Elon Musk หนึ่งในผู้บริหารธุรกิจเทคโนโลยีแถวหน้า ได้ Diversify ธุรกิจของเขา และธุรกิจที่เขาบริหารอย่างหลากหลายมาก ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่หลากหลายแนวทาง
เริ่มตั้งแต่ เทคโนโลยีทางการเงิน PayPal, เทคโนโลยีอวกาศ บริษัท SpaceX, เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า บริษัท Tesla, เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน อุโมงค์ใต้เมืองใหญ่สำหรับการคมนาคมขนส่ง บริษัท The Boring Company, เทคโนโลยีด้านสมองเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ บริษัท Neuralink, เทคโนโลยีด้านโซเชียลมีเดีย X, และเทคโนโลยี AI คือ บริษัท xAI
บรรดาบริษัทเทคโนโลยีที่ Musk บริหาร ร่วมลงทุน และเป็นเจ้าของ เหล่านั้น ยังแสดงถึงวิสัยทัศน์ (Vision) ของ Elon Musk เกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีของโลกด้วย
นอกจาก PayPal ที่ Musk ไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เหลือ Musk ยังคงบริหารอยู่ หลายธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว และหลายธุรกิจก็มีแนวโน้มของความสำเร็จในอนาคตอันใกล้
แต่มีธุรกิจหนึ่งที่ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากเกี่ยวกับความสำเร็จ คือ โซเชียลมีเดีย Twitter ที่ปัจจุบันรีแบรนด์เป็น X ยังมีความวุ่นวายไม่สิ้นสุดนับตั้งแต่ Musk ซื้อ Twitter มาด้วยจำนวนเงินที่สูงถึง 44,000 ล้านดอลลาร์
จุดเริ่มต้น Diversify ธุรกิจของ Musk
ธุรกิจของ Elon Musk เริ่มจากร่วมก่อตั้ง X.com ต่อมาคือ PayPal เป็นธุรกิจประเภท FinTech (Financial Technology - เทคโนโลยีการเงิน) ที่เกิดจาก X.com ที่ Musk ร่วมก่อตั้งและต่อมาควบรวมกิจการกับ Confinity ธนาคารออนไลน์ที่มี PayPal เป็นหนึ่งในบริการ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น PayPal
Musk เป็น CEO ของ PayPal ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัว และต่อมาขายกิจการ PayPal ให้ eBay หนึ่งในยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ เมื่อปี 2002

เอกชนทำธุรกิจอวกาศ รายแรกของโลก
Musk เริ่มสร้างธุรกิจใหม่ จากธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเงิน มาสู่เทคโนโลยีอวกาศ SpaceX
SpaceX มีชื่อเต็มว่า Space Exploration Technologies Corporation เป็นบริษัทเอกชนทำธุรกิจด้านการบินและอวกาศของอเมริกา Elon Musk ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 มีเป้าหมายให้บริการธุรกิจการบินและอวกาศครบวงจร โดยสร้างจรวดนำส่งยานอวกาศที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง สามารถลดต้นทุนการขนส่งในอวกาศได้มาก
บริษัท SpaceX ได้สร้างจรวด และยานอวกาศหลายแบบ เช่น Falcon 9, Falcon Heavy, ยานอวกาศ Cargo Dragon และ Crew, ยานอวกาศขนาดใหญ่ Starship, ดาวเทียม Starlink และเครื่องยนต์จรวด
วิสัยทัศน์ของ Musk ในการสร้าง SpaceX คือ ต้องการที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ทำให้การเดินทาง การขนส่งในอวกาศราคาไม่แพงเป็นจริง ซึ่งภารกิจของ SpaceX ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตอบสนองวิสัยทัศน์ดังกล่าวของ Musk
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลูกค้ารายใหญ่ของ SpaceX คือ NASA ของสหรัฐฯ ให้บริการขนส่งมนุษย์ และพัสดุสิ่งของสู่สถานีอวกาศนานาชาติ และ SpaceX ยังให้บริการส่งดาวเทียมกับลูกค้าอื่นด้วย SpaceX ยังมีแผนจะนำมนุษย์ไปดวงจันทร์และดาวอังคารด้วยยานอวกาศยักษ์ Starship
SpaceX ส่งดาวเทียม Starlink เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ประกอบด้วยดาวเทียมขนาดเล็กจำนวนมากโคจรในวงโคจรระดับต่ำของโลก และมีเป้าหมายติดตั้งดาวเทียม ประมาณ 12,000 ดวง ปัจจุบันดาวเทียม Starlink ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศแล้ว 4,903 ดวง และยังส่ง Starlink ต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง
SpaceX คาดการณ์ว่า รายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2023 นี้

Tesla ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของโลก
ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ที่บริหารโดย Elon Musk ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายมากที่สุดในโลก และเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมายาวนานนับตั้งแต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้น
บริษัท Tesla ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2003 ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ปี 2004 Elon Musk ได้ร่วมลงทุนในบริษัท Tesla และเข้าดำรงตำแหน่ง CEO ของ Tesla ในปี 2008
นับตั้งแต่ Musk เป็น CEO บริษัท Tesla ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลกำไรงดงาม สร้างรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดหลายรุ่น ได้แก่ Tesla Model 3, Model S, Model X, Model Y ล้วนประสบความสำเร็จในตลาด รวมทั้งกำลังผลิตรถปิคอัพไฟฟ้า Cybertruck และรถหัวลากไฟฟ้าบรรทุกขนาดใหญ่ Tesla Semi ออกสู่ตลาด
ในยุคของ Musk บริษัท Tesla ได้ลงทุนร่วมกับบริษัท Panasonic ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ และเป็นผู้นำตลาดแบตเตอรี่ของโลก สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา Gigafactory ทำให้ Tesla สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ครบวงจร ทั้งรถและแบตเตอรี่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า
Elon Musk ให้ความสำคัญอย่างมากกับจีน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2018 เขาจึงได้ลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ สร้างโรงงาน Gigafactory ที่เซี่ยงไฮ้ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในจีน สามารถผลิตรถได้ 250,000 คันต่อปี และกำลังดำเนินการสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในประเทศจีน เป็นโรงงานขนาดใหญ่ เพื่อผลิตแบตเตอรี่ Megapack ซึ่งจะแล้วเสร็จในปีหน้า 2024
ความสำเร็จของ Tesla ในจีนส่งผลให้ เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา Tesla สามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกได้มากกว่า 1.3 ล้านคัน และหลังจากการเปิดสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ทำให้ไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 Tesla ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 83% มียอดส่งมอบรถอยู่ที่ 466,140 คัน และมีการคาดการณ์ว่า ปี 2023 นี้ Tesla จะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 1.8 ล้านคัน ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกชนิดทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นหลายไมล์
ความสำเร็จอีกประการที่ตามมากับความสำเร็จในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คือ มีผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกที่กำลังบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Volkawagen, Ford, GM กำลังยอมรับมาตรฐานปลั๊กชาร์จของ Tesla ซึ่ง Tesla ใช้กับปั๊มชาร์จไฟฟ้าเร็ว Supercharger ที่ Tesla ขยายเครือข่ายทั่วสหรัฐฯ

X สมการของความวุ่นวาย
เมื่อเดือนตุลาคม 2022 Elon Musk ตัดสินใจซื้อ Twitter (X) ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 44,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมความวุ่นวายก็ตามมาไม่หยุด
Musk ให้เหตุผลของการซื้อ Twitter หรือ X ในปัจจุบันว่า "ผมไม่ได้ซื้อบริษัทนี้ เพื่อหาเงินมากขึ้น ผมทำเพื่อพยายามช่วยเหลือมนุษยชาติที่ผมรัก" เขายังบอกว่า เขาต้องการให้ Twitter (X) เป็นเสมือนจัตุรัสกลางเมือง ที่ใครพูดอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่การให้ทุกคนพูดอย่างอิสระ โดยไม่สนใจผลกระทบ เขายังเน้นว่า "แพลตฟอร์มต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศ"
หลังจาก Musk ซื้อ Twitter (X) ได้ไม่นาน ผู้ลงโฆษณาหลายร้อยรายได้ลด หรือหยุดการใช้จ่ายเงินโฆษณาบน Twitter (X) เพื่อตอบสนองต่อ Musk ที่ลดพนักงานจำนวนมากในบริษัท และดำเนินการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกคืนบัญชีที่ถูกแบนก่อนหน้านี้ และเปลี่ยนแนวทางการกลั่นกรองเนื้อหา
เมื่อเดือนพฤษภาคม Musk พยายามฟื้นรายได้จากการโฆษณา เขาแต่งตั้ง CEO คนใหม่ Linda Yaccarino อดีตประธานบริหารฝ่ายโฆษณาของ NBCUniversal โดยหวังว่า สายสัมพันธ์ของเธอกับผู้ลงโฆษณาจะดึงโฆษณากลับมา
แต่ถึงปัจจุบัน กระแสเงินสดของ X ยังคงเป็นลบ หลังจากรายได้โฆษณาลดลงเกือบ 50% ประกอบกับหนี้จำนวนมากที่ Musk สร้างขึ้นจากการซื้อ Twitter (X) เพราะต้องใช้เงินจากการกู้ยืม การดำเนินการสร้างรายได้โดยตรงจาก User ผู้ใช้ X สำหรับการใช้งานฟีเจอร์พิเศษต่าง ๆ และการสร้างแรงจูงใจ User ให้สร้างเนื้อหาที่ดึงโฆษณาโดยแบ่งปันรายได้ให้ ก็ยังไม่สามารถส่งผลดีต่อรายได้ของ X
และหลังจากการรีแบรนด์ Twitter เป็น X ก็มีผู้ใช้ Twitter ส่วนหนึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการรีแบรนด์ดังกล่าว ประกอบกับ X กำลังเผชิญคู่แข่งตัวจริง Threads ของ Mark Zuckerbetg เจ้าของ Meta บริษัทแม่ชอง Facebook ที่กำลังปรับปรุงประสิทธิภาพของแอปให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้แข่งกับ X ได้อย่างแท้จริง และ Threads ก็มีผู้สมัครใช้บริการถึง 100 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดตัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ Musk ได้ระบุว่า X มี User ผู้ใช้งานรายเดือนสูงถึงกว่า 540 ล้านคน และมีผู้ใช้รายวัน 259.4 ล้านคนต่อวัน
............................
ในภาพรวมการ Diversify ธุรกิจต่าง ๆ ของ Elon Musk ที่เขาร่วมลงทุน บริหาร รวมทั้งเป็นเจ้าของนั้น ได้รับความสำเร็จเกือบทั้งหมด เพราะเป็นธุรกิจเทคโนโลยีที่เป็นเทรนด์ของโลกทั้งสิ้น ที่เห็นชัด ๆ ว่าสำเร็จแล้วคือ SpaceX และ Tesla แต่ที่ยังต้องรอดูผลความสำเร็จ คือ The Boring Company, Neuralink และ xAI เพราะอยู่ในช่วงการดำเนินการพัฒนาธุรกิจและเทคโนโลยี แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีเพราะเป็นเทรนด์ของอนาคต
มีแต่ X เท่านั้นที่ยังมีปัญหาหลายด้าน ซึ่งยังยากจะคาดเดาว่าจะมีผลลัพธ์อย่างไร X เป็นธุรกิจที่ Musk ลงทุนมหาศาล และคู่แข่งสำคัญอย่าง Threads ก็กำลังเติบใหญ่รอเวลาที่จะแข็งแรงเต็มที่เพื่อแย่ง User จาก X ก็ต้องรอดูว่า X จะแก้ปัญหาตัวเองได้ก่อน หรือ Threads จะแข็งแกร่งก่อน
ภาพประกอบ
1 Elon Musk สุดยอด Diversify
2 ยานอวกาศยักษ์ Starship ของ SpaceX
3 รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ของ Tesla
4 โลโก้ X ที่รีแบรนด์จาก Twitter