หากมองเข้ามาที่เป้าหมายในการทำคอนเทนต์แต่ละคอนเทนต์ของช่อง ONE 31 แล้ว จะพบว่า ค่ายนี้ ไม่ได้มองคอนเทนต์ที่ผลิตมาแค่เป็นรายการหรือละครเท่านั้น แต่ยังมองถึงการสร้างคอนเทนต์ให้ก้าวข้ามจากแค่คอนเทนต์มาสู่การเป็นแบรนด์ ซึ่งการก้าวข้ามจากแค่คอนเทนต์มาเป็นแบรนด์นั้น นอกจากจะได้รับความนิยมอย่างไม่ตกแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบการทำตลาดอื่นตามมาอีกด้วย
เราจึงได้เห็นคอนเทนต์หลายๆ คอนเทนต์ของช่อง ONE 31 ถูกวาง และถูกสร้างให้เป็นแบรนด์ โดยเฉพาะกับ ซิทคอมเป็นต่อ ซิทคอมอมตะที่ออนแอร์มากว่า 10 ปี จนเข้าไปเป็น 1 ในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว
ล่าสุดกับการจับมือกับกันของ 3 พันธมิตรอย่างกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แมสคอท โปรดักชั่น จำกัด ภายใต้ความร่วมมือ Joint Venture ด้วยงบทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เปิดตัวฟังก์ชันนัลดริ๊งค์ “เป็นต้น” คือภาพสะท้อนให้เห็นถึงการก้าวข้ามจากแค่ละครซิทคอมในทีวี มาสู่การเป็นแบรนด์เครื่องดื่ม ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ถกลเกียรติ วีรวรรณ เปิดเผยถึงแนวคิดตั้งต้นว่า เป็นต่อ ดริ๊งค์ เกิดจากการนำแนวคิดของ เป็นต่อ ซิทคอม ซึ่งถือได้ว่าเป็นซิทคอมยอดฮิตของเมืองไทยมายาวนานที่ยังคงความร่วมสมัยเข้ากับ Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมาย โดยการสร้างคอนเทนต์ที่มีคอนเซ็ปต์และคาแร็กเตอร์ชัดเจน เป็นการสร้าง Community ของกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว และยังมีกลุ่มคอมมูนิตี้ ฐานแฟนคลับที่ครบถ้วนทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์อย่างเหนียวแน่น
จากเหตุผลดังกล่าว จึงได้มีความคิดว่าจะนำเอาคอนเซ็ปต์ของซิทคอม “เป็นต่อ” มาพัฒนาเป็นสินค้าที่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ สนุกสนาน และพร้อมไปต่อในทุกสถานการณ์ จึงได้พัฒนาสินค้าออกมาเป็นเครื่องดื่ม เป็นต่อ ดริ๊งค์

หากย้อนเส้นทางของซิทคอมเป็นต่อแล้ว การออนแอร์มากว่า 19 ปี แถมยังได้รับความนิยมแบบไม่ตก สิ่งหนึ่งของความเป็นซิทคอมเป็นต่อที่แข็งแกร่งก็คือ การมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนของตัวละครแต่ละตัว รวมถึงความผูกพันของตัวละคร โดยผู้บริหารของช่อง ONE 31 ให้นิยามว่า “มันกลม” ที่หมายถึงเป็นความรู้สึกที่ว่าตัวละครในเรื่องแต่ละตัวเป็นเหมือนคนข้างบ้าน เป็นเพื่อนเราจริงๆ
โดยเฉพาะกับในสถานการณ์ที่เป็น Situation ที่เกิดขึ้นนั้น สามารถดึงจาก ณ จุดร่วมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ อย่างตอนนี้มีโควิด-19 ก็ใส่เรื่องของโควิด-19 เข้าไป สร้างให้เป็นมุขตลก เป็นความสนุกสนาน จากคาแร็กเตอร์ของตัวละคร ส่วนผสมทั้งหมดก็เลยทำให้มันเกิด “ความกลม” ที่ในที่นี้หมายถึงว่า เรื่องมันดำเนินต่อไปได้อย่างไม่จบ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ซิทคอมเป็นต่อสามารถยืนหยัดอยู่บนจอได้มากกว่า 10 ปี เนื่องจากมีความต่อเนื่อง แล้วแฟนก็เหนียวแน่น แถมมีแฟนใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา
ในความหมายของคำว่า “ความกลม” นั้น อาจจะหมายถึงเรื่องราวที่ไม่มีทางจบ มันเข้ากับสถานการณ์ พอคนเข้าใจคาแร็กเตอร์ของตัวละครแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ ตัวละครตัวนี้จะคิดแบบใด มันก็เลยกลายเป็นประสบการณ์ร่วมระหว่างคนดูกับตัวละครในที่สุด
ความต่อเนื่องของตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นให้มีคาแร็กเตอร์ที่ไม่ต่างจากคนคุ้นเคยในชีวิตจริงนี้ ยังรวมถึงการนำตัวละครเข้าไปอยู่ในโลกของโซเชียลมีเดียที่นอกจากการมีเพจแฟนคลับเป็นต่อแล้ว ตัวละครเอกอย่าง “ศักรินทร์” ยังมีเพจของตัวเอง ทำให้สามารถหล่อเลี้ยงกระแส และสร้างกลุ่มก้อนของแฟนคลับได้เป็นอย่างดี
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการนำคอนเทนต์ “เป็นต่อ” ไปออนแอร์ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ เพื่อต่อยอดไปสู่การรับชมในรูปแบบใหม่ๆ นอกเหนือจาการรับชมผ่านช่องทีวี
การทำคอนเทนต์ในปัจจุบัน ต้องมองหา Angle หลายๆ Angle คือต้องตอบทั้งเรื่องของโจทย์เรตติ้งด้วย ในขณะเดียวกันมันก็ต้องตอบโจทย์เรื่องรายได้ด้วย เช่นเดียวกับการมองว่าจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์สามารถก้าวข้ามไปสู่การเป็นแบรนด์ได้ ซึ่งหากสามารถทำได้ นอกจากจะทำให้คอนเทนต์สามารถอยู่ได้ยาว นานแบบไม่ตกแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปได้แบบไม่สิ้นสุดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การต่อยอดจากซิทคอมไปสู่การเป็นแบรนด์สินค้าของ “เป็นต่อ” นั้น อาจจะต้องเชื่อมโยงมาสู่ดีเอ็นเอของแบรนด์ “เป็นต่อ” หรือการมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนของตัวละคร อย่างการเปิดตัวฟังก์ชันนัล ดริ๊งค์ “เป็นต่อ” นั้น ถูกวางไว้ให้เป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนั่ล ดริ๊งค์ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น โดยตลาดฟังก์ชันนั่ล ดริ๊งค์ในบ้านเรามีมูลค่าประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่น้อย
เครื่องดื่ม “เป็นต่อ” วางให้มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับซิทคอมเป็นต่อ นั่นคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์แบบ Work hard, Play harder หรือ Work all day, Play all night กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตเต็มที่ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน รวมถึงกลุ่มคนที่รู้สึกร่างกายไม่สดชื่น ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ใช้สายตาเยอะ ปาร์ตี้หนัก มองหาเครื่องดื่มที่จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น พร้อมไปต่อในทุกสถานการณ์
โดยตั้งเป้ายอดขายไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ไว้ที่ 15 ล้านขวด เป็นมูลค่า 300 ล้านบาทในปีแรก และตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 20% ภายใน 3 ปี
ถือเป็นอีกการต่อยอดจากซิทคอมสู่แบรนด์เครื่องดื่มที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว...