ถือเป็นงานคอลแลบอเรชั่นที่เหนือความคาดหมาย เมื่อพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum) จับมือกับบริษัท Pokémon Company International ออกคอลเลคชั่นพิเศษให้เหล่าโปเกมอนยอดนิยมได้ไปโลดแล่นอยู่ในชิ้นงานมาสเตอร์พีซของแวนโก๊ะรวมทั้งหมด 6 อาร์ตเวิร์คด้วยกัน ได้แก่ ภาพพอร์เทรทของปิกาจู อีวี่ และโปเกมอนจิตรกร แต่ละตัวในลายเส้นเซลฟ์พอร์เทรทของแวนโก๊ะ, สนอร์แล็กซ์นอนกลิ้งอยู่ในภาพ The Bedroom, โปเกมอนอีกาบินอยู่ในทุ่งข้าวสาลี และโปเกมอนดอกทานตะวันไปแฝงตัวอยู่ในแจกันดอกทานตะวัน
แนวคิดหลักๆ คือการหยิบเอาป๊อปคัลเจอร์ของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับ Legacy ของแวนโก๊ะ เพราะขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ งานศิลปะแบบญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญที่แวนโก๊ะใช้สร้างสรรค์ผลงานของเขา ในวาระครบรอบ 50 ปี พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ จึงได้ถือโอกาส Reimage คอลเลคชั่นพิเศษนี้ออกมา และจะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ นับตั้งแต่ 29 กันยายน 2023 ไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2024 ซึ่งทันทีที่ประกาศ งานนี้ก็อยู่ในความสนใจของแฟนๆ เป็นอย่างมาก
แต่ดูเหมือนปัญหาใหญ่จะอยู่ที่สินค้าเมอร์เชนไดส์ที่ถูกนำไปขายต่อในราคาสูงเกินจริง โดยภาพในคอลเลคชั่นนี้ได้ถูกผลิตเป็นเมอร์เชนไดส์สำหรับขายในร้านของที่ระลึกในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงบนเว็บไซต์ Pokemon Center เช่น โปสการ์ดในราคาเริ่มต้นที่ใบละ 14.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 552 บาท รวมถึงกระเป๋า เสื้อยืด และภาพเข้ากรอบด้วย ซึ่งหลังจากวาง ขายได้เพียงวันเดียว สินค้าทั้งหมดก็ Sold Out ไปอย่างรวดเร็ว การ์ดรูปปิกาจูที่เป็นไอเทมแจกฟรีสำหรับคนที่เข้าชมนิทรรศการจนครบก็หมดลงแล้วเช่นกัน
และการขายหมดในเวลาอันรวดเร็วนี้เอง ทำให้นักสะสมและแฟนๆ ของทั้งแวนโก๊ะและโปเกมอนต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะในวันแรกที่เปิดขายเว็บไซต์ก็ขัดข้องทันที ที่พิพิธภัณฑ์ก็เต็มไปด้วยคนที่แห่เข้ามาซื้อเพื่อนำไปขายต่อ จนทำให้คนที่ตั้งใจจะซื้อเก็บจริงๆ ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ ล่าสุดนี้การ์ดปิกาจูได้ถูกนำไปขายต่อในราคาสูงถึง 1,700 ยูโร หรือกว่า 65,000 บาทเข้าไปแล้ว
ล่าสุดนี้ ทางบริษัท Pokémon Company International ได้ออกมาขอโทษเรื่องระบบที่ขัดข้อง และให้สัญญาว่าจะพยายามรีสต๊อกการ์ดปิกาจูให้เหมาะสมกับปริมาณความต้องการของนักสะสมต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนก็ยังตำหนิบริษัทที่จัดการระบบคัดกรองได้ไม่ดีพอ พร้อมทั้งตั้งคำถามว่างานใหญ่ขนาดนี้ บริษัทถึงไม่วางแผนล่วงหน้าและผลิตสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการ จนกลายเป็นว่าเมอร์เชนไดส์ไม่มีขายแล้วทั้งที่ตัวนิทรรศการยังจัดแสดงไปจนถึงต้นปีหน้า เรียกได้ว่าเป็นอีกครั้งที่สินค้ายอดฮิตต้องประสบปัญหานี้ ซึ่งต้องรอดูกันว่า Pokémon Company International จะจัดการเรื่องนี้ในภายหลังอย่างไรต่อไป หรือนี่อาจเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังแก้ไม่ตกไม่ว่าจะแวดวงไหนก็ตาม?
อ้างอิง https://www.vangoghmuseum.nl/en/van-gogh-museum-x-pokemon#online-lesson https://www.eurogamer.net/the-pokemon-company-apologises-for-the-disappointment-caused-by-scalpers-buying-up-all-of-its-van-gogh-items https://www.theverge.com/23896251/pokemon-van-gogh-pikachu-sold-out-scalping-promos https://news.italy24.press/trends/913752.html