มหาวิทยาลัย Cornell และผู้จัดการการลงทุน Schroders เผยผลการศึกษาระบุว่า ภาวะโลกเดือดและน้ำท่วมจะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก โดยผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 4 ประเทศ อยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่ว่ารายได้ ภายในปี 2030 อาจขาดหายไปไม่ต่ำกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์(2,275ล้านล้านบาท)
บังกลาเทศ ปากีสถาน เวียดนาม และกัมพูชา ตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นพิเศษรายได้จากการส่งออกลดลง 22% และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นทศวรรษนี้ ตามข้อมูลซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 13 กันยายน 2023
นักวิจัยจาก Schroders และ Global Labor Institute ของ Cornell ให้ข้อมูลว่า แบรนด์แฟชั่นซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ผลิตจากประเทศเหล่านี้ ควรปรับเปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน รวมทั้งทำให้แน่ใจว่าพนักงานพักผ่อนและดื่มน้ำได้เพียงพอ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้
ทั้ง 4 ประเทศในเอเชียได้รับเลือกให้ศึกษา เนื่องจากบทบาทในฐานะมหาอำนาจของอุตสาหกรรมแฟชั่น เมื่อรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วน 18% ของการส่งออกเครื่องแต่งกายทั่วโลก มีโรงงานเสื้อผ้าและรองเท้าประมาณ 10,000 แห่ง พนักงานฝ่ายผลิตมากกว่า 10.6 ล้านคน
ผลวิจัยระบุว่า ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากภาวะโลกเดือด คือตำแหน่งงานใน 4 ประเทศอาจลดลง เนื่องจากประสิทธิภาพการผลิตลดลง ผลิตสินค้าได้ช้าลง ยิ่งกว่านั้น ศูนย์การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำคัญๆ อื่นๆ เช่น ธากา พนมเปญ การาจี ลาฮอร์ โฮจิมินห์ซิตี้ และฮานอย กำลังเผชิญปัญหาความร้อนและความชื้นสูงเหมือนกัน
“นอกจากความร้อนสูงแล้ว เมืองเหล่านี้ทั้งหมดยังมีแนวโน้มเจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากีสถาน เป็นประเทศที่คุ้นชินดีกับภาวะโลกรวน ปีที่แล้วพื้นที่มากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศจมอยู่ใต้น้ำ เป็นน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่านั้น เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ปากีสถานและบังกลาเทศต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน โดยมีอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40°C (104°F) หลายวันทั้งช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
ทีมงานจาก Cornell และ Schroders เพิ่มเติมว่าประมาณรายได้ที่จะลดลง 65,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี2030 ขึ้นอยู่กับ "สภาพการทำธุรกิจตามปกติ" ท่ามกลางความร้อนสูงน้ำท่วม และไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆ แต่ถ้าเจ้าของดำเนิน การเชิงรุกช่วยลดความเครียดจากความร้อนให้คนงานก็อาจหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้ได้บางส่วน
ภาพของสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความเครียดจากความร้อนจะทำให้ Productivity ของผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนไป เช่น ทุกๆ 1°C ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผลผลิตลดลงประมาณ 1.5%
ทีมงานวิจัยเรียกร้องให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแลปกป้องคนงานโดยถือว่าภาวะโลกเดือดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ควรกำหนดให้มีการลาโดยได้รับค่าจ้างและสิทธิพักผ่อน
แม้มีความเห็นที่ว่า แบรนด์แฟชั่นควรพิจารณาช่วยเหลือซัพพลายเออร์ย้ายสถานที่ปฏิบัติงานไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ทีมวิจัยให้ความเห็นว่า ใครก็ตามที่อยาก "ตัดต้นทุนแล้วหนีไปที่อื่น" ควรคิดให้รอบคอบ เพราะธุรกิจที่ต้องการย้าย อาจต้องทุ่มเททรัพยากรมากกว่าเดิม ในการสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่มาแทนที่ จากเดิมที่ได้รับประโยชน์จากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Jason Judd กรรมการบริหารของ Global Labor Institute ของ Cornell ให้ความเห็นว่า ผู้ผลิตและพนักงานได้รับการปฏิบัติจากแบรนด์ต่างๆ โดยมองว่าเป็นคนนอก ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของคนอื่น ไม่ใช่ของพวกเขา
“บรรดาคนงานและพนักงานอยากให้เจ้าของกิจการลงทุนเรื่องเหล่านี้ตอนนี้ เพราะที่ผ่านมา ไม่มีมาตรฐานแก้ไขปัญหาความร้อนจัดและป้องกันน้ำท่วมแต่อย่างใด”
ที่มา edition.cnn.com/2023/09/14/business/extreme-weather-global-apparel-exports-climate-intl-hnk/index.html