BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,701
VIEWS

7 เรื่องห้ามละเลย หากอยากให้ กลยุทธ์ Collaboration Marketing ทำออกมาแล้วปัง!!!

ธ.ค. 17, 2568 R.Somboon
แม้จะถูกพูดถึงและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือการทำ Collaboration ในปัจจุบันนั้นไม่ใช่แค่การสร้างกระแสสั้นๆ อีกต่อไป แต่ต้องนำไปสู่การเสริมข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยต้องมี การวิเคราะห์จุดอ่อน - จุดแข็งของกันและกันเป็นอย่างดีว่าจะทำการ Collab โดยมีวัตถุประสงค์อย่างไร
               
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายช่องทางขายเพิ่มขึ้น การขยายฐานของแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ หรือแม้กระทั่ง การเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นการมองไปถึงการเพิ่มยอดขายอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าแค่การสร้างสีสันชั่วครั้งชั่วคราว
               
ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกันระหว่างแบรนด์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือแบรนด์ที่อยู่คนละอุตสาหกรรม การทำ Collaboration Marketing จะต้องเป็นการส่งมอบหรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
               
พูดง่ายๆ ก็คือการใช้กลยุทธ์ Collaboration Marketing ของแต่ละแบรนด์จะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "คุณค่าและประสบ การณ์ใหม่" ที่คาดไม่ถึง ทั้งรูปแบบที่เป็นการจับมือกับแบรนด์กับแบรนด์ หรือแบรนด์กับเพอร์ซันนัล แบรนด์ ที่คนดังที่มี DNA หรือกลุ่มเป้าหมายเสริมกันเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้าง Buzz และยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์อย่างรวดเร็ว


โดยหัวใจสำคัญจะอยู่ที่ "ความร่วมมือที่มีจุดร่วม"  อาทิ การสร้างความรู้สึกร่วม (Emotional Connection) และสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ซื้อเพราะ "ฟีล" ไม่ใช่แค่ "ฟังก์ชัน" และมักมีการใช้เทคโนโลยีและคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และสร้างกระแสไวรัลให้กับความร่วมมือที่ทำออกมา
 
ส่วนเทรนด์สำคัญที่กำลังมาแรง ในการทำ Collaboration Marketing นั้น จะมีตั้งแต่
 
1.การร่วมมือที่ไม่คาดฝัน อย่างการจับคู่แบรนด์ต่างอุตสาหกรรมที่ดูไม่น่าจะเข้ากัน เช่น แฟชั่นกับแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น หรือสินค้าในกลุ่มเครื่องปรุงรสกับไอศกรีมที่ร่วมกันสร้าง  Co – Creation ใหม่ๆ จนกลายเป็นโปรดักต์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ อย่าง ไอศกรีมที่มีรสชาติของซอสปรุงรสที่ทำให้เกิดกระแสและ "ไวรัลทางอารมณ์" ได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
 
2.เน้นสร้างประสบการณ์และ "ฟีล" มากกว่าฟังก์ชัน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการประสบการณ์ แปลกใหม่ การ Collab ช่วยสร้าง "เรื่องเล่า" และความรู้สึกร่วม ซึ่งสร้างความผูกพันกับแบรนด์ได้ดีกว่า
3.การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ อย่างการ Collab กับศิลปิน K-Pop, Influencers, หรือแพลตฟอร์มยอดนิยม ทำให้เข้าถึงฐาน แฟนคลับมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือพันธุ์ไทย x จอง คัลแลน ที่สามารถขยายฐานแบรนด์เข้าไปยังฐาน แฟนคลับของพี่จอง คัลเลนได้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังช่วยสะท้อนภาพของตัวโปรดักต์อย่างไทยริกาโน่ที่ออกมาจนกลาย เป็นกาแฟอเมริกาโน่ยอดนิยมที่เกิดขึ้นบนความเป็น Creative Thai Taste ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่แข็งแกร่งของกาแฟแบรนด์นี้
 
4.การใช้เทคโนโลยีและคอนเทนต์บนดิจิทัล อาทิ การสร้างแคมเปญบน TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อสร้าง Interactive Content เช่น #walkwithpomelo ที่มีผู้เข้าร่วมล้นหลาม
 
5.สร้างคุณค่าร่วม (Co-Creation) ที่เป็นการพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่เกิดจากจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย เช่น การทำ DIY เมนูเครื่องดื่มของกาแฟพันธุ์ไทยกับสกาย-นานิ 2 พรีเซ็นเตอร์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวออกมา เป็นต้น
 
6.การสร้าง Brand Equity และ Image ที่ทันสมัย โดยการ Collab ต้องแสดงเห็นถึงความเปิดกว้างและความทันสมัย ทำให้แบรนด์ดูน่าสนใจและยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นให้กับทั้ง 2 แบรนด์ที่เข้ามาจับมือร่วมกัน
 
7.ความจริงใจและความโปร่งใส (Authenticity & Transparency) กลายมาเป็นอีกหัวใจสำคัญของการร่วมมือ โดยเฉพาะ กับการสื่อสารสิ่งที่ร่วมกันทำออกไปยังผู้บริโภค ทั้งนี้ก็เพราะผู้บริโภคโดยเฉพาะ Gen Z เบื่อหน่ายกับโฆษณาที่ดูประดิษฐ์ หรือ เนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นแบบไร้อารมณ์


ขณะเดียวกันยังต้องให้ความสำคัญกับการทำที่มีความสอดคล้องของค่านิยม เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าร่วม เช่น ความ ยั่งยืน ความเท่าเทียม หรือความรับผิดชอบต่อสังคม การร่วมงานที่ฉาบฉวยหรือดูเป็นการสร้างภาพจะถูกจับได้ง่ายและสร้าง ความเสียหายต่อชื่อเสียงของทั้ง 2 ฝ่าย
 
ทั้งหมดนั้น สะท้อนให้เห็นว่า Collaboration Marketing ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่งในยุคนี้ เพราะช่วยให้แบรนด์ เติบโตและสร้างความแตกต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
แต่อย่าลืมว่า การทำ Collaboration Marketing ไม่ใช่แค่แฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในยุคที่การแข่งขันสูง เพื่อ สร้างความโดดเด่นและขยายฐานลูกค้าในตลาดให้กับแบรนด์....


กลยุทธ์ Collaboration Marketing กับกรณีศึกษา “CC DOUBLE O x FORD MUSTANG”

7 เรื่องห้ามละเลย หากอยากให้ กลยุทธ์ Collaboration Marketing ทำออกมาแล้วปัง!!!

ทำ Collaboration Marketing อย่างไรให้ปัง มองผ่านกรณีศึกษา “พันธุ์ไทย” X “กระทิงแดง”

ทำไม “Collaboration Marketing” ยังคงเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม ที่แบรนด์เล็ก - ใหญ่ ให้ความสำคัญ

ไขความกระจ่าง ทำไม Collaboration Marketing ถึงยังเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม

เปิด 3 เหตุผล ทำไมถึงต้อง “เป๊ปซี่ X พูม่า”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact