ถ้าพูดถึงตลาดกลางคืนในกรุงเทพฯ ที่คึกคักและร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “จ๊อดแฟร์” (JODD FAIRS) ที่แม้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2564 แต่ความนิยมไม่เคยลดลงเลย ซึ่งจากผลสำรวจของ Grab Travel Insight 2022 จ๊อดแฟร์ ติด 1 ใน 5 สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ชาวต่างชาติชอบไปมากที่สุดอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของจ๊อดแฟร์ คุณไพโรจน์ ร้อยแก้ว เจ้าของตลาดจ๊อดแฟร์ เปิดเผยว่า ช่วงสถานการณ์ COVID-19 เกิดล็อกดาวน์ คนไม่สามารถออกจากบ้านได้ ทำให้ต้องปิดตลาดนัดรถไฟรัชดา แต่ท่ามกลางวิกฤตก็ยังมีโอกาส ได้รับการติดต่อเข้ามาให้ทำตลาดกลางคืนตรงพื้นที่ด้านหลังเซ็นทรัลพระราม 9 สิ่งที่ตัดสินใจทำคือเราให้เวลากับคำว่าเสียใจช่วงโควิดนานเกินไปแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเลย เวลาก็จะปล่อยให้สูญเปล่า จึงนำไปสู่การเช่าที่ดินสร้างจ๊อดแฟร์ขึ้นมาด้วยระยะสัญญา 2 ปี
สำหรับชื่อจ๊อดแฟร์ คุณไพโรจน์ ได้เล่าว่า ถ้าจะไปใช้ชื่อตลาดนัดรถไฟอีก ก็จะดูว่าเดี๋ยวปิดอีกแล้ว เรากลัวจะเสียชื่อแบรนด์เรา ทำการเปลี่ยนใหม่หมด ทั้งชื่อ โลโก้ จึงเป็นที่มาของคนชื่อ “จ๊อด” แล้วเติมคำว่า “แฟร์” ต่อท้าย คือสามารถเคลื่อนย้ายไปได้หลายๆที่ ซึ่งตอนแรกทีมงาน คนรอบตัวไม่มีใครเห็นด้วย แต่ด้วยความที่ผมพูดชื่อจ๊อดแฟร์ให้ทีมงานฟังทุกวัน จึงเป็นที่มาของชื่อนี้
เมื่อถามถึงความเป็นครีเอเตอร์ของจ๊อดแฟร์ถูกถ่ายทออดออกมาให้ประสบความสำเร็จและครองใจกลุ่มลูกค้าได้ยาวนานนั้น คุณไพโรจน์ เผยว่ามีองค์ประกอบการที่สำคัญในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น
สร้างสรรค์สิ่งใหม่เสมอ ด้วยการออกแบบพื้นที่และดีไซน์ใหม่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าเมื่อเข้าในพื้นที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่ และตื่นเต้นทุกครั้ง มีการปรับพื้นที่ให้ลูกค้าประทับใจตลอด อีกทั้งทุกอย่างของจ๊อดแฟร์ ตั้งแต่โลโก้, Mood & Tone ของตลาด รวมไปถึงกราฟิกในการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทั้งหมดต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
จัดสรรพื้นที่นั่ง เลือกแบ่งพื้นที่นั่งให้มีมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถนั่งทานอาหารและเครื่องดื่มได้สะดวกที่สุด เพราะหากให้ลูกค้ามาเลือกซื้อกลับบ้านอย่างเดียว ก็จะไม่กระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายโดยรวม ซึ่งในจ๊อดแฟร์ก็มีการจัดพื้นที่ให้ลูกค้าทานอาหารได้ราว 30% ทำให้บรรยากาศภายในตลาดมีความสนุกและมีความคึกคัก ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเข้ามาใช้บริการหลายพันคนต่อวัน รวมถึงดึงดูดลูกค้าต่างชาติเข้ามาในพื้นที่
เลือกทำเลที่เดินทางสะดวก อีกสิ่งสำคัญในการเลือกเปิด ทำเลต้องมีศักยภาพและมีกลุ่มลูกค้า โดยเลือกพื้นที่อยู่ใกล้พื้นที่รถไฟฟ้า แหล่งคมนาคมที่สำคัญ ทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางมาได้ง่าย หรือการมีพื้นที่รองรับการจอดรถได้จำนวนมาก
เลือกร้านค้าที่โดดเด่น เลือกร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ ออกแบบตกแต่งร้านให้สวยงาม ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการ คุณไพโรจน์ เล่าว่า “เราเลือกร้านค้าที่ค่อนข้างมีคาแรคเตอร์ เขาต้องอยู่ได้ด้วยตัวเขา มาผสมผสานกับจุดเด่นของโครงการ ถ้าร้านค้าสวย ตลาดก็สวย เราทำการตลาด ดูแลร้านค้าดี ให้พื้นที่ดี ร้านค้าก็ขายดี”

ดูแลร้านค้าที่เปิดให้บริการ พร้อมให้คำแนะนำแก่ร้านค้า เพื่อให้ร้านค้าสามารถปรับตัวนำเสนอสินค้าให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด คุณไพโรจน์ ย้ำ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการพัฒนาสถานที่คือศิลปะ คนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าผสมผสานกัน อย่างร้านค้าที่มาเปิด เป็นคนรุ่นใหม่ดำเนินธุรกิจ ทุกคนมีคาแรคเตอร์ของตัวเอง และทางโครงการให้อิสระทางความคิด โดยที่ให้ยังอยู่ในคอนเซ็ปต์ เนื่องจากต้องการให้ทุกคนได้ร่วมกันครีเอท ที่อยู่ในทุกๆ องค์ประกอบที่รวมอยู่ในโครงการ ป้ายร้าน การเลือกภาชนะ การตกแต่งจาน หน้าตาอาหาร ไปจนถึงการบรรยากาศของสถานที่ เพราะปัจจุบันเป็นยุค Camera eat first ต้องถ่ายรูปได้ อาหารจะอร่อยอย่างเดียว อาจไม่พอ ต้องมีรูปร่างหน้าตาสวยด้วย ถ่ายรูปลง Instagram สวยๆ ทำให้ใครเห็นก็อยากลองกิน เพราะถ้าแพ็คเกจสวย จะช่วยดึงความสนใจของคน ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น

“ที่ผ่านมาการออกแบบและการดีไซน์ตลาดจะมาจากผม เพราะชอบศิลปะ จึงมีการวาง Landscape พื้นที่ร้านค้าในโครงการเองทั้งหมด และทุกอย่างต้องไม่ฝืนธรรมชาติ อย่างที่แดนเนรมิตมีปราสาท ต้องไม่เอาอะไรมาสร้างบัง หรือการเอาสายไฟลงดิน เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปออกมาไม่เห็นสายไฟ ทำให้สวยงาม”
ปัจจุบันมีจ๊อดแฟร์อยู่ 2 สาขานั่นคือพื้นที่หลังเซ็นทรัล พระราม 9 และจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต บนพื้นที่กว่า 33 ไร่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีจุดแลนด์มาร์กคือปราสาทที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณด้านหน้าของพื้นที่ โดยมีสัญญาเช่าพื้นที่ 5 ปี มีจำนวนร้านค้า 1,096 ร้านค้า
เมื่อโควิดผ่อนคลาย สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ภาพรวมการแข่งขันที่ผ่านมา คุณไพโรจน์เผยว่า มีตลาดกลางคืนเปิดเพิ่มขึ้นนะ แต่ผมมองว่าเราแข่งกับตัวเอง ไม่ได้แข่งกับคนอื่น พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาและจังหวะของมัน มีสถานที่และเวลาที่ลงตัวพอดี ตลาดกลางคืนก็เกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม จ๊อดแฟร์ตรงพื้นที่หลังเซ็นทรัล พระราม 9 กำลังจะหมดสัญญาเช่า ทำให้คุณไพโรจน์ต้องหาทำเลใหม่ นั่นคือ ตลาดจ๊อดแฟร์ รัชดา สาขาใหม่ พร้อมเปิดบริการต้นปี 2567 มีพื้นที่รีเทลในอาคาร ความสูง 3 ชั้น รองรับร้านค้าได้ 928 ร้านค้า และพื้นที่กลางแจ้งตลาดกลางคืน รองรับร้านค้าได้ 798 ร้านค้า อยู่บริเวณริมถนนรัชดาภิเษก ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรม โดยทำสัญญาเช่าพื้นที่ 20 ปี

ความท้าทายของการทำธุรกิจ คุณไพโรจน์ ย้ำว่า ผมมีทฤษฎีที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่ผมมองว่า ถ้าถึงเวลาถอย เราต้องถอย ถอยให้เป็น ถ้าถามว่ารู้ได้อย่างไรควรถอย ผมว่ามันมีสัญญาณเตือนเสมอ
สุดท้ายเมื่อถามคุณไพโรจน์ว่า ตลาดกลางคืน มีอายุยาวนานแค่ไหน คำตอบที่ได้กลับมาคือ “ผมว่าออนไลน์ ยังไงก็ฆ่าออฟไลน์ไม่ได้หรอก เปรียบจ๊อดแฟร์เป็นคนหนึ่งคน มองว่าจะต้องเป็นคนที่ชอบปาร์ตี้ ชอบเจอคน ทำกิจกรรม ไม่ชอบอยู่เฉยๆ เช่นเดียวกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคม สิ่งนี้แหละทำให้ตลาดกลางคืนไม่ตาย”