หากมองเข้ามาที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอทีและสมาร์ทโฟน ที่มีมูลค่า 2.3 – 2.5 แสนล้านบาทแล้ว ในปีนี้คาดจะเติบโต 4-5% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะมีอนาคตสดใสจากการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเดินทางเข้ามามากขึ้นรวมทั้งนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเห็นผลได้ชัดเจน ช่วยให้เพิ่มกำลังซื้อให้คนไทยเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์เองก็ได้นำนวัตกรรมล่าสุด ตลอดจนการเปิดไลน์อัพสินค้าใหม่ๆ ที่สามารถตอบรับกระแสการใช้ชีวิตในยุคนี้ ผู้บริโภคเองก็มีความเข้าใจในเทคโนโลยีมากขึ้นและต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายและตอบสนองไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักอย่างชัดเจน
การเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจากมุมมองของ จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานห้างสรรพสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่มี “เพาเวอร์ มอลล์” ค้าปลีกโมเดิร์นเทรดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และสมาร์ทโฟน รายใหญ่ของบ้านเราถือว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยผู้บริหารของเดอะมอลล์ มองว่า การเติบโตของตลาดกำลังมุ่งมาที่สินค้าในกลุ่มที่เป็นพรีเมียม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่แบรนด์ใหญ่ๆ ให้น้ำหนักในการทำตลาดมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา

เขายกตัวอย่างให้เห็นว่า ปัจจุบัน ตลาดทีวีระดับพรีเมียมในบ้านเราอัพสเกลไปที่ทีวีที่มีขนาดจอ 70 นิ้วขึ้นไป ขณะที่ทีวี 55 นิ้วลงมากลายเป็นทีวีของตลาดแมสไปแล้ว โดยทีวีขนาด 70 นิ้วขึ้นไป มียอดขายถึง 50% ของยอดขายทั้งหมดที่ทำได้
“สิ่งสำคัญก็คือการพัฒนาตลาดร่วมกันของแบรนด์สินค้ากับผู้จัดจำหน่ายอย่างเพาเวอร์มอลล์ ทำให้สามารถเข้ามาเทรด อัพ หรือยกระดับการใช้ของผู้บริโภคไปสู่สินค้าระดับพรีเมียมมากขึ้น อย่างปัจจุบัน การซื้อตู้เย็นขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 2 ประตู กลายเป็นทิศทางที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดยยอดขาย 30 – 40 % กลายเป็นตู้เย็นไซส์ใหญ่ โดยปัจจุบันตู้เย็น 4 ประตู ราคาไม่ถึง 3 หมื่นบาท”
การยกระดับหรือเทรด อัพผู้บริโภคนั้น เป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทำมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยทำผ่านการทำเสนอสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาในตลาด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าใหม่ เพื่อทดแทนสินค้าที่มีอยู่เดิม โดย คุณจักรกฤษณ์ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า สินค้าในกลุ่มมือถือ ลูกค้าจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ในระยะเวลา 1 – 2 ปี ส่วนเครื่องซักผ้า และตู้เย็นจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ทุก 7 ปี ขณะที่เครื่องปรับอากาศจะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนรุ่นใหม่ประมาณ 4 – 5 ปี

สิ่งที่น่าสนใจก็คือตัวเลข Penetration Rate หรือการถือครองสินค้าเครื่องช้ไฟฟ้าของครัวเรือนในบ้านเรา แม้สินค้าบางกลุ่มอย่างเครื่องปรับอากาศจะมีตัวเลขการถือครองของครัวเรือนประมาณ 50% แต่การเติบโตส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับบนๆ ในบ้านเรามีการติดแอร์ในบ้านมากกว่า 1 เครื่อง ทำให้ตลาดเครื่องปรับอากาศของบ้านเรามีมูลค่าสูงถึงกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งคุณจักรกฤษณ์บอกว่า การเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมาจะมีสินค้าในกลุ่มเครื่องปรับอากาศเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากในปีนี้สภาพอากาศของบ้านเราค่อนข้างร้อน
“ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าเพาเวอร์ มอลล์ ยอดขายกลับมามีอัตราเติบโตในระดับกว่า 10% สูงกว่าตลาดทั่วไปที่อยู่ที่ประมาณ 4-5% และยอดขายกลับมาสูงกว่าในช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แล้ว โดยส่วนหนึ่งจะมาจากการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นการซื้อ อย่างล่าสุดกับการจัดงานน Power Mall Electronica Showcase ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 31 ตุลาคม 2566 ที่ POWER MALL ทุกสาขา รวมพื้นที่การจัดงานทั้งหมดมากกว่า 45,000 ตารางเมตร คาดว่า 34 วันที่จัดงานจะมียอดขายเติบโตจากปีที่ผ่านมา 15%”
ปัจจุบัน เพาเวอร์ มอลล์มีจำนวนสาขาทั้งหมด 10 สาขา การปรับกลยุทธ์ในเรื่องของสาขาเพื่อให้สอดรับกับทิศทางของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มุ่งไปพรีเมียมมากขึ้นนั้นจะมีการปรับโฉมเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขาบางกะปิ ซึ่งจะเปิดให้บริการได้เดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ และเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค จะเปิดให้บริการเดือน ธ.ค.นี้ โดยยกระดับให้เป็นสาขาในรูปแบบของ “เพาเวอร์ มอลล์ เมกา สโตร์”

การปรับโฉมในครั้งนี้จะมีการเพิ่มพื้นที่ขายจากเดิม 4,000 ตารางเมตร เป็น 5,500 ตารางเมตร ทำให้มีพื้นที่ขายของ 2 สาขา รวมเป็น 11,000 ตารางเมตร ลงทุนสาขาละ 700 ล้านบาท โดยสินค้าจะเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าไซส์ใหญ่ให้มากขึ้น สินค้านวัตกรรม และแบรนด์ดังๆ ระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยสินค้าบางกลุ่มที่เพิ่มเข้ามาจะเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้าใน 2 ย่านดังกล่าวอย่างการเพิ่มสินค้าในกลุ่มเครื่องล้างจานอัตโนมัติ ที่สาขาบางแค เป็นต้น
ผู้บริหารของเดอะมอลล์ บอกว่า ในอดีต ย่านบางแคและบางกะปิ ถือเป็นย่านชานเมืองของกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบัน ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกพัฒนาและยกระดับไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับการมาของขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้า ทำให้ต้องมีการปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยสินค้าที่วางขายในเพาเวอร์ มอลล์ สาขาพารากอนมีแบบไหน ทั้งเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิและบางแคก็จะมีแบบนั้น
“เรายังคงให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำในการเปิดตัวนวัตกรรมเป็นที่แรก และเพิ่มความหลากหลายของไลน์อัพสินค้าด้วยฟังก์ชั่นใหม่ๆ รุกชิงส่วนแบ่งตลาดในเซ็กเม้นต์ต่างๆ อย่างครบครัน รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่องตลอดในช่วงไตรมาส 4 แบบครบทุกมิติ, กระตุ้นกำลังซื้อผ่านช่องทางการจำหน่าย นอกเหนือจากในห้างฯ ผ่าน MONLINE.COM เพิ่มมากขึ้น”