2 ปีแรกของวิกฤติ COVID-19 ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดูแลสุขภาพ จนเกิดเป็นเทรนด์ใหม่อย่าง RPM หรือ Remote Patient Management ที่หลายบ้านมีการหาซื้ออุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่จำเป็นไปดูแลตัวเองที่บ้าน อาทิ เครื่องวัดอุณหภูมิ, เครื่องวัดความดัน และใช้วิธีปรึกษาหมอผ่านหน้าจอ เพราะอุปสรรคในเรื่องของการเดินทางและการรักษาระยะห่าง
ข้อมูลของออมรอน เอเชีย แปซิฟิก พบว่าตลาดมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นถึง 30%
อรุชา พรหมยานนท์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ สิงคโปร์ กล่าวว่าช่วง COVID-19 ผลิตภัณฑ์ของออมรอนขายดีขึ้นมาก เพราะตอนนั้นไม่ใช่คนที่ป่วยความดันอย่างเดียวหาซื้ออุปกรณ์ประเภทเครื่องวัดความดันไปไว้ที่บ้าน แต่คนทั่วไปก็หาซื้อด้วย เนื่องจากผู้ป่วยเป็นโรคความดันสูง คือหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงของผู้ป่วย COVID-19 ที่จะมีอาการรุนแรง
แต่พบว่าในยุค Post COVID-19 ตลาดอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการตรวจเฝ้าระวังอาการและการดูแลรักษาสุขภาพที่บ้านมีตัวเลขการเติบโตที่ลดลงอย่างชัดเจน
“ตอนแรกเราก็มองว่าในปีนี้ตลาดน่าจะยังโตเท่าเดิม แต่ความจริงคนอั้นการใช้จ่ายมานาน เลยไปจ่ายอย่างอื่นแทนก่อน พอไปใช้จ่ายส่วนอื่นมากขึ้น ตลาดก็ลดลง เราทำการบ้านเยอะมาก หน้าที่ของเราคือต้องสร้างความตระหนักของคนทั่วไปให้มากขึ้น เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้คนคลายกังวลแต่ COVID-19 และมีโรคอื่นๆ มาเพิ่ม”
ในมุมมองของอรุชา เขาเชื่อว่าในปัจจุบันคนไทยการตระหนักรู้เชิงสุขภาพเยอะขึ้นมาก ถึงขั้นรับรู้หมดแล้ว แต่ที่ไปถึงระดับ Action นั้นค่อนข้างยาก จึงจำเป็นต้องกระตุ้นผ่านการให้ความรู้จากแพทย์เกี่ยวกับพิษภัยของโรคความดันโลหิตสูง เพราะเครื่องวัดความดันในบ้านตอนนี้ แพทย์ยอมรับแล้วว่าช่วยลดความเสี่ยงได้ เพราะการตรวจพบเจอได้เร็วก็มีโอกาสรักษาได้ก่อน
“กลุ่มที่เราคุยกัน ในเมืองจะ Active สูงกว่า คนรอบนอกก็รับรู้หมดแล้ว แต่คนเมืองจะมีกำลังซื้อมากกว่า ส่วนคนนอกเมืองใช้วิธีการไปวัดที่ศูนย์แพทย์ชุมชน เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนกลุ่มนี้ เราก็พยายามที่จะเพิ่มการทำงานให้เจ้าหน้าที่ไปวัดที่บ้านเลย ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางในการป้องกันโรคเช่นกัน”

ล่าสุด ออมรอน เฮลธแคร์ ประเทศไทย ได้มีการทำโซลูชั่นประเมินคำนวณความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Risk Calculator) บนเว็บไซต์ซึ่งเป็นเครื่องมือออนไลน์ที่คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองรายบุคคลโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์โครงการส่งเสริมสุขภาพผ่านแบบประเมินความเสี่ยงเกิดจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองกว่า 300 คนจาก 102 ประเทศ
แบบประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ถูกนำเสนอบนเว็บไซต์ของออมรอนเฮลธแคร์ ภายใต้แคมเปญ “Sleeves Up, Stroke Risk Down” เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการเฝ้าสังเกตระดับความดันโลหิตและช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง เครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง และส่งเสริมให้ทำการตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองของตนเองได้ในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า
การศึกษาของออมรอน (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงตุลาคม 2565) พบว่าการตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้านเป็นประจำสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้ถึง 54% โครงการนี้ยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และสอดรับต่อแคมเปญ World Stroke Day ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ทั่วโลกถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกัน และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะโรครุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคนทั่วโลก ซึ่งมักนำไปสู่ผลเสียที่ร้ายแรงในภายหลัง โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นเมื่อการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองเกิดการติดขัดส่งผลให้เซลล์สมองตาย โดยอาจมีสาเหตุจากการอุดตันของหลอดเลือด (หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน) หรือการแตกของหลอดเลือด (ภาวะหลอดเลือดสมองแตก)

โดยรายงานล่าสุดของ Lancet Commission ระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองอาจคร่าชีวิตผู้คนกว่า10 ล้านคนต่อปีภายในปี 2593 โดยเพิ่มขึ้น 50% ในอีก 30 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ยังแนะนำให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมปัจจัยการใช้ชีวิตอื่น ๆ เช่นความดันโลหิตสูงเนื่องจากความพิการหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองมีผลกระทบต่อสุขภาพที่หนักหนาสาหัสมาก การไปพบแพทย์อย่างทันท่วงทันทีจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพราะการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถลดความเสียหายต่อสมองและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้มากขึ้น
สำหรับประเทศไทยโรคหลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิต และความพิการ ข้อมูลล่าสุดของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เผยถึงแนวโน้มที่น่าวิตกกังวลถึงอุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดสมองที่สูงขึ้นจาก 278.49 ต่อประชากรแสนคนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 330.72 ต่อประชากรแสนคนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในปี 2565
ความชุกของโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในประเทศไทยยังคงมีระดับค่อนข้างคงที่ที่ประมาณ 4% ตั้งแต่ปี 2557 - 2561 ซึ่งรายงานของ Statista ในปี 2564 ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงประมาณ 2.3 พันต่อประชากรแสนคนหรือคิดเป็นประมาณ 12.3 ล้านคน
“ดังที่เรามักพูดกันบ่อย ๆ ว่า One small squeeze a day keeps the BIG stroke away เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างมากระหว่างการใช้ชีวิตความดันโลหิตสูง และความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง การวัดความดันโลหิตที่บ้านและการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและการดูแลค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ยูซุเกะ คาโตะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ปัจจุบันสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ดูแลสุขภาพทั่วโลกนั้นมีมูลค่าประมาณ 3.3 พันล้านบาท หรือ 140 พันล้านเย็น สำหรับในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ประเทศที่มีขนาดตลาดใหญ่ที่สุด คือ เวียดนาม รองลงมาคือ อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย และประเทศไทย