BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
36,351
VIEWS

เมดพาร์ค ออกแบบการทำงาน เพื่อให้เป็นมากกว่าโรงพยาบาล พร้อมเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ

ส.ค. 23, 2566
จากการแพร่ระบาด COVID-19 เป็นภาพสะท้อนว่าแพทย์และพยาบาลเป็นอาชีพที่ทำงานตลอดเวลา อันเกิดจากระบบสาธารณสุขที่ทำให้บุคลากรเหล่านี้ต้องโหมงานหนักจนเกินตัว บุคลากรทางการแพทย์คนเก่าออกจากระบบ คนใหม่เข้าสู่ระบบน้อยลงทุกวัน จำนวนแพทย์ต่อประชากรไม่เพียงพอ นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมเราจึงใช้เวลารอพบแพทย์แต่ละคนนานขึ้นทุกที ในขณะเดียวกัน คนไทยก็เข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐมากขึ้น ต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันที่โรงพยาบาลเพื่อรอวินิจฉัยโรค อีกตัวเลือกอย่างโรงพยาบาลเอกชนจึงกลายเป็นตัวเลือกแรกที่ใครหลายคนนึกถึง ประกอบกับเทรนด์  Medical  Tourism  หลังจากสถานการณ์โลกคลี่คลาย  ชาวต่างชาติทะลักเข้ามารับการรักษาทำให้ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนยังขยายตัวมากขึ้น

“โรงพยาบาลเมดพาร์ค”
เกิดจากการรวมตัวกันของบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางกว่า 30 สาขา มาร่วมกันรักษาผู้ป่วย โดยยึดหลักแนวคิด Integrated Care คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมมอบคุณค่าของการรักษา (Value-based Care) ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยในสังคมปัจจุบัน โดยเป็นการลงทุนระหว่างทีมแพทย์ กับบริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับรางวัล  Thailand Sustainability  Investment  เป็นเวลา  4  ปีต่อเนื่อง  โรงพยาบาลเมดพาร์คแห่งนี้จึงถูกก่อตั้งขึ้น โดยคำนึงถึงทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ไปพร้อมๆ กับการรับผิดชอบต่อชุมชนรอบด้าน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากวัตถุประสงค์ในการรักษาผู้ป่วยโดยทีมแพทย์เฉพาะทางแล้ว โรงพยาบาลเมดพาร์คยังส่งเสริมการศึกษาและงานวิจัย มุ่งเพิ่มพูนองค์ความรู้ของบุคลากรให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษาพยาบาลและดูแลผู้ป่วย มีการวางแผนในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีความพร้อมในการรักษาโรคยากและที่มีความซับซ้อน มุ่งสู่การรักษาระดับจตุตถภูมิ (Quaternary Care) และเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
“โรงพยาบาลเมดพาร์ค เกิดจากการที่โรงพยาบาลมหาชัยอยากมี  Flagship  Hospital  ที่รับการย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือและโรงพยาบาลอื่นได้  ซึ่งหมายความว่าโรงพยาบาลนี้ต้องมีความสามารถในการรับมือกับผู้ป่วยมากกว่าที่อื่น  มีทีมแพทย์ที่เก่งและดีมีเครื่องมือดีๆ  ในการรักษา  เรามีโอกาสได้ศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ถึงแม้ว่าจะมีผู้ป่วยเข้าออกจำนวนมหาศาล  แต่มีการบริการที่กระชับและครบวงจร  เราจึงนำระบบการจัดการของโรงพยาบาลนั้นมาประยุกต์ใช้กับ  เมดพาร์ค”  นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าว

ในสังคมไทย เมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบางแห่ง ต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งวันเพื่อรับบัตรคิว รอปรึกษาแพทย์ เมื่อปรึกษาเสร็จแล้ว บางครั้งก็ยังต้องรอพบแพทย์หลายคนหลายวัน เพื่อจะได้ผลการวินิจฉัย  และหากตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นโรคแทรกซ้อนก็ต้องส่งผลการตรวจไปยังแผนกอื่นอีก วงจรการวินิจฉัยโรคจึงยืดยาวออกไปหลายเท่า ซึ่งทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาช้ากว่าที่ควรจะเป็น
แต่สิ่งที่โรงพยาบาลเมดพาร์คตั้งใจทำ คือการ “กระชับ” กระบวนการทางการแพทย์ให้สั้นลง นพ.พงษ์พัฒน์ อธิบายง่ายๆ ว่า จากปกติที่ผู้ป่วยต้องรอพบแพทย์ทีละคนกว่าจะได้วินิจฉัยโรค จึงจะรู้ตัวว่าป่วยด้วยโรคใด แต่ที่โรงพยาบาลเมดพาร์คจะรู้สาเหตุของอาการป่วยภายในเวลาไม่นาน เพราะเมดพาร์คมีทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกันมาดูแลคนไข้หนักหรือมีอาการซับซ้อนพร้อมกันเป็นทีม รวมทั้งมีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยช่วยสนับสนุน อีกทั้งโรงพยาบาลยังจัดสรรพื้นที่ 30% ของห้องพักผู้ป่วยในเป็นห้องดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (ICU) ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยจำนวนห้อง ICU ของโรงพยาบาลทั่วโลกที่มีเพียง 10% เท่านั้น พร้อมกับห้องตรวจผู้ป่วยนอกถึง 300 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยค้างคืนได้ถึง 550 เตียง เมื่อเปิดบริการเต็มกำลัง เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่หลากหลาย

เนื่องจากโรงพยาบาลเมดพาร์คเป็นโรงพยาบาลใหม่ จึงทำให้เราสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีการวินิจฉัยโรคที่ทันสมัยมาใช้ในแทบทุกแผนกของโรงพยาบาล จึงหาคำตอบอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้เร็วขึ้น กระชับเวลาและลดความกังวลของคนไข้ในระหว่างที่รอผลการวินิจฉัย จึงช่วยให้ได้รับการรักษาโรคอย่างทันท่วงที ถือว่าเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลเมดพาร์คเลยก็ว่าได้ อย่างเช่นการใช้เทคโนโลยี AI แทรกอยู่หลายขั้นตอนของการตรวจวินิจฉัยและการรักษา เช่น การใช้ AI RAD หาความผิดปกติของรอยโรค เพิ่มอัตราการแปลผลคนไข้ในปริมาณมาก, เทคโนโลยี AI ร่วมกับกล้องส่องตรวจระบบทางเดินอาหารไปจนถึงการวิเคราะห์เซลล์มะเร็งในชิ้นเนื้อ, ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก (MedPark IVF) และมีแผนการนำ AI มาช่วยประเมินค่าความผิดปกติของก้อนในเต้านม (BIRADS) ที่ใช้เวลาเพียง 2 วินาทีก็จะทราบว่ามีความผิดปกติในระดับใด
สำหรับเทคโนโลยีด้านสุขอนามัย  โรงพยาบาลเมดพาร์คยังมีเครื่องล้างเตียงอัตโนมัติที่ใช้แรงดันน้ำอุณหภูมิ  60-90  องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือภายในอาคารมีการติดตั้งระบบกรองอากาศแบบ Positive Pressure ซึ่งเป็นแบบเดียวกับการหมุนเวียนอากาศในห้องผ่าตัด มีการวัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ภายในอาคารอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และมีระบบระบายอากาศเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค ทำให้ผู้ใช้บริการรวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลมั่นใจได้ว่าจะสามารถหายใจรับอากาศสะอาดได้อย่างเต็มปอด

ยิ่งไปกว่านั้น อาคารทั้งหลังของโรงพยาบาลเมดพาร์ค ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้งกระจก 4 ชั้น มีประสิทธิภาพในการกรองแสงแดดและลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร จึงช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่ไม่สะท้อนความร้อนและแสงแดดไปยังอาคารและชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย

นพ.พงษ์พัฒน์ เล่าเสริมว่า “เมื่อสังเกตโรงพยาบาลทั่วไปจะพบว่ามีเชื้อราขึ้นตามผนัง เกิดจากการสะสมความชื้นและการหมุนเวียนอากาศภายในที่ไม่มีประสิทธิภาพ เราจึงตั้งใจจะทำให้เมดพาร์คเป็น Positive Pressure Building ประกอบกับการเป็นโรงพยาบาลทางเลือก ผู้ป่วยเป้าหมายของโรงพยาบาลของเราเป็นผู้ป่วยโรคยากซับซ้อนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ป่วยทั่วไป อากาศสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก”




โรงพยาบาลเมดพาร์คตั้งอยู่กลางเมืองบนทำเลใกล้พื้นที่สีเขียว  ด้านหน้าคือแม่น้ำเจ้าพระยาและคุ้งบางกระเจ้า   ด้านหลังของ    โรงพยาบาลมองเห็นวิวทะเลสาบและสวนเบญจกิติจึงได้อาศัยประโยชน์จากสภาพแวดล้อมภายนอก  โดยห้องพักผู้ป่วยในจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบ การใช้กระจกรอบด้านทำให้เปิดรับแสงแดด  มีการตกแต่งอย่างทันสมัยแต่ให้ความอบอุ่นกับ  ผู้ที่อยู่ในอาคาร

นอกจากนั้น การจัดสรรพื้นที่ภายในโรงพยาบาลก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความว่องไวในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เช่นกัน เมดพาร์คมีโซนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ห้องสมุดแพทย์ ห้องรับประทานอาหาร และการจัดพื้นที่แผนกให้กลุ่มโรคที่มีอาการเกี่ยวเนื่องกันอยู่บริเวณใกล้กัน ลดเวลาในการเคลื่อนย้ายเครื่องมืออุปกรณ์และทีมแพทย์ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถส่งต่อและดูแลผู้ป่วยที่มีอาการอื่นร่วมด้วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้  โรงพยาบาลเมดพาร์คไม่ใช่แค่โรงพยาบาลทั่วไป  แต่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่  2  เป็นที่พักพิงของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ เป็นพื้นที่สีขาวที่มอบความปลอดภัยทั้งกายและใจ ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงมีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม จึงกล่าวได้ว่า การที่โรงพยาบาลเมดพาร์คสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนชั้นแนวหน้าของประเทศได้ในไม่กี่ปีหลังเปิดให้บริการ เกิดจากการนำหลักของผู้นำมาปรับใช้กับความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างแยบยล และไม่ใช่เรื่องยากที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของภูมิภาค ตราบใดที่ยังสามารถรักษาความ “ต่อเนื่อง” อันเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลไว้ได้

เมดพาร์ค ออกแบบการทำงาน เพื่อให้เป็นมากกว่าโรงพยาบาล พร้อมเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact