Apple รายงานความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยยอดสมาชิกของธุรกิจสตรีมมิ่ง Apple + (Apple Plus) ธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุดทะลุผ่าน 1,000 ล้านราย แต่ข่าวร้ายที่ตามมา คือราคาหุ้นของ Apple กลับลดลงประมาณ 3% ตามผลประกอบ การไตรมาสล่าสุด หรือเท่ากับมูลค่าตลาดหายไปประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าความสัมพันธ์ที่ดูผิดปกติของข้อมูล 2 เรื่องข้างต้นคืออะไร ?
ยอดขาย iPhone ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว นับจากปี 2016 แนวโน้มลดลงแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่สำคัญมากๆ คือรายได้ของบริษัทลดลง 3 ไตรมาสติดต่อกัน
นี่ถือเป็นสัญญาณการชะลอตัวสำหรับ iPhone ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ Apple ในสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสสำหรับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขณะที่มีความคิดเห็นหลากหลายตามมา บางคนก็ว่าไตรมาสที่ 4 เป็นเวลาที่ iPhone จะฉายแวว ส่วนคนอื่นๆ ก็ชี้ไปที่การเติบโตของตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดียและจีน
Apple รุกเข้าสู่ธุรกิจบริการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเปิดทางเลือก เช่น การสมัครสมาชิกใหม่และอัพเดทอย่างต่อเนื่องนำเสนอสิ่งต่างๆ เช่น ที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ เพลง และข่าวสาร รวมทั้งต้องไม่ลืมว่า Apple ลงทุนมหาศาลกับ Apple TV จนคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเอาชนะ Netflix ไปได้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนั้นยังได้สิทธิ์ใน Major League Soccer และนำ Lionel Messi เข้าร่วมทีมฟุตบอลในFlorida ถือเป็นจังหวะก้าวยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกีฬาและการสตรีมมิ่งในขณะนี้
Apple รายงานรายรับจากธุรกิจบริการสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสล่าสุด โดยมาจากสมาชิก 1,000 ล้านรายที่ใช้บริการช่วงเดือนมิถุนายน 2566 และตามที่ Harsh Kumar นักวิเคราะห์ของ Piper Sandler กล่าวกับ Fortune ว่าอัตรากำไรของธุรกิจบริการมีสูงกว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มาก ยิ่ง Apple TV มีสมาชิกมากขึ้นเท่าไหร่ นั่นคือเงินที่ตรงสู่กำไรจะมากขึ้นเท่านั้น
ปัจจุบัน Apple TV+ มีสัดส่วนเพียง 2% ของรายได้จากบริการของ Apple โดยบริการสตรีมซึ่งมีรายได้1,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 เพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 รายได้จากธุรกิจบริการ(Services Business) มีมูลค่ารวม78,000 ล้านดอลลาร์)
ความท้าทายล่าสุด อยู่ที่มุมมองปัจจุบันของ Wall Street ที่ว่า ถ้าผู้บริโภคจำนวนมากเลิกซื้ออุปกรณ์ของ Apple รากฐานของธุรกิจจะล่มสลายหรือไม่? ประเด็นนี้ ผู้บริหารของ Apple ให้ความเห็นว่า ข้อมูลในอดีตชี้ชัดว่า ลูกค้าที่เป็นเจ้าของอุปกรณ์ Apple มากกว่า 1 เครื่องมักจะมีส่วนร่วมใน Ecosystem ของ Apple มากกว่าและมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเกี่ยวกับบริการมากขึ้นด้วย
Apple อาจมองว่าธุรกิจบริการเป็นเครื่องปั๊มเงินที่สำคัญในอนาคต แต่สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน Apple ยังคงเป็นบริษัทฮาร์ดแวร์อยู่วันยังค่ำ
ที่มา Fortune.com