เดอะมอลล์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ บางแค เปิดให้บริการแก่คนไทยมายาวนานถึง 29 ปี แน่นอนว่าเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ย่อมมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย สังเกตได้จากลักษณะประชากรของย่านบางกะปิและบางแค พบว่า มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของศูนย์การค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว นำมาซึ่งพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไป

คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนและของโลก ประกอบกับยุทธศาสตร์ในการปักหมุดย่านการค้าสำคัญ และวางเป้าหมายในการพัฒนาย่านการค้า ไม่ใช่เพียงพัฒนาโครงการศูนย์การค้า”
เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงเดินหน้าดำเนินการให้สอดรับการขยายตัวและยกระดับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เปิดตัวเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางกะปิ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแคโฉมใหม่ ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางความมหัศจรรย์แห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุดของย่านทั้งสอง
การปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่นี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ลงทุนการรีโนเวททั้ง 2 สาขาไปในมูลค่าราว 30,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 700,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสาขาบางกะปิ 350,000 ตารางเมตร และสาขาบางแค 350,000 ตารางเมตร โดยได้นำนวัตกรรมมาผสมผสานการตกแต่งที่ทันสมัยระหว่างเทคโนโลยีกับธรรมชาติ ให้เป็นมากกว่าห้างสรรพสินค้า และสร้างให้เป็นพื้นที่แห่งใหม่สำหรับคนเมืองตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนทุกยุคทุกวัย พร้อมเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมเพื่อความบันเทิงในทุกๆ ช่วงเวลา ภายใต้แนวคิด A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ได้วาง Positioning การปรับภาพลักษณ์ครั้งใหม่นี้เป็น CAPITAL OF LIFE WONDERS” มหัศจรรย์ มหาศาล มหานครแห่งใหม่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และบางแค โดยเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิจะเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแคจะแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยการคัดสรรสิ่งอํานวยความสะดวกที่ทันสมัย มอบประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ให้กับลูกค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งความสุข ด้วยความมหัศจรรย์ของประสบการณ์การช้อปปิ้งที่หลากหลาย และบรรยากาศการช้อปปิ้งที่นำนวัตกรรม เทคโนโลยี การตกแต่งที่ทันสมัยมาผสมผสานเข้ากับธรรมชาติ เพื่อสร้างให้เป็นพื้นที่ที่มากกว่าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ความสุขสำหรับคนเมือง หรือ “CAPITAL OF LIFE WONDERS” ด้วย ‘มหัศจรรย์ความสุข’ (7 LIFE WONDERS) ที่มอบให้กับทุกครอบครัว ทุกไลฟ์สไตล์”

โดยส่งต่อมิติใหม่แห่งความสุข ด้วยความมหัศจรรย์ 7 LIFE WONDERS ผ่านพันธมิตรกว่า 2,000 แบรนด์ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า เช่น โรงภาพยนตร์ BANGKAPI CINEPLEX พร้อม IMAX WITH LASER, MEGA HARBORLAND, FITNESS FIRST ที่น่าสนใจคือ ทั้ง 2 สาขามีสัดส่วนของร้านอาหารถึง 35% เนื่องจากสังเกตพบว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมการรับประทานที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจมีเหตุมาตั้งแต่ช่วง COVID-19 ผู้คนต้องอาศัยอยู่ในบ้านรับประทานอาหารในบ้านจนเกิดอาการซ้ำจำเจ ผนวกกับการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารทำให้มีผู้เล่นในวงการนี้มากขึ้น ขณะเดียวกันทางฝั่งผู้บริโภคก็อยากลองเปิดประสบการณ์ทาน อาหารใหม่ๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ยกร้านอาหารชั้นนำชื่อดังมาสู่คนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตก อาทิ ทองสมิทธิ์, Wisdom International Buffet, Sushiro และร้านอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าในส่วนของไลฟ์สไตล์และบิวตี้จากทั่วทุกมุมโลกเข้ามา ได้แก่ DON DON DONKI, NITORI, Urban Revivo มากมายเข้ามาเสริมทัพ เพื่อให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
ซึ่งการเติมร้านค้าเหล่านี้เข้ามา เดอะมอลล์ กรุ๊ปหวังว่าจะสามารถเพิ่มฐานลูกค้าเจนเนอเรชั่นใหม่ได้เนื่องจากเล็งเห็นว่าทางสาขาบางกะปิมีที่ตั้งอยู่ใกล้สถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยและโรงเรียน คนที่มาเดินศูนย์การค้าก็จะเป็นกลุ่มเพื่อน เด็กนักเรียนนักศึกษา ร้านค้ากลุ่มบิวตี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นคนกลุ่มดังกล่าวยังชอบนักแสดง ดารา หรือนักร้อง ฉะนั้นการจัดอีเวนท์ในสาขาดังกล่าวมักจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งมีในส่วนของการรีโนเวท MCC HALL มาตอบโจทย์พฤติกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ การนำเสนอพื้นที่ใหม่ตอบโจทย์อย่างครบครันและสามารถสร้างความสุขให้กับทุกช่วงวัยเข้ามาเสริมสร้างกลไกทางการตลาดให้ตรงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงดูดคนมาใช้บริการต่อปีได้ 25 ล้านต่อคนต่อสาขา 2 สาขารวมกันกว่า 50 ล้านคน และแน่นอนว่าการดึงผู้คนออกมาใช้ชีวิตจะนำมาซึ่งการดึงเม็ดเงินให้เข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้น การปรับภาพลักษณ์ครั้งใหม่นี้ไม่เพียงในแง่ของ Building หรือพื้นที่ของศูนย์การค้าเท่านั้น ในแง่การบริการและการสร้างประสบการณ์ก็เป็นสิ่งที่เดอะมอลล์ กรุ๊ปคำนึงถึงเช่นกัน
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าโลกหมุนเวียนมาสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนในปัจจุบันให้เปลี่ยนไป เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้มีการดำเนินการดึงเครื่องมือทางการตลาดที่สอดรับกับพฤติกรรมของคนในปัจจุบันและเป็นนวัตกรรมในการจับจ่ายใช้สอยผ่าน CRM Loyalty Platform อย่าง M CARD OMNI-APP ก็ถือเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่สำคัญทางการตลาดในการสร้าง Repeat Purchase และความถี่ในการมาห้างฯ พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความรักใน Brand ให้กับเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ในขณะเดียวกันยังมีการนําเสนอ M Benefits ที่เพิ่มความคุ้มค่าให้กับการช้อปปิ้งของลูกค้า โดยปัจจุบันมีฐานสมาชิกมากกว่า 5.3 ล้านราย มีคะแนนหมุนเวียนมากกว่า 10,000 ล้านคะแนนต่อปี อีกทั้งยังดึงนวัตกรรม มาเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดให้กับพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 490 ร้านค้า ผ่านบริการ Loyalty Platform พร้อมเปิดตัว M Business เพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมให้กับลูกค้ายุคดิจิทัล ด้วยบัตรเดียวครบสำหรับทุกสิ่ง ทั้งช้อป กิน เที่ยว และสามารถสะสมคะแนน M Point เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ พร้อมแลกคะแนน M Point เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการช้อปปิ้งในห้างฯ ศูนย์การค้า และทางออนไลน์บน Monline.com หรือ gourmetmarketthailand.com และพบกับครั้งแรกของการนำ AR INDOOR NAVIGATION มาใช้ในธุรกิจรีเทล สามารถค้นหาร้านค้าในศูนย์ฯ พร้อมทราบถึงสิทธิประโยชน์ของแต่ละร้านฯ ผ่านหน้าจอมือถือ เพื่อสร้างประสบการณ์การ ช้อปปิ้งให้สะดวกสบายกับ Technology สุดล้ำนี้

สุดท้ายนี้ ในวาระพิเศษครั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ปจึงจัดโปรโมชั่นครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีส่งมอบความมหัศจรรย์ มหาศาล ที่มหานครแห่งใหม่ ฉลองโฉมใหม่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทั้ง 2 สาขา รวมมูลค่าทั้งหมด 1,000 ล้านบาท ซึ่งโปรโมชั่นนี้มีตั้งแต่การลุ้นรับรางวัลจาก Lucky Draw, รถยนต์, M Point รวมไปถึงส่วนลดในการซื้อสินค้าในร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้า พร้อมกันกับการฉลองให้กับความมหัศจรรย์ มหาศาล ที่มหานครแห่งใหม่ในทั้ง 2 มุมเมือง โดยฝั่งตะวันออก-เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2565 และฉลองต่อเนื่องที่ฝั่งตะวันตก-เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ในช่วงต้นปี 2567 ตระการตาด้วยโชว์แสงสีเสียงและโปรดักชั่นระดับโลก และการแสดงจากศิลปินระดับเอเชียซุปตาร์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CAPITAL OF LIFE WONDERS มหัศจรรย์ มหาศาล มหานครแห่งใหม่” รวมถึงยังมีศิลปินและนักแสดงไทยอีกมากมายมาร่วมส่งมอบความสุขความสนุกสนานอีกด้วย

คุณอัญชลี พัฒนอนันต์สุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม Leasing & Property บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึง ภาพรวมของแนวคิดแฟลกชิฟสโตร์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทิ้งท้ายว่า “โครงการเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแคจะเป็นมหานครแห่งใหม่ที่เป็นศูนย์กลางความมหัศจรรย์แห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก”