หนึ่งในยนตรกรรมที่มี Brand Image ที่แข็งแกร่งในเรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทย คือแบรนด์ “มิตซูบิชิ” โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะที่มิตซูบิชิ ไทรทัน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถกระบะอันดับต้นๆ ที่คนไทยให้ความสนใจ และเป็นหนึ่งในตัวเลือกมาตลอดหลายสิบปี
ล่าสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สร้างแรงกระเพื่อมในตลาดรถกระบะเมืองไทยอีกครั้งด้วยการเปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน” หรือ แอล 200 (L200) รถกระบะขนาด 1 ตัน ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันครั้งแรกในรอบ 9 ปี มีการปฏิวัติในทุกอณู พลิกโฉมทุกมิติ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน มีการพัฒนาใหม่หมดตลอดทั้งคัน ตั้งแต่เฟรมหรือโครงรถ แชสซีส์ ช่วงล่าง และเครื่องยนต์ ภายใต้แนวคิด “พลังแกร่งคู่ใจสายลุย” (Power for Adventure)
โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เริ่มต้นทำตลาดรถกระบะเป็นครั้งแรกในปี 2521 ซึ่งในช่วงเวลากว่า 45 ปีที่ผ่านมาได้ผลิตมิตซูบิชิ ไทรทัน ไปแล้วถึง 5 เจนเนอเรชั่น ด้วยจำนวนการผลิตที่มากกว่า 5.6 ล้านคัน เพื่อทำตลาดใน 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน เป็นรถกระบะที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
การเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ในครั้งนี้ มิตซูบิชิ ได้จัดงานในรูปแบบเวิลด์พรีเมียร์ ที่สะท้อนภาพให้เห็นภาพอรรถประโยชน์ที่หลากหลายของ ออล-นิว ไทรทัน โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เลือกที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศราคาและเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนเตรียมเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนียเป็นลำดับต่อไป ส่วนประเทศญี่ปุ่นมีกำหนดวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ในช่วงต้นปี 2567
คุณเออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรกในการเปิดตัว เนื่องจากตลาดรถกระบะเป็นเซ็กเม้นต์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของไทย และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดรวมยานยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน จึงนับเป็นโมเดลที่มีบทบาทสำคัญต่อการรุกตลาดในครั้งนี้ และแม้ว่าโดยภาพรวมจะเป็นเซ็กเม้นต์รถกระบะ แต่ในความเป็นจริงเซ็กเม้นต์นี้มีรูปแบบการใช้งานที่ซ่อนอยู่ถึง 7 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีรูปแบบการใช้งานก็จะแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค

ความน่าสนใจของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน คือการเป็นโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นจากการหลอมรวมความเป็น “ที่สุด” แห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อให้ตอบโจทย์ความเป็นรถกระบะสำหรับคนยุคใหม่ โดยทุกฟีเจอร์หลักของออล-นิว ไทรทัน ถูกพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะของไทยอีกด้วย


ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ยังมีความโดดเด่นในการเป็น Product Innovation ที่มีความลงตัวทั้งในเรื่องของการออกแบบภายนอกที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งทรงพลัง และการออกแบบภายในห้องโดยสารแบบเหนือระดับ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์บนสนามแข่งขัน เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ ที่เพียบพร้อมในทุกสมรรถนะการขับขี่ บนสภาพถนนและสภาพอากาศทุกรูปแบบ พร้อมความสะดวกสบายสูงสุดในทุกที่นั่งด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อ ออล-นิว ไทรทัน โดยเฉพาะ ประกอบด้วย เฟรมหรือโครงรถแบบขั้นบันไดใหม่ที่แข็งแกร่ง และช่วงล่างที่ปฏิวัติดีไซน์ใหม่ยกชุด โดยด้านหน้าเป็นช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เสริมด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อนนวัตกรรมใหม่ เป็นต้น

คุณโยชิกิ มาสุดะ หัวหน้าทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส กล่าวว่า การออกแบบออล-นิว ไทรทัน เป็นการพลิกโฉมทุกมิติ ปฏิวัติทุกอณูในรอบ 9 ปี เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วงล่างใหม่ ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ และรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวแข็งแกร่ง ทรงพลังนำสมัย ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ เพิ่มความสะดวกสบาย และจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยสู่ขั้นสุด
“เราได้พูดคุยเจาะลึกกับลูกค้ามากมายเพื่อวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งยังได้ตะลุยทดสอบสมรรถนะของออล-นิว ไทรทัน ในสนามจริงท่ามกลางสภาพอากาศและสภาพถนนที่สมบุกสมบันทั่วโลก จึงมั่นใจว่ารถกระบะ ออล-นิว ไทรทัน จะสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าทั่วโลกทุกคน ทั้งการใช้งานส่วนตัว และเพื่อการพาณิชย์”
สำหรับคอนเซ็ปต์การออกแบบออล-นิว ไทรทัน มีต้นแบบมาจาก “Mitsubishi XRT Concept” โดย XRT มาจากคำว่า Extremely Robust Triton หรือ Extremely Reborn to Toughness หมายถึง รถกระบะไทรทัน รุ่นใหม่! ปฏิวัติใหม่ในทุกอณูให้แกร่งทนทาน ปราดปรียวกว่าเดิม และมีสมรรถนะดีเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์การออกแบบของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อถ่ายทอดความทนทานและสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง รถต้นแบบคันนี้จึงมีลวดลายคล้ายกับลาวาที่อัดแน่นไปด้วยพลังงาน จากแถบคาด 10 เส้น ที่เป็นดีไซน์เฉพาะของแรลลี่อาร์ท ซึ่งสะท้อนภาพความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม


คุณโคอิโตะ กล่าวเสริมว่า ด้วยพฤติกรรมการใช้งานที่ค่อนข้างหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน จึงมีรูปแบบตัวถังให้เลือกตามความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันของทั้ง 7 กลุ่มตลาดรถในประเทศไทย เช่น ตัวถังดับเบิ้ลแค็บมาพร้อมเบาะ 2 แถว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสไตล์รถเอสยูวี และมีความอเนกประสงค์ในแบบรถกระบะ ในขณะที่ตัวถังแบบซิงเกิ้ลแค็บ (ตอนเดียว) จะมีเบาะคู่หน้า และตัวถังแบบเมกะแค็บ (ตอนครึ่ง) จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ช่วยให้ปรับเอนเบาะคู่หน้าได้สะดวกขึ้นด้วยตัวถังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล เทอร์โบ 2.4 ลิตร Hyper Power ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ยังมีข้อดีในเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงสร้างรถเมกาเฟรมใหม่ พร้อมระบบช่วงล่าง และชิ้นส่วนอื่นๆ ล้วนถูกพัฒนาขึ้นใหม่จากเทคโนโลยีอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะมิตซูบิชิ รวมถึงฟีเจอร์พิเศษต่างๆ ก็เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมิตซูบิชิเช่นกัน อาทิ โหมดการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในด้านการสื่อสาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้สร้าง Tagline ด้วยคำว่า The Disruptor เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าของออล-นิว ไทรทัน ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าผู้บริโภคจะเลือกโมเดลไหนไปใช้งานในแต่ละพฤติกรรมก็จะยังได้รับอรรถประโยชน์ที่ใหม่กว่าดีกว่าจากรถยนต์ในรุ่นนี้
“เราคาดหวังว่า ในบทบาทของ The Disruptor ออล-นิว ไทรทัน จะมาปฏิวัติเพื่อเอาชนะความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในตลาดเวลานี้ พร้อมกับช่วยยกระดับชีวิต และธุรกิจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราปฏิวัติแม้แต่กระบวนการทำงานภายในองค์กร ที่มีเรื่องของการคิดและวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าที่มากยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องความต้องการใช้งานของลูกค้า และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนมุมมองและวิธีคิด จากเดิมที่เคยเห็นว่าในตลาดรถกระบะมีรูปแบบการใช้งานอยู่ 3 เซ็กเมนต์ ก็ค้นพบว่าความจริงแล้วมีตลาดซ่อนอยู่ถึง 7 เซ็กเม้นต์ ที่มีความแตกต่างกัน และสะท้อนออกมาในเชิงไลฟ์สไตล์ ในเชิงการแข่งขัน ในเชิงของแพชชั่น หรือการใช้งานเชิงพาณิชย์ เป็นต้น”
ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำเสนอแคมเปญพิเศษ “ออล-นิว ไทรทัน ขับมันส์ ก่อนใคร!” (ALL-NEW TRITON REV UP & WIN) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของออล-นิว ไทรทัน ก่อนการเปิดตัวซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีด้วยยอดจองมากกว่า 10,000 คัน ภายในเวลาเดือนเศษ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และชื่อเสียงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มีมาโดยตลอด
สำหรับราคาจำหน่ายออล-นิว ไทรทัน รุ่นซิงเกิ้ลแค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีราคาเริ่มต้นที่ 699,000 บาท ส่วนรุ่นดับเบิ้ลแค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ มีราคาเริ่มต้นที่ 820,000 บาท และรุ่นดับเบิ้ลแค็บ ยกสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีราคาเริ่มต้นที่ 1,016,000 บาท
โดยมิตซูบิชิ ตั้งเป้าหมายการผลิตสูงสุดถึง 200,000 คัน แบ่งสัดส่วนเพื่อการจำหน่ายในประเทศ 20% และ 80% เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
“ออล-นิว ไทรทัน จึงเป็นยานยนต์รุ่นสำคัญที่เปรียบเสมือนเป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะรถยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกรุ่นแรก ที่ได้เปิดตัวในยุคแห่งการเติบโตของแบรนด์มิตซูบิชิ ที่พร้อมจะมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญต่อไปในอนาคต” คุณโคอิโตะ กล่าว