BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
4,283
VIEWS

ลงมือทำ เพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เต็ดตรา แพ้คกับ Movement ที่มุ่งมั่นเพื่ออนาคต

ก.ค. 05, 2566
โลกกําลังเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงถึงกัน สังเกตง่ายๆ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอีกเรื่องน่ากังวลไม่น้อยที่สามารถนําไปสู่ผลกระทบด้านลบในวงกว้าง รวมถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรง การสูญูเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการหยุดชะงักของระบบนิเวศและสังคมมนุษย์ทั้งหมดทั้งมวล มนุษย์อย่างเราๆ ล้วนแล้วแต่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์เฉกเช่นข้างต้นด้วยกันทั้งนั้น
 
ในทางกลับกัน มนุษย์เองก็สามารถร่วมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้นผ่านกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อเป็นพลังงาน กระบวนการทางอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่าและการเกษตร เป็นต้น แม้จะมีความท้าทายอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดีขึ้น แต่ก็ยังพอมีหนทางที่สามารถบรรเทาไม่ให้สถานการณ์ร้ายแรงไปกว่าเดิมได้
 
เต็ดตรา แพ้ค ในฐานะผู้นำโซลูชันการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งผลิตกล่องเครื่องดื่มให้กับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำทั่วโลก มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวนำสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม เล็งเห็นความจำเป็นในการมีโซลูชันแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบ  เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดยรายงานด้านความยั่งยืนของ      เต็ดตรา แพ้ค ฉบับล่าสุดใช้แนวทางแบบองค์รวมเชื่อมโยง 5 ประเด็นหลักที่บริษัทสามารถมีส่วนช่วยได้มากที่สุด  ได้แก่ ระบบอาหาร, การหมุนเวียนทรัพยากร, สภาพอากาศ, ธรรมชาติ และความยั่งยืนทางสังคม 
 
ในระดับโลก เต็ดตรา แพ้ค ระบุถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงานลงได้ถึง 39% ซึ่งมาจากการใช้พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วน 84% ส่งผลเชิงบวกที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 131 กิโลตัน จากการส่งมอบบรรจุภัณฑ์และฝาที่ผลิตจากพืช รวมทั้งยังลงทุนเกือบ 30 ล้านยูโร เพื่อเร่งให้มีการรวบรวมและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว 
 
สำหรับประเทศไทยที่ให้ความสำคัญลำดับแรกกับการขับเคลื่อนโซลูชันการหมุนเวียนทรัพยากรเพื่อนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล 
 
คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทุกผลิตภัณฑ์ที่เป็นบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค ต้องสามารถนำไปรีไซเคิลได้  พร้อมทั้งยังมีเป้าหมายและแผนงานที่ชัดเจนเพื่อให้ได้อัตราการรีไซเคิลที่สูงขึ้นอีกด้วย”
ทั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค จึงเดินหน้าในการขยายความร่วมมือในกระบวนการจัดเก็บรวบรวมและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มเพิ่มมากขึ้น เพื่อดึงวัสดุที่ใช้แล้วออกจากหลุมฝังกลบ ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการจัดตั้งศูนย์รับซื้อคืนและรวบรวมกล่องที่ใช้แล้ว 15 แห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยในปีที่ผ่านมา
 
คุณปฏิญญา เล่าให้ฟังว่า “แรกเริ่มของโครงการนี้ เราสังเกตตามแผนที่ประเทศไทย และวิเคราะห์ข้อมูลว่า ปริมาณกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วไปจบในพื้นที่ไหนเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นจึงพบว่ากรุงเทพฯ, ภาคตะวันออกและภาคกลาง คือพื้นที่ที่เราสามารถเริ่มลงมือในการสร้างเครือข่ายการจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มได้อย่างมีปริมาณที่เพียงพอในการให้การส่งเสริม”
 
ตลอดจนยังมองศักยภาพของพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม กระทั่งพบข้อมูลการใช้กล่องเครื่องดื่มของพื้นที่ในภาคเหนือ ที่แม้จะมีปริมาณน้อยกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่พื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นจำนวนการใช้งานต่อพื้นที่ยังถือว่าน้อยกว่าภาคเหนือ พร้อมสังเกตได้อีกว่า การอยู่อาศัยของคนตามบริเวณพื้นที่สูง เช่น เขาและดอยต่างๆ ในภาคเหนือมีระบบการขนส่งแบบเย็น ไม่ค่อยสะดวกนัก คนส่วนใหญ่จึงนิยมบริโภคเครื่องดื่มที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ชนิดกล่อง เพราะสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ในระยะยาว ขณะที่ภาคใต้อยู่ในขั้นตอนการทดลองในการรวบรวมกล่องใช้แล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใช้งานปริมาณกล่องน้อย แต่เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มข้นในการจัดเก็บวัสดุรีไซเคิล
"เมื่อเห็นความต้องการของพื้นที่จึงมองหาพาร์ทเนอร์ผู้ที่ดำเนินงานสอดคล้องตามความต้องการของเรา ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ภาคใต้ เราไปพบเครือข่ายวงษ์พาณิชย์กระบี่ ผู้ที่ดำเนินการเกี่ยวกับพลาสติกในชายฝั่งอยู่แล้ว และมีศักยภาพในการจัดการกับวัสดุรีไซเคิลตามเกาะหรือหาดต่างๆ เราจึงตัดสินใจเข้าไปประสานและช่วยดำเนินงานจัดการกับกล่องใช้แล้วเหล่านั้น” คุณปฏิญญา กล่าวเสริม 
 
ที่น่าสนใจ คือทางเต็ดตรา แพ้ค เข้าไปเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการขับเคลื่อนวัฏจักรการรีไซเคิล โดยคอยสังเกตห่วงโซ่ของกระบวนการรีไซเคิลและสนับสนุนให้ห่วงโซ่ดังกล่าวดำเนินการต่ออย่างราบรื่น เริ่มจากการศึกษาว่า ผู้ประกอบการรีไซเคิลมีความต้องการปริมาณวัสดุรีไซเคิลเท่าไหร่ในแต่ละปี และมีความสามารถในการรับซื้ออยู่ที่ราคาเท่าไหร่ ถัดมาจึงพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็เข้าใจดีว่า บริษัทไม่สามารถลงไปเก็บข้อมูลพูดคุยกับร้านรับซื้อหรือซาเล้งแต่ละคนได้ เนื่องจากมีจำนวนที่คาดการณ์ไว้ว่ามากกว่า 60,000 ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมาก ถ้าหากต้องไปติดต่อเจรจาทั้งหมดคงไม่สามารถดำเนินการได้จริง เต็ดตรา แพ้ค จึงใช้วิธีการทำงานร่วมกับสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าและคอยช่วยเหลือในส่วนที่จะสามารถทำได้อยู่เสมอๆ 
"กระบวนการทั้งหมด เราดำเนินการผ่านผู้ประกอบการรีไซเคิลผู้ที่ถือเป็นหัวใจของกระบวนการหมุนเวียนวัสดุรีไซเคิลและยังเป็นผู้ที่ทำสัญญาร่วมกับสมาคมซาเล้งฯ ในการให้ราคารับซื้อ โดยมีเราเข้าร่วมเปรียบเสมือนแนวร่วมในฐานะผู้ที่สนับสนุนให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” 
 
ยิ่งไปกว่านั้น ในการเข้าไปสนับสนุนและร่วมมือกับสมาคมฯ ของทางเต็ดตรา แพ้ค ถือว่าสามารถเข้าไปสร้างความมั่นใจในเรื่องของราคาให้กับผู้ประกอบการรีไซเคิลซึ่งส่งผลดีอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจรีไซเคิล กล่าวคือเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่องได้นั่นเอง เป็นการแสดงออกซึ่งการให้เกียรติสมาคมฯ และช่วยรับรองว่าสมาคมฯ มีตัวตนและสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับสมาชิกได้จริง 
เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งและเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำเพียงคนเดียวได้จึงจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกภาคส่วน พลังของทุกๆ ส่วนล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยการส่งเสริมผลักดันและร่วมกันจัดการกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐหรือเอกชน รวมไปถึงความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัญหาเหล่านี้มีขนาดใหญ่กระทบต่อคนทั้งโลกจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในการร่วมกันกำหนดและบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษ แบ่งปันความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนสนับสนุนภูมิภาคที่เปราะบางในการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง
                 
“ความมุ่งมั่นของเรา คือการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งชุมชนท้องถิ่นภาครัฐ และภาคเอกชน  จับมือกันเพื่อทำให้เรื่องของสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการจัดการอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของทุกคน”        คุณปฏิญญาทิ้งท้าย

อ่านข้อมูลสรุปรายงานความยั่งยืนของเต็ดตรา แพ้ค ได้ที่
https://www.tetrapak.com/en-th/about-tetra-pak/news-and-events/newsarchive/tetra-pak-announces-further-progress-and-targets-for-thailand-sustainability-transformation-following-global-report

ลงมือทำ เพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เต็ดตรา แพ้คกับ Movement ที่มุ่งมั่นเพื่ออนาคต

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact