จุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ บางครั้งอาจจะเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ ที่สร้างให้เกิดแรงบันดาลใจในการช่วยเหลือให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับ คุณเมธินี สหะปิยะพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาชชิ เคลียร์ จำกัด ที่สร้างธุรกิจขึ้นมาจาก Insight ของตัวเอง ซึ่งเป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน และแม้จะได้รับการรักษามาหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทานยา ผ่าตัด แต่ปัญหาก็ยังไม่หายไป จากความคิดที่ไม่ต้องการทานยาไปตลอดชีวิต ผลักดันให้คุณเมธินี หรือ คุณบีมองหาและศึกษาวิธีที่สามารถลดการทานยาด้วยตัวเอง จนพบว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้ จึงตั้งใจศึกษาหาความรู้ อ่านงานวิจัย รวมถึงปรึกษากับอาจารย์แพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน จนเกิดแรงบันดาลใจในการทำแบรนด์อุปกรณ์ล้างจมูก ภายใต้แบรนด์ “Hashi”
“เนื่องจากเป็นภูมิแพ้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณหมอบอกว่าเราต้องทานยาทุกวัน จึงมองว่าชีวิตน่าจะมีทางเลือกมากกว่าการทานยาตลอดชีวิต ประกอบกับการได้เข้ามาทำงานในบริษัทยา ทำให้ค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับยามากขึ้น จากนั้นจึงทุบกระปุกนำเงินเก็บออกมาทำธุรกิจ โดยเอา Pain Point ของคนเป็นภูมิแพ้มาวิเคราะห์แบบรอบด้านว่ามีอะไรบ้างในหลายๆ มิติ จากนั้นนำเรื่องของ Design Thinking มาแก้โจทย์ด้วยการออกแบบอุปกรณ์ล้างจมูก Hashi”
จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างและกลายเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งไม่มี ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของ Hashi คือการเป็นเจ้าแรกที่ผลิตเกลือสําหรับล้างจมูกแบบซองซึ่งพกพาง่าย มีน้ำหนักเบา การเป็นเกลือบรรจุซองทำให้สามารถประเมินจํานวนซองที่ต้องพกพาตามความถี่ในการใช้ได้ นอกจากนั้นยังมีความสะอาด เพราะสามารถผสมสดใหม่ได้ตามโอกาสที่ต้องการใช้ ต่างจากน้ำเกลือทั่วไปที่มีปริมาณมาก พกพาไม่สะดวก เมื่อเปิดใช้แล้วแต่ใช้ไม่หมด อาจส่งผลให้นํ้าเกลือมีการปนเปื้อน
“ความกลัว คือปัจจัยหลักที่คนส่วนมากคิดก่อน และก่อให้เกิดความคิดที่จะไม่ล้างจมูก ดังนั้นดีไซน์คือสิ่งที่เรามองว่าเป็นสิ่งสําคัญและตั้งใจที่จะพัฒนาเพื่อลดความกลัวของผู้บริโภค รูปแบบการดีไซน์แบบก้นหอย ช่วยลดแรงดันของนํ้าที่มีผลให้คนส่วนมากกลัวและรู้สึกเจ็บกับการล้างจมูก มีการใช้สีรวมถึงรูปทรงที่สดใสน่ารักเหมือนของเล่น ทำให้เข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่าย”

ในส่วนของบรรจุภัณฑ์มีการออกแบบขวดให้สามารถบีบใช้ได้ง่าย หัวกระจายน้ำเกลือได้ 5 ทิศทาง ล้างได้ทั่วทั้งโพรงจมูก บรรจุน้ำเกลือได้ 180 มล. ปริมาณเหมาะสม สามารถล้างจมูกได้เกลี้ยงในทีเดียว รูปแบบขวดจับถนัดมือ บีบควบคุมความแรงของน้ำได้ง่าย ช่วยลดอาการปวดหูหรือหูอื้อ มีอายุการใช้งานยาวนาน 3-6 เดือน ไม่ต้องคอยซื้อเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อยๆ ทำจากวัสดุพรีเมียม ปลอดภัย ไร้สาร BPA 100% ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์และโรงพยาบาลทั่วประเทศ และที่สำคัญได้รับรางวัลงานด้านดีไซน์ทั้งระดับภายในประเทศและระดับต่างประเทศ เช่น Thai Pack Awards 2017 และ Bronze Award จาก ASEAN Plastic Awards 2018 Category Medical and Healthcare Products/ Packaging/ Devices เป็นต้น
“ในแง่ Branding การจดจำแบรนด์ก็เป็นสิ่งสำคัญและเราเองต้องการ Register ให้ชัดว่าเป็นแบรนด์แรกในไทยที่โฟกัสด้านการล้างจมูกโดยตรง ดังนั้นทุกจุดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ ทางบีให้ความสำคัญ ตั้งแต่การตั้งชื่อ ฮาชชิ มาจากคำพ้องเสียง ฮัดเช่ย ฮัดชิ้ว เสียงการจามของคนเป็นภูมิแพ้ และเรายังมีคาแร็กเตอร์น้องฮาชชิ จมูกโตเพื่อให้คนสามารถจดจำแบรนด์ได้ง่าย”
ด้วยความเข้าใจความต้องการของคนเป็นภูมิแพ้ที่มีความต้องการที่หลากหลายตามช่วงวัย Hashi จึงพัฒนาสูตรนํ้าเกลือให้มีความหลากหลาย เพื่อให้การล้างจมูกเหมาะกับทุกคน เช่น สูตรอ่อนโยนเหมาะกับ Daily Use, สูตรธรรมดาที่เหมาะกับคนที่มีอาการภูมิแพ้หรือไซนัส ปัจจุบันสินค้าของฮาชชิตอบโจทย์สุขภาพแต่ละช่วงวัย ถึง 3 แบบ 3 ไลฟ์สไตล์ คือ

Hashi Plus อุปกรณ์ล้างแบบก้นหอย และผงเกลือซอง เป็นไอเทมสําหรับล้างจมูกที่เหมาะกับทุกช่วงอายุ ผู้ใหญ่ เด็กโต หรือเด็กเล็กและลดความเจ็บในการล้างจมูก
Hashi Saline Spray นํ้าเกลือแบบพกพา ที่สามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา พกไปได้สะดวก เหมาะกับทุกคนโดยเฉพาะเน้นการใช้ชีวิตข้างนอกที่เจอทั้งฝุ่น PM2.5 ควันจากท่อไอเสีย
Hashi Baby Drop นํ้าเกลือหยดจมูกสําหรับเด็กแรกเกิดเจ้าแรกในไทย มีความอ่อนโยนและช่วยแก้ปัญหาเรื่องนํ้ามูกให้นุ่มลง

คุณบี เสริมว่า ปัจจัยความสําเร็จของ Hashi ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ ยอดขาย และช่องทางการจัดจําหน่าย เกิดจากการนำเสียงของลูกค้ามาออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การบรรเทาอาการภูมิแพ้ของผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคมีระบบทางเดินหายใจที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“เมื่อเราเข้าใจปัญหาของลูกค้า เราก็จะหาทางออกให้ลูกค้าได้ ซึ่งทางออกคือ สิ่งที่ลูกค้าจะคิดถึงเราและเห็นว่าเราแตกต่าง”
ฮาชชิ วางกลยุทธ์แบรนด์ในการเป็นผู้นําด้านสุขภาพและเน้นการป้องกัน หรือ Preventive เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการป่วยในอนาคต โดยจะเน้นการเข้าถึงที่ง่าย ผ่านการขยายช่องทางการจําหน่ายในออนไลน์ และเริ่มที่จะขยายสู่ตลาดเพื่อนบ้าน รวมถึงเตรียมความพิเศษในวาระครบรอบ 12 ปี ด้วยการตั้งใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค โดยปรับความกลัวของการล้างจมูก สู่เทรนด์การดูแลสุขภาพจมูกของทุกคนทุกวัย ที่มีความจําเป็นอย่างยิ่งในสภาพอากาศและมลภาวะในปัจจุบัน เพื่อช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการหรือโรคภัยด้านทางเดินหายใจ ซึ่ง Hashi ได้มีความร่วมมือกับสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมและจัดทําสื่อการสอนการล้างจมูกแก่คนไข้และบุคคลทั่วไป เพื่อเข้าใจและล้างจมูกอย่างถูกต้องและถูกวิธี

รวมถึงการดึงฮายและเซน จากวงร็อกชื่อดังขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนมอย่าง “Paper Planes” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเป้าหมายในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ให้ผู้บริโภคเชื่อใจและมั่นใจในแบรนด์ พร้อมปล่อยคลิปวิดีโอสอนล้างจมูกอย่างถูกวิธีเพื่อสื่อสารถึงประโยชน์ของการล้างจมูก และจัด Road Tour ตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยเด็ก ประมาณ 15-20 โรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
“การเกิด PM 2.5 และช่วงโควิดถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจว่าการล้างจมูกคืออะไร และสามารถก้าวข้ามผ่านความกลัวในการล้างจมูก ทำให้ตลาดเติบโตขึ้นมาก นอกจากนี้ ปัจจุบันคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ง่ายขึ้น อนาคตจึงมีแต่ปัจจัยที่ทำให้คนเป็นภูมิแพ้ เราจึงมองที่การขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่จะทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเป้าหมายของเราคือให้ทุกบ้านซึ่งมีคนมีปัญหาภูมิแพ้ได้ใช้สินค้าของเรา ในอนาคตเราอยาก Educate ตลาดให้เขานึกถึง ให้คนรู้ว่าฮาชชิเป็นผู้ช่วยที่ดีในการล้างจมูกในอนาคต”