั๊วหลายรายในต่างจังหวัด จึงเป็นอีกภาพสะท้อนของการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการรุกเข้ามาของบรรดายักษ์ใหญ่ที่ต่างมีเป้าหมายอยู่ที่การดึงผู้ประกอบการโชวห่วยทั้งที่มีอยู่เดิมในตลาดและที่กำลังจะเริ่มต้นเปิดร้านโชวห่วย ย่อมส่งผลกระทบชิ่งไปยังผู้ประกอบการ ยี่ปั๊ว ที่วันนี้มีการปรับรูปแบบการทำตลาดออกมาในลักษณะของการขายปลีกหน้าร้านและขายส่งพ่วงกันไป ในรูปแบบของการเป็นซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ในจังหวัดต่างๆ

โมเดล ร้าน “คุ้มจริง” ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เข้ามาช่วยให้คำปรึกษา ตลอดจนให้ความรู้ทั้งเรื่องของระบบบัญชี ระบบหลังบ้าน รวมถึงการจัดเรียงหรือจัดแต่งร้านค้าให้มีมาตรฐาน เพื่อพัฒนาให้ร้านค้าเหล่านั้น มีการเติบโตอย่างมั่นคง
ร้าน “คุ้มจริง” จะเป็นเครือข่ายร้านโชวห่วยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมียี่ปั๊วในแต่ละพื้นที่เป็นคนสร้างเครือข่ายร้านค้าเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการดึงลูกค้าโชวห่วยที่ซื้อสินค้ากับร้านตัวเองอยู่แล้วให้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายร้าน “คุ้มจริง”
สำหรับยี่ปั๊วที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา จะประกอบไปด้วยผู้ประกอบการหลักๆ อย่าง “บิ๊กแคท มาร์ท” แห่งจังหวัดยโสธร ที่ทำตลาดขายส่งในรูปแบบของ “แคช แอนด์ แครี่” รวมถึงขายปลีกหน้าร้าน ร้านไชยแสง ที่มีทั้งธุรกิจห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์สโตร์ที่เน้นทั้งขายส่ง - ปลีก ในจังหวัดสิงห์บุรี ร้านเกียรติสิน ยี่ปั๊วรายใหญ่แห่งอำเภอ บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และร้านภูเก็ต โฮลด์เซลส์ แห่งจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น
ความคืบหน้าที่น่าสนใจของร้านคุ้มจริงในส่วนที่เป็นการทำของร้ายบิ๊กแคท มาร์ท จังหวัดยโสธรก็คือสามารถเปิดร้าน คุ้มจริงไปได้แล้ว 55 สาขา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยทีเดียว สำหรับการทำในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2565 โดยแหล่งข่าวจาก บิ๊กแคท มาร์ท จากจังหวัดยโสธร บอกกับเราว่า บิ๊กแคท มาร์ท ร้านคุ้มจริงที่เปิดดำเนินการไปไปแล้ว 55 สาขา จะกระจายอยู่ในจังหวัดยโสธร และรอยต่อของจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกันอย่างร้อยเอ็ดและอำนาจเจริญ
ขณะที่ผู้ประกอบการอีกรายอย่างไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ จังหวัดสิงห์บุรี ที่เริ่มเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านคุ้มจริงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน มีเครือข่ายร้านคุ้มจริงแล้ว 23 แห่ง อาทิ ร้านเฮียฮง มินิมาร์ท ร้านน้องนายกะน้องนิ่ม ร้านคลองเม่ามินิมาร์ท ร้านแสงไพบูลย์การค้า และร้านพรชัย 24 เป็นต้น
ล่าสุด ไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ มีการเข้าไปวางระบบให้กับร้านเครือข่ายคุ้มจริงอีก 1 แห่ง ซึ่งเป็นสาขาที่ 24 คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

ข้อดีของเครือข่ายร้านคุ้มจริงก็คือร้านค้าที่เข้าร่วมเครือข่ายจะเสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก มีเพียงแค่ป้ายชื่อร้านราคา 15,000 บาท ซึ่งจะเป็นการออกคนละครึ่งกับบิ๊กแคท ทำให้มีค่าใช้จ่ายแค่ 7,500 บาท โดยไม่ต้องเสียค่ามัดจำสินค้า หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีต้นทุนในการเข้าร่วมเครือข่ายไม่มากนัก ซึ่งจะต่างจากเครือข่ายของโมเดิร์นเทรดที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ขณะที่สินค้าที่จะจำหน่ายในร้าน 80% จะเป็นการซื้อจากร้านแม่คือผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกในพื้นที่ที่เป็นคนทำเครือข่ายนี้ขึ้นมา ซึ่งแหล่งข่าวย้ำว่า ไม่ได้มีการทำสัญญาอย่างจริงจัง เป็นเพียงแค่สัญญาใจ ซึ่งจะต่างจากเครือข่ายของโมเดิร์นเทรดที่ต้องมีการทำสัญญาตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทำให้การจัดการสินค้าในร้านมีความคล่องตัว โดยยี่ปั๊วในพื้นที่จะมีการแนะนำสินค้าที่ขายดี ตลอดจากสินค้าที่นำมาเสริมเพื่อช่วยสร้างรายได้อื่นๆ ตามมาก
บิ๊กแคท มาร์ท ถือเป็นหนึ่งในยี่ปั๊วที่มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปรับรูปแบบมาทำร้านในลักษณะของศูนย์ค้าปลีก - ค้าส่งขนาดใหญ่ ที่ขายสินค้า FMCG ฟู้ด และสินค้าเบ็ดเตล็ด ซึ่งเป็นอีกเส้นทางของการปรับตัวของยี่ปั๊วภูธรที่เราเห็นมาตลอดในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับร้านไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ เป็นอีกผู้ประกอบการรายใหญ่ของภูมิภาคแห่งจังหวัดสิงห์บุรี ที่ไม่เพียงจะทำธุรกิจค้าปลีก – ค้าส่งภายใต้ชื่อห้างไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ เท่านั้น ยังมีธุรกิจอื่นๆ อาทิ ธุรกิจโรงแรมอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการขยายมาทำร้าน Cs Park (ซีเอส พาร์ค) ร้านค้าส่งในสไตล์ “แคช แอนด์ แครี่” คล้ายๆ แม็คโครอีกด้วย ถือเป็นอีกผู้ประกอบการ “โลคอล โมเดิร์นเทรด” ที่ยังมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีการวางตำแหน่งของแบรนด์แต่ละแบรนด์ในเครือไว้อย่างชัดเจน
หากมองย้อนไปเมื่อครั้งยักษ์ใหญ่ค้าส่ง – ค้าปลีกเข้ามาทรงอิทธิพลเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว การรุกเข้ามาของเชนโมเดิร์นทำให้ยี่ปั๊วภูธร ต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งของยี่ปั๊วจะเลือกวิธีการปรับตัวเองเป็นศูนย์ค้าปลีก - ค้าส่ง ขนาดใหญ่ หรือเป็นซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ ที่นอกจากขายส่งแล้ว ยังมีการขายปลีกหน้าร้าน โดยเน้นที่การขายสินค้าราคาถูกเป็นหลัก ยี่ปั๊วในรูปแบบนี้ก็มีตั้งงี่สุน จากจังหวัดอุดรธานี เกียรติสิน แห่งบ้านไผ่ สหชัย เชียงราย เป็นต้น

ขณะที่อีกส่วนจะมีการปรับรูปแบบมาทำเป็นร้านที่ไม่ใหญ่นัก แต่เน้นการขยายสาขาแบบเชนที่มีขนาดสาขาไม่ใหญ่นัก เพื่อกระจายเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดตัวเอง และพื้นที่ใกล้เคียง ยี่ปั๊วในรูปแบบนี้ก็มี ธนพิริยะ จังหวัดเชียงราย เคแอนด์เค ซูเปอร์ค้าส่ง จังหวัดสงขลา เป็นต้น
ตลอดเส้นทางการปรับตัวนั้นจะได้รับการสนับสนุนทั้งจากซัพพลายเออร์ที่ต้องการคงเครือข่ายยี่ปั๊วเหล่านั้นไว้ เพื่อ บาลานซ์กับโมเดิร์นเทรด โดยให้คำแนะนำรูปแบบการบริหารที่ทันสมัย ตลอดจนนำแนวคิดในการสร้างรายได้อื่นๆ เข้ามา อาทิ การเก็บค่าแรกเข้า หรือค่าโปรโมชั่น ในกรณีที่สั่งสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับการบริหารจัดการของเชนค้าปลีกสมัยใหม่
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการจับมือกับหน่วยงานของราชการ อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อช่วยเสริมในเรื่องของการบริหารจัดการต่างๆ เช่นเดียวกับในครั้งนี้ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องการให้เกิดเครือข่ายร้าน “คุ้มจริง” ที่ถูกมองว่าจะเข้ามาช่วยทั้งยี่ปั๊วและโชวห่วยในแต่ละพื้นที่
ถือเป็นอีกการปรับตัวที่ชวนติดตามดูไม่น้อยทีเดียว.... ขอบคุณภาพจากเพจ ไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ และบิ๊กแคท มาร์ท