การเป็นองค์กรที่มีดีเอ็นเอการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต” ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลมาเนิ่นนาน ก่อนที่คำว่า ESG จะเกิดขึ้นและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งการมุ่งเน้น ช่วยเหลือสังคมรอบด้านอย่างยั่งยืนนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ระดับผู้บริหาร พนักงาน และตัวแทนฝ่ายขาย พร้อมร่วมมือร่วมใจกัน ผลักดันนโยบายออกมาเป็นโครงการต่างๆ มากมาย
มอบโอกาส + การลงทุนสีเขียว
คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและภาพลักษณ์องค์กร และการสื่อสารองค์กร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การให้สิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม มีความสำคัญอย่างมากต่อบริษัทฯ ในฐานะบริษัทประกันชีวิตย่อมมีโอกาสมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้คนผ่านผลิตภัณฑ์ประกัน ชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตควบการลงทุน ให้กับลูกค้าทุกลุ่มทุกระดับได้สามารถเข้าถึงความคุ้มครองทั้งชีวิต และสุขภาพ ช่วยลดความกังวลใจ พร้อมทั้งยังเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดของลูกค้า

อีกทางหนึ่งได้สร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตัวแทนขายประกัน ที่เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าทำงานโดยไม่จำเป็นต้องมี ประสบการณ์มาก่อน สามารถเข้ามาเรียนรู้โดยที่มีบริษัทฯ คอยช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกด้าน ด้วยหลักสูตรต่างๆ ที่ ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองว่า “คุณทำได้ - Know You Can”
เกณฑ์ด้าน ESG ยังได้รวมอยู่ในนโยบายการลงทุนของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดยเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกๆ ที่ยุติการลงทุนในอุตสาหกรรมอาวุธ ยาสูบ เหมืองถ่านหิน น้ำมัน และประเทศที่มีการคว่ำบาตร ในเวลาเดียวกัน มุ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรสิ่งแวดล้อม สินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์คาร์บอนต่ำ อีกทั้งตั้งเป้าหมายในการลงทุน Green Investment 7 พันล้านบาท ในปี 2566 ซึ่งได้ลงทุนไปแล้วกว่า 5.9 พันล้านบาท ในปี 2565 โดยปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มกองทุน KT-Epic ในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ได้แก่ iInvest iLink และ iWealthy ซึ่งเป็นการเพิ่มด้านกองทุนสีเขียวให้กับลูกค้าได้เป็นทางเลือกในการลงทุน และปัจจุบันมีกองทุนสีเขียวจำนวน 23 กองทุน ให้ลูกค้า Unit Linked เลือกลงทุน รวมถึงต้นปี 2566 ได้เปิด KT-ESG A Fund ซึ่งเป็นกองทุนใหม่สำหรับพนักงานที่ได้ ร่วมลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Climate Change & Biodiversity
ในฐานะที่บริษัทฯ เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและเรื่อง Climate Change มุ่งมั่นขับเคลื่อน นโยบายด้านนี้ในฐานะ “Green Insurer” หรือผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เริ่มจากรณรงค์ให้พนักงานใช้ ทรัพยากรหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสียและพลังงาน และเปิดตัวสถาบันการเรียนรู้ด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Academy) เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าฝึกอบรม
“กลุ่มแอกซ่า ยังยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น 1 ใน 5 กลยุทธ์หลักขององค์กร เราจึง ต่อยอดออกเป็นหลากหลายโครงการ ไม่เพียงแต่ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเข้าไปเพิ่ม ความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล หรือ Climate Change & Biodiversity”
โดยที่ผ่านมา กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ออกแคมเปญใหญ่ “Commit To Climate เราปรับ โลกเปลี่ยน” ซึ่งปีนี้จัดขึ้น เป็นปีที่ 2 โดยมี CR Influencer คือ “เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” นักร้อง นักแสดงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาร่วมสร้างการ ตระหนักรู้ และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล (Climate Change & Biodiversity) โดยกิจกรรมจัดขึ้นตลอดทั้งปี 2566
อย่าง Save For Life มาคืนชีวิตให้ทะเล กิจกรรมปล่อยเต่าทะเลออนไลน์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมปล่อยเต่าเป็นจำนวน มากถึง 2,331 ตัว และมียอดเข้าถึงกิจกรรมทางออนไลน์ หรือ Reach สูงกว่า 600,000 Reach โดยผู้โชคดี 1 ท่าน ได้รับ โอกาสพิเศษไปร่วมปล่อยเต่ากับคุณเต๋า CR Influencer พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ฝ่ายขาย และพนักงานจิตอาสาที่ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์เต่าทะเลจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน
Save and Grow เชิญบุคคลทั่วไปร่วมทํา Quiz สนุกๆ ค้นหาตัวตนผ่านการเรียนรู้เรื่องปะการัง พร้อมลุ้น รับรางวัล Magnet ชุดท้องทะเล ที่ทำมาจากขยะทะเล
Save Our Future ร่วมทายเกมภาพปริศนาและเรียนรู้เรื่อง Climate Change & Biodiversity พร้อมลุ้นรับที่พักแบบ Eco Trip ฟรี นอกจากนั้นทุก 1 ไลค์ 1 แชร์โพสต์กิจกรรมจะถูกแปลงเป็นเงิน 5 บาท เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทะเลไทยให้กับโรงเรียนด้อยโอกาส
Save Me, Free Waste เปลี่ยนขยะเป็นของรางวัล โดยมีผู้เข้าร่วมเก็บขยะตามชายหาด แม่น้ำลำคลอง รวมถึง ขยะจากที่ต่างๆ พร้อมถ่ายภาพ และนำมาโพสต์กิจกรรม โดยทุก 1 ไลค์ 1 แชร์โพสต์กิจกรรม จะถูกแปลงเป็นเงิน 5 บาท ซึ่งรวบรวมยอดเงินได้กว่า 30,000 บาท นําไปจัดซื้อถังขยะแบบคัดแยกขนาดใหญ่ พร้อมมอบให้กับสำนักทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา

นอกจากนั้น บริษัทฯ ร่วมกับมูลนิธิลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ตอนบน จัดทำโครงการ “Save Our Sea 2023” ที่อังสนา ลากูน่า จ.ภูเก็ต ในการร่วมปล่อยลูกเต่าตนุกลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด ซึ่งขยะที่คัดแยกได้ทำการส่งมอบ เพื่อทำเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนเรื่องประเภทของขยะให้แก่ โรงเรียนอนุบาลลากูน่า ภูเก็ต และร่วมกับชุมชนมุสลิม บ้านท่าสัก จ.ภูเก็ต จัดทำบ้านปลาพร้อมปล่อยลงทะเล เพื่อเป็น แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด อาทิ ปลาทะเลและปลาหมึก เพื่อสร้างความสมดุลให้ท้องทะเลอันดามัน รวมถึงร่วม ปลูกป่าชายเลนจำนวน 1,000 ต้น ที่จังหวัดพังงา
“กิจกรรมต่างๆ จากแคมเปญ “#WeCommitToClimateSS2” เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม ของบริษัทฯ อีกทั้งสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมทะเลของประเทศไทย ซึ่งเต่าทะเลมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล และช่วยทำให้ระบบนิเวศมีความสมดุลและสมบูรณ์”
การให้ที่ยั่งยืน
คุณบุปผาวดี กล่าวว่า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มุ่งมั่นสนับสนุนโครงการเพื่อสังคม แต่ความต่างก็คือมุ่งเน้นสร้างให้เกิดคุณค่าในระยะยาวมากกว่า ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงตามนโยบายของบริษัทฯ ใน “การให้โอกาส ไม่ใช่การให้เพื่อการกุศล - Giving Opportunity Not Charity” ทำให้การส่งต่อความช่วยเหลือสังคมในวงกว้างมีความยั่งยืน โดยแต่ละโครงการล้วนมาจากจุดตั้งต้นที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม สอดแทรกความรู้ไปกับกิจกรรม และสร้างความมีส่วนร่วม ให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”
“Go Green” อีกโครงการสำคัญด้าน Climate Change ที่ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีโครงการหลัก คือโครงการปลูกป่า ปลูกความดี 3 ปี 100,000 ต้น ที่ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการปลูกป่าบูรณาการ 10,000 ต้น ร่วมมือกับสถาบันสร้างชาติ โดยปัจจุบันได้ปลูกป่าไปครบจำนวน 110,000 ต้น ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกเกิดจากการเปลี่ยนการลดกระดาษในทุกส่วนของการดำเนินงานของธุรกิจ ได้แก่ พนักงานลดการใช้กระดาษ 100 แผ่น จะแปลงเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ในส่วนของฝ่ายขาย คือการเปลี่ยนจากใบสมัครประกันแบบกระดาษ เป็นใบสมัครอิเล็กทรอนิกส์ (E-application) จะเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น และส่วนของลูกค้า การเลือกรับ E-policy แทนกรมธรรม์กระดาษจะแปลงเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น
กิจกรรม “Step Life” ที่จัดต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์ให้พนักงานหันมาใช้การเดินแทนการใช้ รถยนต์หรือการใช้ลิฟต์โดยสาร และกิจกรรมให้กับคนไทยทุกคนเข้าร่วมเดิน ซึ่งจำนวนก้าวในแต่ละปีจะนำไปแปลงเป็น เงินเพื่อนำไปใช้สร้างสิ่งดีๆ คืนให้แก่สังคม หรือเปลี่ยนจำนวนก้าวเป็นการปลูกต้นไม้ โดยทุกๆ 10,000 ก้าว จะเปลี่ยนเป็นเงินจำนวน 10 บาท เพื่อรวบรวมและสนับสนุนโครงการ Save Our Sea ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา จากก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของพนักงาน กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มากกว่า 98 ล้านก้าว แปลงเป็นเงินสนับสนุนโครงการ Save Our Sea ได้ มากกว่า 98,000 บาท
โครงการ Green Power ลดเพื่อโลก ปลูกเพื่อปลอด เป็นกิจกรรมที่ร่วมมือกับกรีนเวฟ (Green Wave) เพื่อ ชวนให้พนักงานทุกคนมาลดการใช้พลังงาน โดยทุกๆ 10 ยูนิตที่ลดได้จะเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สี เขียวให้ประเทศไทย พร้อมกันนี้ ระหว่างโครงการบริษัทฯ มีการสร้างความตระหนักรู้เรื่องความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และการลดพลังงานผ่านสื่อทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ของกรีนเวฟ เอฟเอ็ม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ลดการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 62,000 ยูนิต ซึ่งแปลงเป็นการปลูกต้นไม้กว่า 6,200 ต้น รวมถึงมีผู้ร่วมทวีตโครงการดังกล่าวกว่า 200,000 รีทวีต ซึ่งเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น รวมทั้งสิ้นต้นไม้ที่จะปลูกในกิจกรรมจำนวนกว่า 26,200 ต้น รวมถึงโครงการ Think ก่อนทิ้ง ที่เชิญชวนให้ทุกคนมาบริจาคเสื้อที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นเสื้อใหม่ และมอบให้กับเจ้าหน้าเก็บขยะในกรุงเทพมหานคร
“ในฐานะบริษัทประกันชีวิต เรายังเล็งเห็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และเข้าไปมีส่วนร่วมใน สาธารณประโยชน์ของสังคม มุ่งมั่นอยู่เคียงข้างคนไทย รวมถึงแสดงความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้สังคมไทย และโลกของเราเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจหลักของบริษัทที่มุ่งมั่นที่จะ “เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกัน ตลอดไป” (Act for Human Progress by Protecting What Matters) เห็นได้จากหลายๆ โครงการของเรา”

เช่น โครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรีทั่วไทย โดยมีลูกค้าและคนไทยได้รับการตรวจสุขภาพจากโครงการกว่า 500,000 คน ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา โครงการแผ่นดินทองเพื่อน้องๆ บ้านนานา ซึ่งดำเนินงานมาเป็นปีที่ 16 มุ่งเน้นการให้ โอกาส ไม่ใช่เพื่อการกุศล สนับสนุนด้านอุปกรณ์ต่างๆ และพนักงานจิตอาสาจากบริษัทฯ ร่วมปลูกข้าวกับชุมชนทุกปี พร้อมทั้งสนับสนุนพันธุ์ปลา เป็ด และไก่ให้กับน้องๆ ได้พึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน ผ่านการปลูกข้าวเพื่อจำหน่าย จากเดิมมูลนิธิฯ สามารถผลิตข้าวได้ 2,000 กิโลกรัมต่อปี เพิ่มจำนวนเป็น 7,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืน และเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการนำมาพัฒนามูลนิธิฯ จนสามารถสร้างเป็นศูนย์การเรียนรู้ได้ในปัจจุบัน รวมถึงโครงการ KTAXA KYC Football Youth (U-15) Academy ปีที่ 3 เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 13-15 ปี ทั้งชายและหญิงจากทั่วประเทศเข้าฝึกอบรมทักษะฟุตบอลจากโค้ชระดับสากล ซึ่งมีเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2563 แล้วกว่า 4,400 คน เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับทักษะนักฟุตบอลเยาวชนของไทยสู่มาตรฐานระดับโลก สอดคล้องกับการเป็นพันธมิตรหลัก อย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และร่วมสร้างพลังกาย พลังใจ ความเชื่อมั่นในตัวเองว่าทุกคนทำได้ ตาม พันธสัญญา “Know You Can”
จากโครงการอันหลากหลายของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่มุ่งเน้นการสนับสนุน ส่งเสริมความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รับรางวัลมากมาย การันตีด้วยคะแนน Sustainability Index เป็นอันดับ 1 ในเอเชียมา 7 ปีซ้อน รวมถึงรางวัลทั้งระดับประเทศ และระดับนานาชาติมากมาย อาทิ รางวัล “Most Sustainable Life Insurer Thailand 2023” จาก World Economic Magazine Awards 2023 รางวัล Best Green Initiative 2 ปีซ้อน จาก International Finance Awards 2022-2023 และรางวัล The Best Employers Thailand หรือสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน จาก Kincentric เป็นต้น

“ความสำเร็จของแต่ละโครงการ สะท้อนกลับมาที่หัวใจสำคัญของคำว่า “ความยั่งยืน” จำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง และยาวนาน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามุ่งเน้นที่จะให้โอกาสแทนการนำเงินไปบริจาคผ่านกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม เกิดความเป็นเจ้าของ รวมถึงเข้าไปทำงานด้วยกันกับคนในชุมชน เพื่อให้เขาดูแลสานต่อโครงการจนยืนได้ด้วยตัวเอง แต่ที่ สำคัญมากกว่านั้น ผู้นำองค์กรต้องเป็นแกนหลักในการลงมือทำจริง ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นองคาพยพ ทั้งพนักงาน ตัวแทน และลูกค้า ที่กลุ่มแอกซ่าใช้คำว่า “หัวใจทำงาน - Hearts in Action”
หัวใจที่มุ่งมั่นโอบอุ้มให้ทุกคนและโลก...ที่ยั่งยืน