ไม่เพียงแต่ศูนย์บริการที่ครอบคลุมเท่านั้น เอเซอร์ยังมีความพร้อมในการบริการมากที่สุดในตลาด เนื่องจากเอเซอร์ประเทศไทยเป็นฮับของอินโดจีน ย่อมมีสต๊อกอะไหล่มากกว่าหลายแบรนด์ที่อยู่ในท้องตลาด โดยกำหนดเป็นตัวเลขสต๊อกอะไหล่อย่างชัดเจนต่อการทำตลาดในสินค้าแต่ละรุ่น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ามากกว่า 90% ของสินค้าเอเซอร์ที่ขายอยู่ในตลาด จะมีอะไหล่ซัพพอร์ต ที่สำคัญเอเซอร์ยังเป็นเจ้าเดียวที่มีศูนย์บริการของตัวเองโดยไม่ผ่าน Outsource จึงสามารถควบคุมคุณภาพการซ่อมให้เป็นไปตามมาตรฐาน
แต่ที่ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นภาพลักษณ์แบรนด์เอเซอร์ที่มีความสดใหม่ และเต็มไปด้วยไดนามิก เป็นอีกปัจจัยนอกจากจะมัดใจฐานลูกค้าเดิมแล้ว ยังสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ต่อยอดจนกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้เอเซอร์
“แบรนด์เอเซอร์มีความไดนามิกมากขึ้น จากเดิมผู้บริโภคอาจจะมองเราในฐานะแบรนด์คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และโน้ตบุ๊ค แต่ระยะหลังเรามีโปรดักท์ใหม่ออกมามากขึ้น มีกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ดังนั้นต่อไปนี้ภาพที่ผู้บริโภคมองเอเซอร์จะค่อยๆ เปลี่ยนไป แน่นอนว่ากลุ่มที่เราต้องรักษาฐานเดิมไว้ก็ยังต้องทำอยู่ ส่วนโปรดักท์ใหม่เราก็ต้องเข้าไปแนะนำกับลูกค้า เนื่องจากเราเป็นผู้ผลิตสินค้าไอที จำเป็นต้องอัพเดทตัวเองให้ใหม่อยู่เสมอ ปีที่ผ่านมาผมคิดว่าเราค่อนข้างทำได้ดี โดยเฉพาะตลาดเกมมิ่ง ซึ่งเราค่อนข้างปรับตัวได้เร็ว แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าแรกในตลาดเกมมิ่ง แต่ปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด เพราะเรามีสินค้าเกมมิ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์เพื่อซัพพอร์ตทุกเลเวลของคอเกม”
ทั้งนี้ในตลาดเกมมิ่งนั้น เอเซอร์ แบ่งกลุ่มสินค้าออกมาเป็น 2 ซับแบรนด์ ได้แก่ Acer Predator จับกลุ่มพรีเมียมเกมมิ่ง เหมาะกับ Hardcore Gamer และนักกีฬา E-Sport ในขณะที่ Acer Nitro จะจับกลุ่ม New Entry นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมายังมีสินค้าใหม่ในกลุ่ม Accessory ที่เอเซอร์ไม่เคยทำตลาดมาก่อน เช่น เมาส์เกมมิ่ง และคีย์บอร์ดเกมมิ่ง หรือแม้กระทั่งแว่นตา VR ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากเข้ามาถูกจังหวะทันตามความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ภาพของแบรนด์สดใหม่อยู่เสมอ