หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้สยามพิวรรธน์ เป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ หรือ The Visionary Icon ควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างต้นแบบ สร้างมาตรฐานใหม่ในการพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง คือการมีวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ มี Mindset ในการคิดค้นทดลองสิ่งใหม่เพื่อสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด ซึ่งการปฏิวัติวงการมาอย่างต่อเนื่องนี้เองส่งผลให้ศูนย์การค้าของกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้รับการปรับโฉมให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้คนในทุกเจนเนอเรชั่นในทุกยุคสมัย
“เราต้องสร้างสรรค์ปรากฏการณ์ใหม่ๆ และเป็นครั้งแรกอยู่เสมอเพื่อให้สถานที่ของเรายังครองความเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้า สยามพิวรรธน์ทำงานร่วมกับพันธมิตรธุรกิจแบรนด์ดังระดับโลกในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวร้านแห่งแรกในไทย การจำหน่ายสินค้า Limited Edition หรือคอลเลคชั่นพิเศษ การจัดงานแบบ Global Event ครั้งแรกในไทย กล่าวได้ว่า ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์ ทั้งสยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ ไอคอนสยาม ต่างได้รับเกียรติจากแบรนด์ดังระดับโลก ร่วมสร้างปรากฏการณ์ World-class Event สุดยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในไทยและในเอเชียอย่างต่อเนื่อง” คุณชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารกลุ่มงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด อธิบายถึงเคล็ดลับซึ่งทำให้ ศูนย์การค้าในกลุ่มสยามพิวรรธน์สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในตลาดและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

โดยความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลไกสำคัญมาจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีดีเอ็นเอการเป็น Creator ด้วยรูปแบบการทำงานที่เปิดรับไอเดียความคิดเห็นจากทุกคน
เราเป็นองค์กรที่เปิดรับความหลากหลาย เพราะเรามีคนทำงานที่มาจากหลายเจนเนอเรชั่น เราจึงเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่เป็น Talents รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ศิลปินที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา มารวมพลังนำสิ่งที่ดีที่สุดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน การคิดสร้างสรรค์นำเสนอไอเดีย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเข้าใจความต้องการที่ละเอียดและลึกจากคนทุกกลุ่ม
คุณชนิสา อธิบายเพิ่มเติมว่า ดีเอ็นเอของกลุ่มสยามพิวรรธน์ คือการคิดนอกกรอบ มองหาความเป็นไปได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อค้นหานวัตกรรมที่ล้ำในทุกมิติ สร้าง Consumer Relevance เพื่อให้เกิดการ Engagement กับลูกค้า และเชื่อมต่อโอกาสธุรกิจร่วมกับร้านค้าผู้เช่า พันธมิตรธุรกิจ เพื่อให้กลุ่มสยามพิวรรธน์สามารถก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

“หลักการทำงานขององค์กรเรา คือการ Co-Create การร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สร้างคุณค่าร่วมกัน (Shared Values) และกลยุทธ์ Collaborate to Win ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า ชุมชน สังคม เพื่อให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน”
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มสยามพิวรรธน์จำเป็นต้องสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ในการส่งมอบประสบการณ์หลากมิติทั้งโลกจริง และโลกเสมือนแก่ลูกค้าทั่วโลก ดังจะเห็นว่าเมื่อปลายปี 2564 กลุ่มสยามพิวรรธน์มีการเปิดตัว ONESIAM SuperApp เพื่อเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อประสบการณ์จากโลกออนไลน์สู่ออฟไลน์ รวมทั้งการพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจร่วมกับพันธมิตรจาก 13 อุตสาหกรรม
การจัดงาน Thailand Digital Arts Festival 2022 ร่วมกับพันธมิตรจัดงานซื้อขายดิจิทัลอาร์ต NFT เป็นครั้งแรก สร้างปรากฏการณ์นำเสนอผลงานศิลปะทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ

ก้าวไปสู่โลก Metaverse ด้วยการร่วมมือกับ ZEPETO จัดงานสงกรานต์ผ่าน Metaverse เป็นครั้งแรกของโลกในเดือนเมษายน 2565 และขยายความร่วมมือกับ ZEPETO ในงาน Bangkok International Fashion Week 2022 นำเสนอความแปลกใหม่ด้วยการนำแฟชั่นไทยสู่โลกเสมือนจริง ลูกค้าสามารถเลือกช้อปสินค้าจากรันเวย์และแต่งตัวอวตารบน Metaverse ได้พร้อมกัน
นอกจากนี้ยังร่วมกับ NIMIT และ Cryptomind ในโปรเจ็กต์ Fight for the Future ในเดือนกรกฎาคม 2565 โดยการเปิดตัวดิจิทัลแลนด์ของคนไทยในแพลตฟอร์มโลกเสมือน Sandbox จำลองพื้นที่ของสยามดิสคัฟเวอรี่มาเป็นต้นแบบการดีไซน์ นำเกมกีฬามวยไทยเข้าสู่โลกเสมือน
“เราเป็นผู้สร้างและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการด้วยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมือง โครงการที่สยามพิวรรธน์สร้างขึ้นจะต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องปฏิวัติวงการค้าปลีกและต้องเป็นโครงการที่สร้างสรรค์โดยเฉพาะ ซึ่งความสำเร็จในทุกโครงการที่ผ่านมาทำให้สยามพิวรรธน์ได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการในต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมลงทุน หรือเป็นที่ปรึกษาในการทำโครงการ”
เริ่มตั้งแต่การปรับโฉมสยามเซ็นเตอร์ ให้เป็นเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ และเป็นพื้นที่แจ้งเกิดของบรรดาดีไซเนอร์ไทยมากมายที่มาเปิดตัวที่สยามเซ็นเตอร์
การปรับโฉมสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางรูปแบบไฮบริดรีเทล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การค้าไทยได้รับรางวัลชนะเลิศจากทั้งวงการศูนย์การค้าและการค้าปลีกของโลกพร้อมกัน
รวมทั้งการเปิดไอคอนสยามที่เป็นกระแสร้อนแรงที่สุดแห่งปี 2561 ที่องค์กรและสมาคมสำคัญในวงการค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศได้ยกย่องให้เป็นโครงการต้นแบบของ Creative Innovation ที่ผสานเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมเข้ากับ Retail และ Entertainment อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นโครงการที่พลิกเกมครั้งยิ่งใหญ่แม้มีความท้าทายรอบด้าน อาทิ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ไอคอนสยามก็สามารถเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการทำธุรกิจในรูปแบบการสร้างคุณค่าร่วม หรือ Shared Values บนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
“เรานำความล้ำสมัยจากใจกลางเมืองมาผสมผสานกับวัฒนธรรมและความงดงามของความเป็นไทย พร้อมกับนำธุรกิจอื่นๆ มาร่วมสร้างเมืองแห่งความรุ่งโรจน์ที่ไอคอนสยาม ทำให้กลายเป็นหนึ่งใน Global Destination ที่คนจากทั่วโลกอยากมาเยี่ยมชม”
ความสำเร็จของโครงการไอคอนสยามกลายเป็นต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจทำให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกต้องมาเรียนรู้ในการพัฒนาโครงการที่สามารถถ่ายทอดตัวตน (DNA) ของประเทศให้ออกมาได้ทุกมิติควบคู่กับการทำธุรกิจ ความรู้และประสบการณ์จากการพัฒนาโครงการไอคอนสยามจะนำไปใช้ต่อยอดในการพัฒนาโครงการใหญ่ทั้งระดับประเทศและระดับโลก

สำหรับแผนงานในปีนี้ คุณชนิสา เปิดเผยว่า กลุ่มสยามพิวรรธน์ยังคงมุ่งมั่นในการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาต่อยอดธุรกิจ สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“เรากำลังอยู่ระหว่างการปรับโฉมสยามพารากอนครั้งใหญ่ แน่นอนว่าจะเป็นการสร้างมหาปรากฏการณ์ที่จะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สยามพารากอนโฉมใหม่จะเป็นที่สุดของความล้ำเลิศที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลกที่ผู้คนจากทุกมุมโลกต้องมาเยือน เราเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2565 และใช้เวลา 18 เดือน โดยมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2567
โดยช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ เราจะทยอยเปิดพื้นที่บางส่วนที่จะสร้างคอมมูนิตี้สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยี ความล้ำสมัย ที่จะสร้างความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร”
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีจะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยาม โดยการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ที่จะสร้างปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอีกครั้ง
ปัจจุบัน กลุ่มสยามพิวรรธน์กำลังสร้างแพลตฟอร์มนำเสนอความแปลกใหม่ทั้งบนโลกจริงและโลกเสมือนจริงด้วยความคิดสร้างสรรค์ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพลิกเกม เติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายในโลกใหม่ มองหา New Growth Engine และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง