ร่องรอยจากวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ ส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคที่หันมาอาศัยช่องทางออนไลน์มากขึ้นยาวมาจนถึงปัจจุบัน ผู้บริโภคเริ่มมองหาความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า โดยช่องทางดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว ตั้งแต่สั่งซื้อได้จากทุกที่ ทุกเวลา รวมไปถึงสามารถเข้าถึงโปรโมชันและโค้ดส่วนลดต่างๆ ที่เข้ามาส่งเสริมให้ราคาของสินค้าบนช่องทางออนไลน์เป็นที่น่าพึงพอใจ
ขณะเดียวกัน หลายๆ แบรนด์จึงจำเป็นต้องมีช่องทางออนไลน์ เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแล้ว สังเกตจากหลักฐานที่ปรากฏชัดเจนอย่างการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ E-commerce และแน่นอนว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน (Home & Living) ก็ไม่พลาดขบวนรถไฟที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในแบรนด์ที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดดเด่นในตลาด Home & Living คือ “NocNoc” แพลตฟอร์ม E-commerce เรื่องบ้านสัญชาติไทยที่เป็นมากกว่าแหล่งศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้าน แต่ยังนำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัวทั้งในเรื่องไอเดีย แรงบันดาลใจ ผ่าน NocNoc AI เพื่อให้เกิดการซื้อที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร ผลักดันให้ล่าสุดได้รับรางวัลพิเศษ Brand Star Award จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่ม E-Marketplace (Home & Living)

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการพลิกโฉมประสบการณ์ Home & Living ให้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ภายใต้ชื่อ “NocNoc AI” ที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยให้ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มเข้าถึงสไตล์การแต่งบ้านแบบเฉพาะตัว ผ่านการออกแบบพื้นที่ในฝันด้วย Generative AI และเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ผ่าน AI-powered Image Search ค้นหาเฟอร์นิเจอร์จากภาพ และสามารถเลือกซื้อสินค้าจากภาพที่สร้างขึ้นได้ทันที และยังมี Gen AI Shopping Assistant ผู้ช่วยให้คำแนะนำ ตอบคำถาม และช่วยแก้ปัญหาให้ทุกเรื่องบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย

คุณอนุพงศ์ ทะสดวก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc อธิบายเพิ่มเติมว่า “เพียงแค่ลองค้นหาสินค้าหรือสไตล์การตกแต่งบ้านแบบที่ต้องการ NocNoc AI จะทำการประมวลและแนะนำสินค้าและบริการที่ตรงกับความชอบและไลฟ์สไตล์ของเราขึ้นมาในทันที หรือสามารถนำรูปภาพ Reference สินค้าแบบที่ต้องการมาค้นหาบนแพลตฟอร์มก็จะสามารถหาสินค้าที่ใกล้เคียงกับรูปได้เลย”
การมีเทคโนโลยี AI ทำให้สามารถแนะนำสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง หรือ Personalization ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กล่าวได้ว่า บทบาทของ “NocNoc AI” เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เด่นที่ NocNoc ได้มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจนเกิดความพึงพอใจ และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากได้รับทั้งความสะดวกสบายและที่สำคัญได้สินค้าตรงตามความต้องการกลับไป

มากไปกว่านั้น NocNoc ยังมี NocNoc Home Solution ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่ช่วยให้คำปรึกษา ช่วยออกแบบ ตกแต่งภายใน ช่วยเรื่องบริการงานช่างตั้งแต่ติดตั้ง ซ่อมแซม ปรับปรุง ไปจนถึงงานรีโนเวท พร้อมรับประกันงานบริการนานสูงสุด 12 เดือน แนวทางนี้ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์ Pain Point ให้กับผู้บริโภคทุก Segment ที่มีปัญหาเรื่องบ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่ามากขึ้นจากการได้รับบริการที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและสร้างความภักดีต่อแบรนด์
“NocNoc Home Solution เป็นสิ่งที่เข้ามาผลักดันให้ NocNoc สามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Vertical Marketplace ที่สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์ม Horizontal Marketplace ทั่วไปได้ สินค้ากลุ่ม Home & Living ถ้ามีงานบริการคอยให้การช่วยเหลือควบคู่ไปด้วยจะทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบาย และเข้าถึงความครบจบในที่เดียว ไม่ต้องดำเนินการติดต่อผู้ให้บริการเพื่อปรึกษา ออกแบบ หรือติดตั้งเพิ่มเติมอีก”
ในปีนี้แบรนด์มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ และใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อขยายฐานผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มให้มากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Emotional Marketing ได้เปิดตัว “น้องนอค” ผู้ช่วยที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องบ้าน เพื่อเป็นตัวแทนสื่อสารหลัก ภายใต้แนวคิด “ให้ NocNoc ช่วยนะ” ที่สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มในฐานะผู้ช่วยทุกเรื่องบ้านที่ครบวงจร ตั้งแต่ช่วยให้คำปรึกษาทุกเรื่องบ้าน ช่วยออกแบบพื้นที่ในฝัน และช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการให้ลูกค้าแต่ละราย
“เราเปรียบเสมือน Ecosystem โดยใช้แพลตฟอร์มเป็นพื้นที่ในการเชื่อมโยงผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Buyer (ผู้ซื้อ) Seller (ผู้ขาย) Local Seller (ผู้ประกอบการท้องถิ่น) Service Provider (ช่างหรือผู้ให้บริการ) Business (ภาคธุรกิจ) รวมไปถึง Government (ภาครัฐ)” คุณอนุพงศ์ กล่าวเพิ่มเติม
จากตรงนี้จะสังเกตพบว่า NocNoc ไม่เพียงแค่เชื่อมโยงผู้ขายกับผู้ซื้อเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการสนับสนุนผู้ประกอบการในตลาดที่เกี่ยวข้อง ผ่านกิจกรรมทางการตลาดแบบ O2O จัดงานภายใต้ชื่อ "NocNoc Fair" ที่จัดขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมือง ซึ่งเป็นการจัดงานที่สร้างโอกาสให้แก่ผู้เกี่ยวข้องใน Ecosystem ได้มาพบปะกันและกัน รวมไปถึงนำเสนอสินค้าและบริการเรื่องบ้าน และเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าทำการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีแผนขยายการเข้าถึงไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศได้สัมผัสประสบการณ์ และรับข้อมูลจาก NocNoc โดยตรง
ไม่เพียงเท่านั้น NocNoc ยังมีการดำเนินสร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ และภาคเอกชน ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการเงิน ภาคการขนส่งเพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซร่วมกัน
คุณอนุพงศ์ เผยมุมมองที่น่าสนใจทิ้งท้ายในแง่ของการแข่งขันในตลาดไว้ว่า NocNoc มองว่าทุกแบรนด์ในตลาดมีบทบาทในการสร้างความหลากหลายและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดย NocNoc จะมุ่งเน้นที่การพัฒนาประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้เพื่อยกระดับการให้ไอเดีย แรงบันดาลใจ พร้อมแนะนำสินค้าที่ตรงใจให้กับผู้บริโภค รวมถึงช่วยให้การทำงานร่วมกับร้านค้า ผู้ขาย และพันธมิตร สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ NocNoc ยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาค ด้วยจุดแข็งในฐานะ E-commerce สัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่ขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียที่ NocNoc ดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 4 ปี พร้อมแผนการขยายกลุ่มสินค้าจากประเทศไทยไปยังตลาดอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าปรับปรุงบ้าน ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ฐานลูกค้าเติบโตขึ้นกว่า 200%
“NocNoc ยังคงเดินหน้าใช้เทคโนโลยี AI ควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเพื่อออกแบบประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านสินค้าและบริการ ไอเดียและแรงบันดาลใจ รวมถึงโซลูชันต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดี และความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ยังคงสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งในตลาด เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในตลาดอาเซียน” คุณอนุพงศ์ ทิ้งท้าย