เริ่มต้นแล้ว!!! เทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023 ภายใต้มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยปีนี้มาในธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์อาหารริมทางของประเทศไทย สู่ THAI STREET FOOD MUSEUM : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก พร้อมเนรมิตพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือกว่า 10,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความอร่อยที่ยั่งยืน พรั่งพร้อมไปด้วยเมนูอาหารกู้โลกสารพัด จากเหล่าเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง ไอรอนเชฟ – ท็อปเชฟ – มาสเตอร์เชฟ และร้านอาหารชั้นนำมากมายเข้าชมงานฟรี !!! 29 ก.ย. 66 – 8 ต.ค. 66 ณ ฮอลล์ 5 – 6 ชั้น LG ศูนย์ฯ สิริกิติ์

ค้นพบประสบการณ์และความอร่อยที่ยั่งยืน เริ่มต้นที่ตัวเรา เริ่มจากการรับประทานอาหารที่ดีกับเมนูอาหารกู้โลกสารพัด ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงหรือให้คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อความยั่งยืนของโลก ตามแนวคิด “Sustainable Food”หรืออาหารยั่งยืน...เทรนด์อาหารใหม่ของโลก อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food)อาหารอินทรีย์ (Organic Food)อาหารทางการแพทย์ (Medical Food)และ อาหารอนาคต (Future Food)เป็นต้นพร้อมเรียนรู้การปรุงแต่งอาหารแบบปราศจากขยะอาหารเหลือทิ้ง ตลอดจนการแยกทิ้งอย่างถูกวิธี ผ่านสถานี ฟู้ด เวสต์ “Food Waste Station” หรือจุดคัดแยกขยะเศษอาหาร และบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ประจำตามจุดต่าง ๆครอบคลุมทั่วทั้งงาน เพื่อความยั่งยืนเต็มรูปแบบ

และพลาดไม่ได้กับการรวมตัวของเหล่าเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง และได้รับการยอมรับ ไอรอนเชฟ – ท็อปเชฟ – มาสเตอร์เชฟ ผนึกกำลังสร้างสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษ แนว Zero-Waste Cookingและอาหารยั่งยืน Sustainable Food ประเภทต่าง ๆพร้อมเสิร์ฟความอร่อย ดีต่อคุณ ดีต่อไทย ดีต่อโลก อาทิ เชฟเทียน –เทียนชัย พีรพงศธร กับเมนู “ข้าวขาหมูด้ง” เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิค โดยใช้วัตถุดิบที่ส่งตรงจากฟาร์ม ปลูกและเลี้ยงโดยธรรมชาติ สนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เชฟสตังค์ – วสุรัตน์ แก้ววิชิต กับเมนู “ไก่ใต้น้ำ” โดยนำไก่จากฟาร์มปลอดสารพิษไปตุ๋นกับสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีประโยชน์ต่อร่างการ ช่วยบำรุงเลือด และสร้างภูมิคุ้มกัน รับรองว่าจะได้สารอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน เชฟไก่ – ธนัญญา กุลตั้งพานิช กับเมนู “ขนมจีนน้ำยากะทิใต้กรรเชียงปู” โดยรับซื้อปูจากชาวประมงพื้นบ้าน การันตีเลยว่า สด สะอาด ปลอดภัย ส่วนน้ำยากะทิใต้นั้นเลือกใช้สมุนไพรไทยพื้นบ้าน และผักออร์แกนิค ที่ส่งตรงจากฟาร์ม เป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย

เชฟพฤกษ์ – พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร กับเมนู “เสือเผ่น” เนื้อย่างหอม ๆ คลุกกับแจ่ว รับประทานพร้อมเครื่องเคียง และเนื้อวัวที่ใช้มาจากเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นที่ใช้วิธีการเลี้ยงแบบฟาร์มเปิด นอกจากจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเต็มที่ ยังเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนและโลกใบนี้อีกด้วย เชฟกิ๊ก –อารยา ศิริแวว กับเมนู “หมี่คลุกไก่ฉีก” เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเลือกใช้ไก่ออร์แกนิคที่มีคุณภาพดี ให้โปรตีนสูง ไขมันต่ำ มาในคอนเซ็ปต์ ซัสเทนอบิลิตี้ ในส่วนของ กู้ด เฮลธ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง ช่วยให้มีสุขภาพทีดี และ เชฟอ๊อฟ –ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ กับเมนู “ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องแต้จิ๋ว” มีให้เลือกหลากหลายสี หลากหลายรสชาติ มีทั้งเส้นที่ทำจากผัก ทำจากข้าว และทำจากไข่ และในส่วนของโปรตีนนั้นนำเนื้อหมูและเครื่องในส่วนเกินมาทำเป็นเครื่องของก๋วยเตี๋ยวหลอด ภายใต้คอนเซ็ปต์ซีโร่ เวสต์ เพื่อลดการสูญเสียอาหาร และเลือกใช้เครื่องปรุงโลว์ โซเดียม ดีต่อคนรักสุขภาพ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพรั่งพร้อมด้วยอาหารรสเลิศนานาชนิดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากร้านอาหารชั้นนำมากมายแบบครบครันทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ตั้งแต่อาหารว่างหรืออาหารรับประทานเล่น เครื่องจิ้ม ยำ ตำ แกง ต้ม ผัด คั่ว ทอด เผา ย่าง ไปจนถึงของหวาน กระจายอยู่ตามโซนต่าง ๆ ให้เลือกชิม ชอป ชิว อย่างเพลิดเพลิน
พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศและการตกแต่งพื้นที่สไตล์ไทยสตรีทฟู้ด ด้วยการจำลองสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมืองสำคัญของไทยมารวมไว้ในหนึ่งเดียว อีกทั้งยังนำวัสดุเหลือใช้และวัสดุรักษ์โลกอย่าง ขวดเหลือใช้ เสื่อเก่า ลังใส่วัตถุดิบ ไม้เสียบลูกชิ้น ฯลฯ มาใช้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่งพื้นที่อีกด้วย


นำเสนอภายใต้แนวคิด THAI STREET FOOD MUSEUM : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก ถนนสายที่รวบรวมแต่ของดี อาหารอร่อย ไว้มากมาย ซึ่ง “ดีต่อไทย” ทั้งในแง่ของอาหารที่สร้างสุขภาพที่ดีเพื่อคนไทย และการสนับสนุนความยั่งยืนในรูปแบบของ Street Food อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย รวมทั้ง “ดีต่อโลก” โดยจุดเล็ก ๆ ของทุกร้านค้าไทยสตรีทฟู้ดจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมิติความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อโลก
พิเศษ !!! พบการแสดงสุดพิเศษสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละโซน จากกลุ่มชาวบ้าน 2499วันละ 3 รอบเวลา 11.00 – 12.30 น., 15.00 – 16.30 น., และ 18.00 – 19.30 น. เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ สัปดาห์แรก ตั้งแต่ 29 ก.ย. 66 – 1 ต.ค. 66 และสัปดาห์ที่ 2 ตั้งแต่ 6 – 8 ต.ค. 66 เท่านั้น