อะไรคือเหตุผลหลักที่ผู้หญิงอาจได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชายในสาขาเดียวกันและได้รับการศึกษาเท่ากัน เรารู้สิ่งนี้ด้วยการวิจัยหลายทศวรรษของคลอเดีย โกลดิน ผู้เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์
โกลดิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กลายเป็นผู้หญิงคนที่สามที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ สิ่งพิมพ์ล่าสุดของเธอชื่อ "ทำไมผู้หญิงถึงชนะ" มุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์สิทธิสตรี โกลดินบอกกับวงในว่าการที่ผลงานวิจัยของเธอได้รับการยอมรับนั้นมีความสำคัญ “เพราะมันเกี่ยวกับทั้งผู้หญิงที่อยู่ในกำลังแรงงาน และเกี่ยวกับเพศและเศรษฐกิจ”
Goldin บอกกับสื่อ Insider ว่า การที่ผลงานวิจัยของเธอได้รั
บการยอมรับนั้นมีความสำคัญ
“เพราะมันเกี่ยวกับทั้งผู้หญิงที่อยู่ในวัยแรงงาน และ เกี่ยวกับเพศและเศรษฐกิจ”"นี่เป็น 2 ประเด็นที่เรารู้ว่า มีความสำคัญ และไม่ได้รับการพูดถึงมากพอ” Goldin กล่าว
งานวิจัยที่สำคัญที่สุดของ Goldin บางส่วนพูดถึง การขาดการเชื่อมต่อครั้งใหญ่
ในระบบเศรษฐกิจ ในประเด็นที่ว่า เหตุใดช่องว่างทางรายได้จึงยั
งคงมีอยู่ในประเทศที่มีรายได้สู
ง แม้ว่าผู้หญิงจะได้รับการศึ
กษาที่ดีกว่าผู้ชายและทำงานที่
ได้เทียบเท่ากันมากขึ้นก็ตาม
คำตอบที่ได้จากงานวิจัยของ Goldin คือ สิ่งที่เรียกว่า The motherhood penalty (โทษของการเป็นแม่)
Goldin ร่วมกับ Lawrence Katz และ Marianne Bertrand พบว่า ช่องว่างค่าจ้างมีน้อย เมื่อชายและหญิงเริ่มต้นอาชี
พในงานประเภทที่คล้ายคลึงกัน และมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน และความจริงแล้ว ในบางพื้นที่ในเมืองใหญ่ ผู้หญิง Gen Z และ ผู้หญิง Gen Millennial ยังมีรายได้มากกว่าผู้ชายอีกด้
วย
อย่างไรก็ตาม การวิจัยของ Goldin ที่ได้มีการวิเคราะห์ผู้สำเร็
จการศึกษาจากโรงเรียน MBA ชั้นนำ เป็นระยะเวลา 16 ปี พบว่า ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร MBA ที่เป็นผู้หญิงซึ่งมีลูก มีแนวโน้มที่จะมีประสบการณ์
การทำงานน้อยลง, มีการหยุดชะงักในอาชี
พการงานมากขึ้น และ มีรายได้ลดลง ซึ่งเรื่องเช่นนั้นไม่เกิดขึ้
นกับผู้ชาย
ตามที่คณะกรรมการโนเบลอธิบาย "ทันทีที่ลูกคนแรกมาถึง แนวโน้มก็เปลี่ยนไป รายได้ของผู้หญิงลดลงทันที และไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกั
นสำหรับผู้หญิงที่มีลูกเมื่อเที
ยบกับผู้ชาย แม้ว่าพวกเธอจะมีการศึกษาเท่ากั
น และมีความสามารถในวิชาชีพ เท่าเทียมกับผู้ชายก็ตาม"
โดยพื้นฐานแล้ว เมื่อผู้หญิงมีลูก ชั่วโมงทำงานลดลง และรายได้ก็ลดลง นั่นคือ Motherhood Penalty (โทษของการเป็นแม่ - เพราะเธอต้องดูแลลูก) แต่เมื่อผู้ชายมีลูก พวกเขามีแนวโน้มที่จะทำงานมากขึ้
นและทำเงินได้มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะได้รั
บประโยชน์จากค่าจ้างพิ
เศษในการเป็นพ่อ จากการวิจัยของ Pew Research ได้พบว่า ในปี 2022 ผู้หญิงอายุ 25 ถึง 34 ปีมีรายได้ 92% ของรายได้ของผู้
ชายในวัยเดียวกัน แต่ผู้หญิงอายุ 35 ถึง 44 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มอายุสูงสุดสำหรั
บการเป็นพ่อแม่ ทำเงินได้เพียง 83% ของรายได้ที่ผู้ชายวัยเดียวกั
นทำได้
นั่นเป็นช่องว่างที่จะติดตามผู้
หญิงไปตลอดอาชีพการงานของพวกเธอ แม้ว่าลูก ๆ ของพวกเธอจะโตขึ้นก็ตาม Goldin และนักเศรษฐศาสตร์ Sari Pekkala Kerr และ Claudia Olivetti ยังค้นพบว่า ผู้หญิงจะทำงานได้มากขึ้นเมื่
อลูก ๆ จบจากโรงเรียนมัธยมปลาย พวกเธอมีเวลาทำงานมากขึ้น และ "บทลงโทษของการเป็นแม่ (Motherhood Penalty)" ของพวกเธอก็ลดน้อยลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่
าพวกเธอจะมีรายได้สมน้ำสมเนื้
อกับรายได้ของผู้ชาย
Kerr นักเศรษฐศาสตร์จาก Wellesley College ผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับดังกล่
าวกับ Goldin เกี่ยวกับ “Parental gender gap (ช่องว่างระหว่างเพศของพ่อแม่)” บอกกับสื่อ Insider ว่า “เมื่อถึงเวลาที่ผู้หญิงอายุเข้
าสู่วัยห้าสิบกลาง ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีการศึ
กษาระดับวิทยาลัย พวกเธอไม่สามารถสร้างรายได้เที
ยบเท่ากับผลประโยชน์มหาศาล ที่ผู้ชายเพศพ่อทำได้
ในตลาดแรงงาน” Kerr ยังกล่าวว่า "ช่องว่างระหว่างเพศระหว่างพ่
อแม่นั้นใหญ่เกินไป (The gender gap is just way too large between parents)"
ในทางเศรษฐศาสตร์ การที่ Goldin ได้รับรางวัลโนเบล หมายถึงยอมรับงานที่เธอทำอยู่ นอกจากนี้ยังหมายความว่า ขณะนี้ คำถามเกี่ยวกับช่องว่างการจ่
ายเงินระหว่างผู้หญิงและผู้
ชายที่มีลูก "ได้รับการยอมรับอย่างเป็
นทางการว่าเป็นคำถามใหญ่ที่เป็
นกุญแจสำคัญ" ในทางเศรษฐศาสตร์
“ขณะนี้มีคนจำนวนมากที่ทำการวิจัยเรื่องนี้ (สิทธิ์ความเท่าเทียมของหญิงชายที่มีลูก) และฉันคิดว่าสิ่งนี้หมายความว่า พวกเขาจะเห็นว่ามันสำคัญและได้รับการยอมรับ” Goldin กล่าว
Cr : INSIDER
Source