นับวันเคาท์ดาวน์การเปิดอิเกียแห่งที่ 4 ในไทย ณ บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าดิ เอ็มสเฟียร์ อย่างเป็นทางการ วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “City-Centre Store” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม. ของอิเกีย สุขุมวิท ซิตี้ สโตร์ มาพร้อมสินค้า 8,254 รายการ โดยกว่า 4,000 รายการที่สามารถช้อปและนำกลับบ้านได้เลย
ซึ่งสาขาที่ 4 จะมีความแตกต่างจากพี่ๆ 3 สาขาแรกอย่างไร วันนี้ BrandAgeOnline จะพาทุกคนไปค้นหา คำตอบกัน

นอกจากความต่างข้างต้น การมาครั้งนี้ของอิเกียมุ่งตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทางให้ชาวกรุง ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ อิเกีย สุขุมวิท พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่ง่ายขึ้นด้วยระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ BTS พร้อมพงษ์ และยังใกล้กับ MRT สุขุมวิท อีกด้วย เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ในการช่วยให้ชีวิตผู้คนทั่วโลกดีขึ้นทุกวัน ด้วยการตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนเมืองด้วยโซลูชั่นการตกแต่งบ้านที่ครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตหลากหลาย ด้วยสินค้าที่มีให้เลือกมากมายถึง 8,254 รายการ โดยกว่า 4,000 รายการ สามารถช้อปและนำกลับบ้านได้เลย
โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่
1) โชว์รูม (Showroom) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับวิถีชีวิตของชาวเมือง
2) มาร์เก็ตฮอลล์ (Market Hall) ที่มีสินค้ากว่า 3,000 รายการให้เลือกช้อป ครบครันในทุกประเภท เช่นเดียวกับที่อิเกีย บางนา และบางใหญ่
3) คลังสินค้าบริการตัวเอง (Self-Serv) ที่มีสินค้าที่ซื้อและนำกลับได้เลยกว่า 300 รายการ พร้อมมุมสินค้าตามสภาพ (as-is corner)
4) ร้านอาหารอิเกีย (IKEA Restaurant) อีกหนึ่งมุมไฮไลท์ที่โอบล้อมด้วยวิวของสวนเบญจสิริในมุมกว้างและพร้อมให้บริการถึง 530 ที่นั่งแก่ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลายกับบรรยากาศความร่มรื่นใจกลางเมือง ขณะดื่มด่ำไปกับเมนูอาหารสวีเดนมื้อโปรด โดยจะมี 3 เมนูใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับช่วงเปิดอิเกีย สุขุมวิท อีกด้วย
ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า “แนวคิดซิตี้สโตร์ของ อิเกียเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2560 และถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายการเติบโตของบริษัทในระดับโลก สำหรับ “อิเกีย สุขุมวิท” ซิตี้สโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มุ่งอำนวยสะดวกแก่ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใจกลางเมือง ด้วยการเดินทางที่ง่ายขึ้น พร้อมประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เต็มรูปแบบตามแบบฉบับของอิเกีย ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูม มาร์เก็ตฮอลล์ คลังสินค้าบริการตัวเอง ร้านอาหารอิเกีย รวมถึงมุมอาหารและขนมสวีเดน เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อความสำเร็จตลอด 12 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย ด้วยการทำให้แบรนด์ของเราใกล้ชิดกับคนเมืองมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งออนไลน์ และนำเสนอบริการเพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยรอบในขณะเดียวกัน”
ไม่เพียงเท่านั้น อิเกียสาขา 4 แห่งนี้ยังสร้างโอกาสในการทำงานที่ส่งเสริมความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมให้แก่ทีมงานกว่า 180 คน และความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนโดยรอบสู่ความยั่งยืน โดยการเปิดตัวซิตี้สโตร์แห่งแรกในประเทศไทยครั้งนี้ยังเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกครั้งสำคัญ ด้วยการผสานประสบการณ์ช้อปปิ้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น และการนำเสนอบริการที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพิ่มขึ้น สังเกตได้จากบริการส่งสินค้าถึงบ้านในวันเดียว (Same-day Delivery) ด้วยรถพลังงานไฟฟ้าที่ให้บริการอยู่ภายในรัศมี 8 กิโลเมตร สำหรับสินค้าที่มีอยู่ในสโตร์และลูกค้าเดินทางมาช้อปด้วยตัวเอง โดยมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 129 บาท นอกจากนี้ ยังมีการ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรวดเร็วให้กับลูกค้า กับบริการเช็กเอาท์ด้วยตัวเองที่มีช่องให้บริการมากถึง 16 ช่อง ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคดิจิทัล
ศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย สุขุมวิท กล่าวทิ้งท้ายว่า “เรายังได้เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ AURTIENDE/ ออเทียนเด ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เพื่อฉลองการเปิดตัวสโตร์อิเกียแห่งที่ 4 ในไทย ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ ‘City-Centre Store’ ในครั้งนี้ด้วย”