เราต่างก็รู้ดีว่าจุดเริ่มต้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะบ้านเกิด อาชีพ ฐานะทางสังคม ส่งผลให้ความสามารถในการเข้าถึงโอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตมีไม่เท่ากัน โดยเฉพาะประตูสู่อนาคตอย่างการศึกษา เกิดเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เรื้อรังมานาน ทำให้จำนวน “ผู้ด้อยโอกาส” ทางการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของประเทศไทยอีกด้วย
เมื่อในสังคมมีผู้ด้อยโอกาส จึงต้องมี “ผู้ให้โอกาส” แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีกำลังทรัพย์ในการช่วยเหลือ จึงเป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจที่ต้องคืนกำไรให้สังคม และยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนที่ธุรกิจนั้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ ซึ่งองค์กรภาคธุรกิจพลังงาน อย่าง บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย ก็เป็นแบรนด์ผู้ให้ (Caregiver) โอกาสทางการศึกษา และสร้างการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในมิติอื่นๆ เช่นกัน

หลายคนรู้จักเอสโซ่ และเอ็กซอนโมบิล ในฐานะบริษัทพลังงานที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ แต่อาจไม่รู้ว่ายังเป็นบริษัทที่มีการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความยั่งยืนอีกด้วย จากความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ สนับสนุนชุมชนที่องค์กรดำเนินงานอยู่ จึงได้ริเริ่มโครงการ “เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน” โครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผ่านระบบ iSEE (Information System for Equitable Education) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน
แล้วระบบ iSEE คืออะไร? เป็นเครื่องมือใช้จัดสรรทุนและคัดเลือกนักเรียนยากจนที่คิดค้นโดย กสศ. และใช้ระบบนี้ประเมินผลการช่วยเหลือเมื่อครบ 1 ปีการศึกษาจากข้อมูลผลการเรียน อัตราการมาเรียน สุขภาพ น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและมอบโอกาสให้เยาวชนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเอสโซ่และเอ็กซอนโมบิล ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจ เพียงอย่างเดียว แต่ใส่ใจถึงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของ สังคมไทยในทุกมิติอีกด้วย

แน่นอนว่าโครงการ “เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน” ได้รับการสานต่อมาจนถึงปีที่ 5 ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค กสศ. ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 426 ทุน เป็นเงินกว่า 1.6 ล้านบาท ร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอำเภอศรีราชา นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ผู้บริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ผู้บริหารสถานศึกษา พนักงาน ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ทั่วประเทศ และเครือข่ายพันธมิตร ณ ศาลาประชาคมอ่าวอุดม จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา ดำเนินกิจการอยู่

“การศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การส่งเสริมด้านการศึกษาที่ถูกต้องเหมาะสม จะช่วยสร้างเสริมต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศชาติของเราให้ก้าวหน้าต่อไป บริษัทเอสโซ่ฯ และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง” คุณสุดา นิลวรสกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด กล่าว
จริงๆ เอสโซ่ไม่ได้เพิ่งจะมีบทบาทเป็นผู้ให้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2525 ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดตั้งกองทุนเอสโซ่ สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีอีกด้วย ปัจจุบันได้มอบทุนการศึกษาไปกว่า 2,190 ทุน เป็นเงินประมาณ 17.8 ล้านบาท ให้แก่นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในกลุ่มสาขาวิชา STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) สาขาการบัญชี บริหารธุรกิจ การเงิน และภาษาธุรกิจ (จีน ญี่ปุ่น) จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทั่วประเทศ วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศ
มากไปกว่านั้น เมื่อปี 2534 เอสโซ่ยังส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM) ในระดับอาชีวศึกษา โดยส่งเสริมจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เอสโซ่-อาชีวศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับอาชีวศึกษามีโอกาสคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ค้นคว้าและวิจัยผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์อีกด้วย

นอกจากสนับสนุนเงินทุนการศึกษาแล้ว เอสโซ่ยังร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาตร์แห่งชาติ (อพวช.) นำรถคาราวานวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พร้อมกับกิจกรรมสนุกสนานจากพนักงานโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาแก่นักเรียนต่อไป
การศึกษาของนักเรียนจะไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ หากไม่มีสุขอนามัยที่ดีอันเป็นพื้นฐานของทุกชีวิต เอสโซ่และเอ็กซอนโมบิล จึงมอบเงินสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และสภากาชาดไทย รวมการสนับสนุนทั้งสิ้น 3.7 แสนบาท โดยระดมทุนจากการจัดกิจกรรมต่างๆ

ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ กรรมการบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด กล่าวถึงความสำคัญในการมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “เพราะเราใส่ใจ และตระหนักดีถึงความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ ตลอดห้าทศวรรษที่ผ่านมา โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาได้สนับสนุนชุมชนรอบโรงกลั่นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสตรีในชุมชน การศึกษา และสุขภาพ
เราเห็นว่าโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นส่วนสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้คนในชุมชน ทางบริษัทได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลด้วยดีมาโดยตลอด”
และ คุณจิราพรรณ เปาวรัตน์ กรรมการและผู้จัดการการตลาดขายปลีก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ฝ่ายการตลาดขายปลีกเอสโซ่ ได้เปิดรับบริจาคจากลูกค้าที่ถือบัตรสมาชิกเอสโซ่ สไมล์ส โดยการเปลี่ยนคะแนนสะสมเป็นเงินบริจาคให้กับสภากาชาดไทยด้วย เป็นจำนวน 173,210 บาท เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไป
เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับชุมชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พนักงานเอสโซ่และเอ็กซอนโมบิลจึงร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาที่โรงเรียนวัดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ปรับปรุงทาสีลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (BBL) พร้อมกับนำเงินรายได้จากกิจกรรมของสโมสรฯ รวมกับเงินสนับสนุนจากผู้บริหารสถานีบริการเอสโซ่ และพันธมิตรทางธุรกิจ มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับวัดแหลมฉบังอีก 45 ทุน เป็นเงิน 90,000 บาท รวมถึงปรับปรุงหลังคาและบันไดทางขึ้นห้องสมุด มอบรอยยิ้มแก่นักเรียนผ่านไอศกรีม ขนม และตุ๊กตา และมอบ Wheel Chair จำนวน 2 ตัว รวมมูลค่าทั้งสิ้น 176,000 บาท
ตลอดระยะเวลา 129 ปีของเอสโซ่ เป็นบทพิสูจน์ว่านโยบายด้าน การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนที่ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้อยู่แค่ในกรอบของคำว่าการกุศล แต่เป็นการเข้าไปรักษาสมดุลระหว่างชุมชน องค์กร และสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ และตอกย้ำความเป็น “ผู้ให้” ในทุกด้านของเอสโซ่ และเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย