NocNoc ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ กลายเป็นแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสที่กำลังมาแรงด้วยการเติบโตทางด้านรายได้แบบก้าวกระโดด โดยไตรมาสแรกของปี 2566 มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 7.4 เท่า มีผู้ใช้งานกว่า 8 แสนราย และพันธมิตรร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีกกว่า 5,000 ราย โดย NocNoc เชื่อว่าจากสัญญาณการเติบโตที่ดีในช่วงไตรมาสแรก จะทำให้ในปี 2566 นี้ จะมียอดขายมากกว่า 5,000 ล้านบาท และมีผู้ใช้งานเพิ่มเป็นกว่า 1 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ในอีก 6 เดือนข้างหน้าปีนี้ NocNoc จึงยังคงเดินหน้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่มองหาสินค้าและบริการในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีตัวเลขระบุว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในประเทศไทยมีมากถึง 20 ล้านหลัง ดังนั้นจึงยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ อีกทั้งในอนาคตยังมีเจ้าของบ้านใหม่ และเจ้าของบ้านเก่าที่ต้องการรีโนเวทบ้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ดังนั้น จึงส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่ม Home & Living ยังคงมาแรง เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าแต่งบ้านเพื่อให้ได้บ้านในสไตล์ที่ใช่และชอบ และพร้อมเปลี่ยนไปตามเทรนด์และเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง หากบริษัทยังสามารถคัดเลือกสินค้าและบริการทุกเรื่องบ้านใหม่ๆ มานำเสนอ ก็จะเป็นการตอบโจทย์ความต้องการและสร้างยอดขายได้มากขึ้น 
ชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc กล่าวว่า ก้าวต่อไปของ NocNoc คือ การขยายตลาดไปสู่ Home & Lifestyle ที่ไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน แต่เป็นการใช้ชีวิต ซึ่ง NocNoc จะตามผู้บริโภคไปอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเป็นการขยายขอบเขตธุรกิจให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตของลูกค้าให้มากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นใน 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.การลงลึกใน Customer Journey มากขึ้น และไปถึงเรื่อง Inspiration อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และตอบโจทย์ความต้องการนั้นๆ 2.การขยาย Ecosystem ในแง่การร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของการเป็น Destination ของคนที่คิดถึงเรื่องบ้าน
“เรากำลังจะขยับไปสู่เรื่องของ Home & Lifestyle เพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่จะทำให้ NocNoc มีภาพของการเป็น Home & Lifestyle ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คือ การเพิ่ม Emerging Category ให้มากขึ้น แต่เดิมเราเป็น Home & Living มีลักษณะของการอยู่ในบ้านทำให้กลุ่มสินค้าจะถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ของห้องต่างๆ ภายในบ้าน แต่เวลาที่เราตามไปดูไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เราจะพบสิ่งที่เรียกว่า Emerging Category เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยที่ลูกค้าไม่ได้ฟิกซ์อยู่แต่เรื่องบ้าน แต่ยังมีความสนใจในเรื่องของสัตว์เลี้ยง เรื่องแม่และเด็ก เรื่องกาแฟ รวมถึงเรื่องการพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ ทำให้เราสามารถขยายกลุ่มสินค้าลงไปในรายละเอียดของไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น เราอาจมี Category ใหม่ๆ ที่ขนาดอาจจะเล็กลงแต่มีความหลากหลายมากขึ้น มีความเฉพาะเจาะจง และมีรายละเอียดมากขึ้น เช่น เตียงสำหรับคุณแม่และลูก เราอาจเริ่มทำเป็นแคมเปญก่อน ถ้าผลตอบรับดีก็ทำหน้าเพจของสินค้ากลุ่มนั้นๆ ขึ้นมา เป็นการ Customize ในรูปแบบหนึ่ง”
นอกจากนี้ การที่มุ่งเน้นการทำตลาดในกลุ่มไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายตลาดไปสู่กลุ่ม B2B ตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ด้านการท่องเที่ยว NocNoc ก็จะขยายตลาดไปที่กลุ่มโรงแรม โดยพิจารณาว่าในโรงแรมมีอะไรบ้างที่จะทำให้ผู้บริโภคสนใจ สิ่งที่ตามมาคือการเปิดตลาดกับลูกค้ากลุ่มใหม่ คือกลุ่มโรงแรม หรือหากมองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ชื่นชอบเข้าร้านกาแฟ ก็จะขยายตลาดไปที่เซ็กเมนต์ร้านกาแฟ ซึ่งการมองตลาดในลักษณะนี้จะทำให้ NocNoc สามารถขยายตลาดเข้าไปที่กลุ่ม B2B ได้มากขึ้น

“Category ใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเปิดเพิ่มขึ้น ได้แก่ สัตว์เลี้ยง แม่และเด็ก ท่องเที่ยว กาแฟ เป็นต้น วิธีการก็จะเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งกลุ่มที่เป็น Lifestyle Related จะขยายไปกับพาร์ทเนอร์ที่เป็น B2B เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง เช่น Developer รูปแบบก็จะวนเป็น B2B2C ซึ่งโมเดลที่เป็น B2B2C พาร์ทที่เป็น Developer ก็มีพาร์ทเนอร์ชิฟที่ลงลึกไปอีกแบบหนึ่ง เช่น ลูกค้าที่มีการออกแบบร่วมกัน โดยให้ลูกค้าเลือกสินค้าเป็นเซ็ต Developer ขายห้อง หากลูกค้ารู้ว่าจะใช้เฟอร์นิเจอร์แบบไหนก็จะจบในดีลนั้น ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ Developer ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการเจรจา คาดว่าภายใน 2 เดือนจะเริ่มเปิดตัวแพ็กเก็จในกลุ่มนี้ได้”
NocNoc ยังสร้างจุดแข็งด้วยงานบริการหลังการขายในทุกๆ ด้าน ได้แก่ ด้าน Customer Service ที่คอยดูแลและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างรวดเร็ว ตรงจุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับการบริการและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้านบริการจัดส่ง ที่เน้นทั้งความรวดเร็วและคุณภาพการให้บริการ สามารถรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีบริการจัดส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย อีกทั้งยังมีบริการจัดส่งรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด ด้านบริการทุกเรื่องบ้าน (NocNoc Service) ที่ปัจจุบันมีงานบริการติดตั้งกว่า 29 บริการ และคาดว่าจะขยายงานบริการเรื่องบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 40 บริการ ภายในปี 2566 นี้ รวมถึงมีทีมช่างที่มีมาตรฐานพร้อมให้บริการมากกว่า 250 ทีม และจะขยายเป็น 400 ทีม ภายในปี 2566 นี้เช่นกัน
นอกจากนี้ NocNoc ยังจับมือร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง คิวช่าง, 24Fix, Service Hero, Shera, Doodeco, Ctis เป็นต้น เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมและมีทางเลือกมากขึ้น
NocNoc ยังมีเป้าหมายในการ Disrupt Home and Living E-commerce โดยมุ่งสร้าง User Experience ที่ดีและสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับเทคโนโลยี ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน ให้ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้าผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสินค้า บริการ และแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องในสไตล์ที่ใช่และชอบได้สะดวกและง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาฟีเจอร์ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในการใช้งานให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสะสมคะแนน หรือ Loyalty Program, ชุมชนพูดคุยเรื่องบ้าน NocNoc Community และ Platform Partner ที่จะทำให้การขายของบน NocNoc เป็นเรื่องง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา NocNoc ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการผลักดันไปสู่การเป็น Home and Living Destination ที่เน้นสร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้าทุกเรื่องบ้านแบบ Complete Journey ตั้งแต่ให้ไอเดียและแรงบันดาลใจในการแต่งบ้าน โดยให้คำแนะนำและรีวิวจากกูรู หรือผู้ใช้งานจริง คัดเลือกสินค้าและบริการที่ตรงใจผ่านการทำ Personalization เพื่อให้ NocNoc ได้ใกล้ชิดกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และผลักดันยอดขายบนแพลตฟอร์มควบคู่กันไป คือการขยายช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการทุกเรื่องบ้านบนโลกออนไลน์สู่โลกออฟไลน์ ทำให้ NocNoc สามารถเก็บและเข้าถึง Customer Insight และ Customer Journey ในแต่ละ Stage เพื่อสร้างความพึงพอใจ และสร้างประสบการณ์ในทุกเส้นทางบนแพลตฟอร์มได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ล่าสุด เพื่อเป็นการขยับตัวเองให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น NocNoc ได้จัดงาน NocNoc Fair สำหรับคนรักบ้าน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Home InspiREALtion แรงบันดาลจริงให้บ้านคุณ เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปสินค้าและบริการทุกเรื่องบ้านผ่าน Visibility ที่เชื่อมต่อในหลายๆ ช่องทางให้เข้าถึงกันง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการชมสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ และยังเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์ได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายจากงานนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท
สำหรับในงานแฟร์ครั้งนี้ NocNoc ยังมีการอัปเดทเทรนด์เทคโนโลยีที่จะเป็นผู้ช่วยให้การแต่งบ้านเป็นเรื่องง่ายผ่าน “NocNocGPT” ด้วยระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์และออกแบบบ้านในสไตล์ที่ใช่เพื่อคนแต่งบ้าน โดย NocNoc มองว่า NocNoc Fair ไม่ใช่เพียงแค่งานแฟร์ และการขยายประสบการณ์สู่ช่องทางออฟไลน์ แต่ยังเป็น Home InspiRealtion หรือพื้นที่แรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้เป็นแรงบันดาลจริงได้ด้วยประสบการณ์การที่เชื่อมต่อทุกมิติให้คนรักบ้านหา Inspiration และไอเดียในการตกแต่งบ้าน ซึ่ง NocNoc เชื่อว่า จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีอีกด้วย