การสร้างโอกาสในการผลักดันทั้งยอดขายและการนำแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ของปูนตราเสือ แบรนด์ปูนซีเมนต์ที่อยู่ในบ้านเรามายาวนานถึง 108 ปี ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า การทำ Collaboration Marketing ที่ไม่เพียงแค่มุ่งในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนมิลเลนเนียลเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการสร้างรายได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากการขายปูนซีเมนต์อีกด้วย
การขยับตัวในรูปแบบดังกล่าว เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่างปูนซีเมนต์ ที่ปูนตราเสือเอง มีการวางตำแหน่งแบรนด์ออกมาค่อนข้างแข็งแกร่งในฐานะของการเป็นปูนซีเมนต์ที่รองรับงานตกแต่ง ซึ่งแน่นอนว่า การสื่อสารแบรนด์เพื่อผลักดันให้แบรนด์เข้าไปใกล้ชิดคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีส่วนต่อการตัดสินใจเลือกแบรนด์วัสดุก่อสร้างในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในการทำตลาด
ที่ผ่านมา นอกจากสินค้าในกลุ่มปูนซีเมนต์แล้ว ปูนตราเสือ ยังมีการแตกแบรนด์ “ตราเสือไลฟ์สไตล์” เพื่อออกสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์แฟชั่น ที่แน่นอนว่า เป็นการมองถึงการนำเอาแบรนด์ตราเสือเข้าไปใกล้ชิดในฐานะส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้

สยามรัฐ สุทธานุกูล Chief Marketing Officer - Cement and Green Solution Business บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด บอกว่า กว่า 108 ปี ตราเสือ มุ่งพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมด้านปูนซีเมนต์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์งานตกแต่งพื้นผิวผนังและงานก่อสร้างทุกประเภท เพื่อตอบความต้องการลูกค้า พฤติกรรมการใช้งาน และเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและสร้างความใกล้ชิด (Brand Engagement) กับกลุ่มผู้รับเหมา ช่าง สถาปนิก และเจ้าของบ้าน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ โดยที่ผ่านมานำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และงานดีไซน์ต่าง ๆ มาจัดโชว์เคสที่หลากหลาย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นแบรนด์แรกในตลาดวัสดุก่อสร้างไทยที่สร้างการสื่อสารแบรนด์มิติใหม่ ฉีกกรอบการเป็นแบรนด์ปูนซีเมนต์ทั่วไป ด้วยการทำ Brand Commerce หลากหลายรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ตราเสือและเสือไลฟ์สไตล์ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแนวทางนี้คือ กลยุทธ์ Collaborative Marketing ซึ่งที่ผ่านมา มีการจับมือกับแบรนด์ชั้นนำและกลุ่มนักออกแบบชื่อดังมากมาย เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ อาทิ ปูนตราเสือ X เอ็ม-150 จัดแคมเปญฮึดสู้อย่างเสือ หัวใจเกินร้อย, คิด-จาก-ถุง โปรเจกต์กระเป๋า Upcycle จากถุงปูนซีเมนต์รอการทำลาย, TIGER X Renim Project แฟชั่นสุดครีเอทที่ยูนีคและเท่ไม่ซ้ำใคร จนได้รับเลือกให้ไปจัดแสดงในงาน LA Fashion Week 2019, TIGER X BangkokTales สินค้าคอลเลกชันเสือ มหาเศรษฐี รับตรุษจีน เป็นต้น
“การดำเนินกลยุทธ์ในรูปแบบดังกล่าว ทำให้ ทุกโปรเจกต์ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมายและตลอดระยะเวลา 2 ปี สร้างยอดขายจากการทำ Brand Commerce ได้มากกว่า 20 ล้านบาท”
การดำเนินกลยุทธ์ในรูปแบบดังกล่าว เป็นอีกภาพสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงในตลาดวัสดุก่อสร้างของบ้านเรา โดยเฉพาะในมุมของการตัดสินใจซื้อ ที่เจ้าของบ้านเริ่มเข้ามาเป็นคนมีส่วนเลือกแบรนด์สินค้าที่จะใช้เอง จากในอดีตที่ร้านค้า ผู้รับเหมา รวมถึงช่าง จะมีส่วนหรือมีอิทธิพลในการเลือกแบรนด์สินค้า
ประกอบกับในปัจจุบัน เกิดช่องทางขายในรูปแบบของ “โมเดิร์นเทรด” ที่ขายสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น ทำให้ไม่ใช่เลือกยากเกินไปนักที่เจ้าของบ้านจะเข้าไปเดินเลือกสินค้าเอง ทำให้แบรนด์วัสดุก่อสร้างเอง หันมาปรับกลยุทธ์ทั้งในเรื่องของแบรนด์และช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ที่แน่นอนว่า การสร้างแบรนด์ด้วยเครื่องมือต่างๆ ถูกให้น้ำหนักมากขึ้น

ขณะที่แบรนด์อย่างปูนซีเมนต์ตราเสือ ที่เป็นปูนในกลุ่มตกแต่ง ย่อมที่จะหนีเทรนด์นี้ไปไม่พ้น จึงมีการให้น้ำหนักกับการดำเนินกลยุทธ์ในรูปแบบที่ คุณสยามรัฐ กล่าวมา อย่างเข้มข้นในช่วง 3 – 4 ปีหลังมานี้
ล่าสุด ยังมีการต่อยอดกลยุทธ์ Collaboration Marketing ด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์ “TIGER x PHANNAPAST” จับมือ “คุณยูน ปัณพัท เตชเมธากุล” ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ไทยที่น่าจับตามองแห่งยุค ที่มีผลงานการออกแบบสุดโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ร่วมนำเสนอคอลเลกชันแห่งปี “Beware of TIGER” เปิดตัวสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ 30 SKUs ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก กระบอกน้ำ และอีกมากมาย
ไม่เพียงแค่การออกแบบคอลเลกชั่นแฟชั่นเท่านั้น ตราเสือ ยังนำลวดลายที่ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้โปรเจกต์ความร่วมมือนี้ ไปต่อยอดพัฒนาเป็นลวดลายผนัง ผ่านเทคนิคพิเศษจากผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ตกแต่งตราเสือ เพื่อนำเสนอการใช้งานปูนซีเมนต์ตกแต่งที่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิมในงานสถาปนิก 2566 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมสินค้าใหม่ 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เสือ เดคอร์ ปูนซีเมนต์ตกแต่งสำเร็จรูป งานมาร์เบิ้ลเรนเดอร์ สูตรอีซี่มิกซ์ Natural Series, เสือ เดคอเรทีฟ สแลบ และเสือ คัลเลอร์ซีเมนต์ ที่ตอบโจทย์งานปูนซีเมนต์ตกแต่งทั้งพื้นและผนัง
ถือเป็นครั้งแรกที่มีการต่อยอดการทำ Collaboration Marketing มาสู่สินค้าในกลุ่มปูนซีเมนต์ ที่สามารถช่วยเพิ่มสีสันให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะกับการช่วยตอกย้ำการเป็นแบรนด์ปูนซีเมนต์เพื่อการตกแต่งของปูนตราเสือให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก

ขณะที่ในเรื่องของช่องทางจัดจำหน่ายนั้น ตราเสือ เลือกวางสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์แบรนด์ผ่านงานสถาปนิก 66 ที่จัดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม และการขายผ่านลาซาด้าและช้อปปี้ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป พร้อมวางแผนขยายการจำหน่ายไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวรับการเปิดประเทศต่อไป
“คุณยูน ถือเป็นนักออกแบบไทยที่มีชื่อเสียงในวงการออกแบบระดับโลก เราจึงมั่นใจว่าทุกไอเทมไลฟ์สไตล์ภายใต้โปรเจกต์นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยพาแบรนด์ไปใกล้ชิดกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ในอนาคตเราจะเดินหน้าสานต่อการทำ Brand Commerce อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ทันสมัย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่เชื่อมโยง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พร้อมขยายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่และนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ปูนตราเสือ รวมไปถึงขยายโอกาสและความสามารถในการขยายแบรนด์ด้าน Decorative Lifestyle ต่อไป”
ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าจะส่งผลต่อเรื่องของแบรนด์และการสร้างโอกาสในการขายให้กับสินค้ากลุ่มใหม่ๆ ของตราเสือ ได้ไม่มากก็น้อย....