ข้อมูลจาก Nielsen Advertising Information Service ระบุถึงเม็ดเงินโฆษณาในประเทศไทยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. – มิ.ย.66) มีมูลค่าสูงกว่า 55,530 ล้านบาท แบ่งเป็นออฟไลน์ 75% และออนไลน์ 25% โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์เติบโตเพิ่มขึ้น 5.6% จากเมื่อช่วงปลายปี 2565 จากเดิมมีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 22% (จากมูลค่าตลาดรวมปี 2565 กว่า 117,802 ล้านบาท) ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาในสื่อออฟไลน์ลดลง 1.9% จากการถดถอยของสื่อโทรทัศน์ ส่วนสื่อนอกบ้าน (Outdoor & Transit Media) มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะเดียวกัน ยังมองเห็นการเติบโตของสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่มาแรงในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา คือสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีก (Retail Media Network) บริหารและให้บริการโดยผู้ประกอบการค้าปลีก หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ถือเป็นช่อง ทางใหม่ที่ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ในขณะที่กำลังซื้อสินค้าออนไลน์หรือหน้าร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยจุดแข็งของการมีฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ ทั้งในด้านพฤติกรรมการจับจ่าย ความชอบ และประวัติการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
โดยในปี 2566 สื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกถือเป็นสื่อที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 (อ้างอิง 2023’s Global Mid-year Forecast by GroupM) จึงมีการคาดการณ์ว่าอาจมีมูลค่ารวมทั่วโลกสูงถึง 125.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเป็นสื่อมีรายได้รวมสูงกว่ารายได้จากสื่อโทรทัศน์ภายในปี 2571
จากเทรนด์ดังกล่าว แกร็บ ประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับการรุกธุรกิจโฆษณาอย่างเต็มสูบ ผ่านการทำตลาด “GrabAds” สื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีก เพื่อเจาะกลุ่มนักโฆษณาและการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม FMCG ยานยนต์ และสถาบันการเงิน นอกเหนือจากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นตลาดหลัก พร้อมตั้งเป้าเป็นสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกอันดันต้นๆ ในประเทศไทย 
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่มีการผสมผสานกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้นักโฆษณาและนักการตลาดต้องออกแบบกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคให้สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิต และสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์บนโลกออนไลน์และออฟไลน์ของผู้บริโภคให้ได้อย่างลงตัว
สำหรับ Retail Media Network ปัจจุบันยังถือเป็น White Ocean ที่ยังเติบโตได้อยู่ โดยผู้เล่นที่มองเห็นอยู่ในตลาดโลก เช่น Amazon และ Uber ซึ่ง Retail Media Network ยังเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างแบรนด์ได้ด้วยเพราะเป็นออนไลน์ แต่วันนี้ยังไม่มีใครออกมาพูดอย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อเทรนด์มา และแกร็บมีลูกค้าในกลุ่มร้านอาหาร ร้านขายของชำอยู่แล้ว จึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สถาบันการเงิน รถยนต์ และ FMCG เป็นต้น ซึ่งต้องหาแนวทางที่จะทำให้แบรนด์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ให้ความสนใจ GrabAds มากขึ้น
“นอกจากลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เป็นกลุ่มหลักที่ให้ความสนใจและทุ่มงบโฆษณากับ GrabAds แล้ว เรายังพยายามขยายฐานลูกค้าไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) กลุ่มยานยนต์ (Automotive) และกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคาร (Finance & Banking) ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตและใช้งบเพื่อทำการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า GrabAds จะเป็นเครื่องมือการตลาดที่ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ”
โดย GrabAds มีจุดแข็งที่สามารถตอบโจทย์นักการตลาดถึง 3 เรื่อง คือ
1) การเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ (Online-to-Offline Integration within Grab’s Ecosystem): GrabAds นำเสนอโซลูชั่นด้านการตลาดที่ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ไปจนถึงปิดการขายกับกลุ่มเป้าหมาย (Awareness to Conversion) ด้วยรูปแบบและกลไกของสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งบนแอปพลิเคชันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง Masthead Native Banner Search เป็นต้น ที่ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้อสินค้า และผ่านทางการให้บริการออฟไลน์ อาทิ สื่อโฆษณาบนรถโดยสาร หรือกระเป๋าส่งของของพาร์ทเนอร์คนขับ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ
2) การจับกลุ่มลูกค้าคุณภาพที่มีกำลังซื้อ (Capturing High-Value Audience): กว่า 60% ของผู้ใช้บริการในประเทศไทยที่เปิดแอปพลิเคชันแกร็บมีการทำการใช้จ่ายบนแอปพลิเคชันในเดือนนั้น จึงทำให้อัตราการคลิกโฆษณา (Click Through Rate: CTR) สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ในประเทศไทยถึง 3 - 5 เท่า และจากการสำรวจของแกร็บยังพบว่า กว่า 77% ของผู้ใช้บริการไทยรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาอยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บ
3) การเข้าถึงข้อมูลการใช้จ่ายจริงของผู้บริโภค (First-party Data Insights): ด้วยฐานข้อมูลคุณภาพ ที่รวบรวมพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงของผู้ใช้บริการบนแอปพลิเคชัน Grab ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของการใช้ชีวิต ประจำวัน ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าใจอินไซต์และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เช่น ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาทิ เมนูอาหารที่ชอบ ประเภทสินค้าที่สั่งเป็นประจำ สถานที่ที่มักเดินทางไปบ่อยๆ รวมถึงวิธีการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม แกร็บเข้าสู่ธุรกิจโฆษณาครั้งแรกในปี 2561 โดยเริ่มจากการนำเสนอสื่อโฆษณาภายในรถยนต์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ ก่อนจะขยายตัวมาเป็นสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าหรือแบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการในแอปพลิเคชันได้มากขึ้น และถูกพัฒนาจนกลายมาเป็นสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกที่ครบวงจรในชื่อ “GrabAds” ครอบคลุมช่องทางการโฆษณาทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
ปัจจุบัน GrabAds ติดอันดับ 1 ใน 3 ของสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับและมีความรู้สึกที่ดีต่อโฆษณา (Ad Equity) มากที่สุด (อ้างอิง Media Reactions Report 2022 โดย Kantar) สำหรับในประเทศไทย GrabAds เริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและทรงอิทธิพล โดย แกร็บ วางเป้าหมายการเติบโตทางด้านรายได้ของ GrabAds ทั้งภูมิภาคไว้ที่ 3,000 – 4,000 ล้านบาทต่อปี
โดยแกร็บมีการขับเคลื่อนธุรกิจใน 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1. บริการการเดินทาง (Transport) 2. บริการดิลิเวอรี่ (Deliveries) 3. บริการทางการเงิน (Financial Services) และ 4. บริการสำหรับองค์กร (Enterprise) ผ่านบริการ Grab for Business และ GrabAds ก็เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและแม่นยำมากขึ้น
“สำหรับ GrabAds ไม่ได้โฟกัสแค่ในอีโคซิสเต็มของแกร็บเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งในกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็ก (Long Tail) ที่อยู่ในอีโคซิสเต็มของแกร็บจะเข้ามาใช้บริการโดยเน้นการสร้างยอด ขายเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่ม SMB & Enterprise ต้องการทั้งเรื่องยอดขาย และการรับรู้ (Awareness) เช่นเดียวกับกลุ่ม Non-Grab ที่เป็นแบรนด์ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างกลุ่มรถยนต์ สถาบันการเงิน โทรศัพท์มือถือ FMCG เป็นต้น ซึ่ง GrabAds จะช่วยให้ธุรกิจในกลุ่มต่างๆ เติบโตไปกับเราได้” จันต์สุดา กล่าว