การใส่ใจสุขภาพไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ของคนไทยไปแล้ว ทำให้แบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ มองข้ามเรื่องนี้ไม่ได้ การออกเลย์ ไลท์ ที่มีการลดโซเดียมลง 30% ของเลย์จากค่ายเป๊ปซี่โค คือหนึ่งในภาพสะท้อนของเรื่องนี้
เลย์เป็นแบรนด์หลักที่ทำรายได้ให้กับเป๊ปซี่โค ในบ้านเราค่อนข้างมาก ทำให้มันฝรั่งแบรนด์นี้ ไม่หยุดที่จะนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับตลาดขนมขบเคี้ยว ซึ่งหากมองเป้าประสงค์ที่บริษัทแม่คือ เป๊ปซี่โค วางไว้นั้น ในส่วนที่เป็นโปรดักต์นั้น ภายในปี 2025 เป๊ปซี่โค ต้องการจะบรรลุเป้าหมายในแง่ของ
1. จะต้องมีไม่ต่ำกว่า 75% ที่ผลิตภัณฑ์จะต้องมีปริมาณไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 1.1 กรัมต่อ100 แคลอรี
2. ปริมาณโซเดียมที่จะต้องไม่เกิน 1.3 มิลิกรัม ต่อ100 แคลอรี
3. อะไรที่เป็น Healthier Choice จะต้องเติบโตเร็วกว่า Portfolio ทั้งหมด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป๊ปซี่โค มีแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านการให้ความสำคัญเรื่องของ Performance with Purpose โดยนโยบาย Performance with Purpose ในแง่ของผลิตภัณฑ์จริงๆ ต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยังไงให้เหมาะกับแต่ละช่วงปี
เรื่องของ Healthier หรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เรื่องของสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกให้ความสำคัญ เพราะว่าเป็นเทรนด์ที่คนกำลังสนใจ โดยเป๊ปซี่โคทั่วโลกพยายามผลักดัน ซึ่งในเมืองไทยนั้น มีการตั้งเป้าหมายว่า สแน็คในกลุ่มสุขภาพจะต้องมีการเติบโตของสินค้าที่เป็น Healthier Choice ให้เร็วกว่าตัวอื่นๆ ธุรกิจที่เป็นสแน็คหรือขนมขบเคี้ยวของเป๊ปซี่โค
เราจึงได้เห็นการให้ความสำคัญกับการทำตลาดกับสแน็กเพื่อสุขภาพอย่างซันไบร์ท รวมถึงความพยายามในการลดปริมาณโซเดียมลงของแบรนด์อื่นๆ รวมถึงเลย์ ที่ถือเป็นแบนรนด์หลักที่ทำรายได้ให้กับสินค้าในกลุ่มสแน็กของเป๊ปซี่ โค ในเมืองไทย
“เลย์” เป็น “Flagship Brand” คือแบรนด์หลักที่มียอดขายสูงที่สุด ตามด้วย ”ตะวัน” และ”ซันไบทส์” นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ ”ชีโตส” และ “ทวิสตี้“ กับสองแบรนด์นำเข้าคือ “โดริโทส” และ “เควกเกอร์”

โดยในช่วงที่ผ่านมา เลย์เองก็ให้ความสำคัญกับการทำตลาดด้วยการใช้ “Hyper Localization” คือการยึดผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง ศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละเซ็กเม้นต์ แล้วนำ Local Insights มาพัฒนาตั้งแต่สินค้าไปจนถึงการตลาด และการเจาะเข้าช่องทางการขาย
เมื่อเจาะลึกถึงสินค้า องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ เลย์ สามารถปักหมุดในแต่ละประเทศที่ทำตลาดได้สำเร็จคือ “รสชาติ” ที่แตกต่าง และมีเอกลักษณ์ในแต่ละประเทศ โดยเลย์พัฒนารสชาติมากกว่า 200 รส! มีทั้งรสชาติยอดนิยมที่อยู่ถาวร มีขายทั่วโลก เช่น เลย์ ออริจินัลสีเหลือง บาร์บีคิว และรสชาติใหม่ๆ ที่เป็น Seasoning Flavor ออกมาต่อเนื่อง
ขณะที่การเล่นกับเทรนด์สุขภาพด้วยการทำสินค้า Healthy เป๊ปซี่โค จะใช้วิธีทำอยู่ 2 วิธี นั่นคือ 1.ดึงสิ่งที่ผู้บริโภคคิดว่าไม่ดีออก เช่น ลดปริมาณน้ำตาลหรือลดโซเดียมลง และ 2.เพิ่มสิ่งที่มีประโยชน์เข้าไป อย่างกรณีของซันไบทส์ ที่เป๊ปซี่ โค พยายามใส่อะไรที่ดีๆ เข้าไป อย่างการเพิ่มข้าวไรซ์เบอรี่ เพิ่มสาหร่าย เป็นต้น
หากมองเข้ามาที่พอร์ตสินค้าของเป๊ปซี่โค ที่ทำตลาดในทั่วโลกทั้งหมด จะประกอบไปด้วย
1.สินค้าที่เป็น Fun for you เป็นเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่กินแล้วเพลิดเพลิน
2.สินค้าที่เป็น Better for you เป็นขนมที่ดีต่อสุขภาพ อย่างซันไบทส์
3.สินค้าที่เป็น Good for you คือต้องดีจริงๆ อย่างน้ำเปล่า ข้าวโอ๊ต สำหรับคนป่วยเป็นโรคหัวใจ ซึ่งเป๊ปซี่ โค เองพยายามเติมเต็มในส่วนของ Better และ Good ให้มีสัดส่วนมากขึ้น
การออกเลย์ ไลท์ ที่ลดปริมาณโซเดียมลง 30% จึงน่าจะเป็นอีกคำตอบในเรื่องนี้...