หนึ่งในพันธกิจที่สำคัญของ Meta คือการช่วยเหลือพันธมิตรให้ประสบความสำเร็จในการเร่งอัตราการเติบโตของธุรกิจ โดยการพัฒนามาจากการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจและกลุ่มลูกค้า และการเชื่อมต่อถูกพัฒนามาจากชุมชน
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ชุมชนบนแพลตฟอร์มของ Meta ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
- มีผู้ใช้ 3.8 พันล้านคนที่ใช้งานแอปในเครือของ Meta เป็นประจำในแต่ละเดือน
- มีกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกที่ใช้งานแอปของ Meta ในทุก ๆ วัน
- กว่า 50% ของผู้ใช้ประจำ รับชมวิดีโอผ่านแอปในเครือของ Meta
- มีธุรกิจกว่า 200 ล้านแห่งทั่วโลกที่อยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta
โดย Meta ได้สร้างการเชื่อมต่อที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถมองหาโอกาสใหม่ๆ และพบฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นผ่านหลากหลายฟีเจอร์ที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจตลอดทั้งกระบวนการ จึงสรุปออกมาเป็น 3 กลยุทธ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมในไทย ดังนี้

1. การเติบโตของคอนเทนต์วิดีโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิดีโอสั้น Reels
Reels เติบโตอย่างก้าวกระโดดและได้กลายมาเป็นประเภทคอนเทนที่เป็นที่นิยมและถูกบริโภคมากที่สุดในหมู่ผู้ใช้ของ Meta และยังได้กลายมาเป็นประเภทของคอนเทนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาดเอเชียแปซิฟิก
สำหรับประเทศไทย ผู้คนใช้เวลากว่า 50% บนแพลตฟอร์มของ Meta ไปกับการดูวิดีโอ ส่งผลให้ Reelsมีบทบาทสำคัญต่อระบบ Discovery Engine ของ Meta ซึ่งช่วยสร้างการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์ม
หากอ้างอิงจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2023 ของ Meta ยอดการดู Reels ต่อวันพุ่งสูงขึ้นถึง 200 พันล้านครั้งต่อวัน และมียอดการรีแชร์คอนเทนต์ Reels ทั้งทางFacebook และ Instagram สูงขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2022
นอกจากนี้ กว่า 40% ของคนไทยระบุว่าคอนเทนต์วิดีโอเป็นหนึ่งในสามสื่อหลักที่ช่วยให้พวกเขาคันพบและพิจารณาซื้อสินค้าต่างๆ
ปัจจุบันผู้ลงโฆษณาของ Meta เกินกว่า 75% ได้เลือกลงโฆษณาผ่าน Reels อีกทั้งรายได้ทั่วโลกจาก Reels ยังทะลุ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นจากเดิมที่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปีก่อนหน้า
2. บทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Al) สำหรับภาคธุรกิจ
การเติบโตของ Reels เชื่อมโยงกับบทบาทที่มากขึ้นของเทคโนโลยี AI ในการปรับแต่งประสบการณ์เฉพาะบุคคล รวมไปถึงการมีส่วนร่วมผ่านการแนะนำ จัดลำดับ และการโฆษณา
สำหรับแพลตฟอร์มของ Meta เทคโนโลยี AI ได้ช่วยให้ผู้คนสามารถมองเห็นคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับความสนใจของตัวเอง รวมไปถึงวิดีโอ Reels
นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่นำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalization) ที่ขับเคลื่อนโดย AI ยังส่งผลให้การบริโภคคอนเทนต์ Reels บน Instagram สูงขึ้นถึง 24% อีกด้วย
ผลการวิจัย Culture Rising โดย Meta ระบุว่ามีการพูดถึงเทคโนโลยี AI บน Facebook และ Instagramสูงขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ได้มีการการเปิดตัว AI Sandbox ของ Meta ที่ช่วยทดสอบความสามารถของ Generative Al สำหรับนักโฆษณา และฟีเจอร์การตลาดขับเคลื่อนโดย AI ใหม่ ๆ ที่เข้ามาเสริมเครื่องมือด้านการตลาดแบบอัตโนมัติภายใต้ Meta Advantage Suite ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจ รวมไปถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนด้านโครงสร้าง AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ของ Meta ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้
โดยโซลูชันเหล่านี้จะช่วยนำเสนอสินค้าและบริการกับผู้ที่สนใจมากที่สุดได้โดยตรง ธุรกิจต่าง ๆ จึงสามารถเชื่อมข้อมูลทางการตลาดเข้ากับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นผ่านระบบ Machine Learning และข้อมูลบนแพลตฟอร์มของ Meta
ปัจจุบัน ผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta เกือบทั้งหมดได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ AI จาก Meta อย่างน้อยหนึ่งแบบ ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในขณะที่ตันทุนราคา Cost Per Acquisition (CPA) โดยรวมลดลง และมีอัตราผลตอบแทนจากการใช้จ่ายในการทำโฆษณา (Return on Ad Spend) มากกว่า 32% เมื่อใช้งานแคมเปญช้อปปิ้ง Advantage+
นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถเข้าถึงระบบ AI เน้นประสิทธิภาพและโซลูซันอัตโนมัติต่าง ๆ ได้ผ่าน MetaAdvantage ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาแคตตาล็อก (Catalog Ad), โซลูชั่น Shopping, การกำหนดเป้าหมายอย่างละเอียด (Detailed Targeting), การผสมข้อความรูปแบบด่าง ๆ (Text Variation), การสร้างพื้นหลังให้ชิ้นงาน, และการคร็อปภาพ ได้อีกด้วย
คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า “เจ้าของธุรกิจบนแพลตฟอร์มของ Meta ได้มีการใช้งานโซลูซันทางการดลาดภายใต้ Meta Advantage แล้วอย่างน้อยหนึ่งโชลูชันซึ่งหมายความว่าธุรกิจหลายล้านรายได้เริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี A เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจแล้ว”
3. การสร้างการเชื่อมต่อและตอบสนองความต้องการเฉพาะของบุคคล (Personalization) ผ่านเทรนด์การส่งข้อความทางธุรกิจ (Business Messaging)
ปัจจุบัน มีผู้คนกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกที่เชื่อมต่อกับธุรกิจต่าง ๆ ผ่านแอปส่งข้อความของ Meta ในทุกๆ สัปดาห์
ข้อมูลจาก Boston Consulting Group (BCG) และ Meta ในปี 2022 ระบุว่า 78% ของคนไทยส่งข้อความพูดคุยกับธุรกิจอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์
โดยการสำรวจคนไทยในวัยผู้ใหญ่กว่า 76% กล่าวว่าพวกเขาต้องการสื่อสารกับธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งก็คือการพูดคุยผ่านการส่งข้อความ แสดงให้เห็นว่าการส่งข้อความทางธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและรู้สึกใกล้ชิดกับธุรกิจยิ่งขึ้น
งานวิจัยที่จัดทำโดย Forrester Consulting และ Meta แสดงให้เห็นการส่งข้อความทางธุรกิจสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่า 61% เมื่อเทียบกับช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ใช้ก่อนหน้า ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการขาย มูลค่าการสั่งซื้อของลูกค้าสูงขึ้น 22.1% สืบเนื่องจากการสื่อสารระหว่างผู้ชื้อและผู้ขายที่ทำผ่านการส่งข้อความทางธุรกิจ
"การส่งข้อความทางธุรกิจเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่แบรนด์ต่าง ๆ ควรพิจารณา โดยผู้ลงโฆษณามากกว่า 65% ของเราในไทยได้เลือกใช้โฆษณาแบบคลิกไปยังการส่งข้อความ (Click-to-Message) ในอนาคต เรายังมีแผนที่จะสนับสนุนธุรกิจให้สามารถใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันส่งข้อความของเราเพื่อผลักดันให้เกิดอัตราการพิจารณาซื้อสูงสุด" คุณแพรกล่าวเสิรม
เมื่อไม่นานมานี้ Meta ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ อย่าง Threads ซึ่งเป็นแอปที่เน้นการแบ่งปันอัปเดตในรูปแบบข้อความและส่งเสริมบทสนทนาสาธารณะ โดยภายในเวลาเพียง 5 วันหลังเปิดตัว Threads มีผู้สมัครใช้งานมากกว่า 100 ล้านบัญชี
ส่งผลให้ Threads กลายเป็นแอปที่เติบโตเร็วที่สุด ทั้งยังมียอดการใช้งานประจำวันกว่า 10 ล้านครั้งทั่วโลก ในขณะที่แบรนด์ต่าง ๆ ได้สร้างบัญชีทางการบน Threads อย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่การเปิดตัว ทีมงาน Meta ยังคงเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์บน Threads อย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาฟีเจอร์มากมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ การค้นพบ และการปรับแต่งเพื่อเสริมความต้องการเฉพาะบุคคลในแอปพลิเคชัน