สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเบื้องต้นในเรื่องเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์นั้น อันดับแรกเลยก็คือเรื่องของ Differentiation ที่ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะที่แข่งขันกันเรื่องราคาเป็นหลัก หรือที่เรียกว่าหลีกเลี่ยงการเป็นสินค้า Commodity
ขณะที่เรื่องที่ 2 นั้น ต้องหาตัว Brand Energizer ให้เจอ เพื่อที่จะอัดพลังให้กับแบรนด์ให้โดดเด่นจำง่าย ไม่น่าเบื่อ เช่น การชูจุดเด่น เสริมจุดเร้า เช่น กรณีโรงแรม Westin ชูเตียงมาเป็นจุดขายที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจและได้ผล ด้วยคำว่า “Heavenly Bed” ชูว่าโรงแรมให้ความสำคัญกับเตียงที่สุด นอนสบายที่สุด นับว่าเป็นตัวอย่างของตัวที่ส่งพลังให้แบรนด์หรือ Brand Energizer ที่เร้าผู้บริโภคได้และยังสร้าง Differentiation ได้ในคำสั้นๆ เท่านี้
และเรื่องที่ 3 คือเรื่องของการสร้าง Relevance หรือความเกี่ยวโยงในภาพลักษณ์ว่าเมื่อได้ยินชื่อแบรนด์เราแล้ว เราอยากให้ผู้บริโภคนึกถึงอะไรต่อไป
แน่นอนว่า เมื่อทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า จะตามมาด้วยการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ที่ถูกบรรจงสร้างขึ้น
อย่างเรื่องของการขยาย Line Extensions หรือการขยายสายผลิตภัณฑ์ ซึ่งหมายถึงแบรนด์ที่มุ่งพัฒนาในแบรนด์เดิม และผลิตภัณฑ์เดิมเป็น Single Brand เป็นการขยายแบรนด์ด้านลึก (Brand Depth) ที่เป็นการเพิ่มรายการสินค้าใหม่ (SKU) ในผลิตภัณฑ์เดิม ภายใต้แบรนด์เดิม จุดขายหลักเดิม
เช่น การเพิ่มรสใหม่ กลิ่นใหม่ (New Flavor) ส่วนผสมใหม่ (New Formula) ขนาดใหม่ (New Size) บรรจุภัณฑ์ใหม่ (New Packaging) ลักษณะของผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Form) หรือช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ (New Channel) เป็นต้น
Brand Extensions การขยายตราผลิตภัณฑ์ หมายถึงแบรนด์ที่มุ่งพัฒนาแบรนด์เดิม และเพิ่มประเภทของผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งการมีมาสเตอร์แบรนด์ที่แข็งแกร่งนี้สามารถนำมาต่อยอดเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้

ยิ่งเมื่อสามาถเชื่อมโยงมาสู่ตัวเจ้าของแบรนด์ได้ก็สามารถที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้จากการเพิ่ม New Brand หรือ แบรนด์ใหม่ การสร้างแบรนด์ใหม่ที่บางครั้งแบรนด์ที่มีอยู่เดิมในพอร์ตอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ หรือเข้าถึงความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดและไลฟ์สไตล์ของตัวผู้บริโภคเอง
กรณีของแบรนด์แฟชั่นอย่าง JASPAL (ยัสปาล) คือหนึ่งในภาพสะท้อนที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่กล่าวข้างต้น
JASPAL เป็นแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยของบริษัท บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ที่สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักของคนไทยมาอย่างยาวนาน ล่าสุดมีการขยายไลน์ของสินค้าเข้ามาเล่นในตลาด Home & Lifestyle ซึ่งเป็นการขยายไลน์สินค้าบนดีเอ็นเอของการเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ของยัสปาลที่สามารถสร้างโอกาสในตลาดใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว
วิเศษ สิงห์สัจจเทศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ JASPAL บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) บอกว่า แบรนด์ JASPAL เป็นแฟชั่นแบรนด์แรกของบริษัทที่อยู่เคียงคู่กับคนไทย โดยตลอดมา JASPAL ได้สร้างปรากฏการณ์ทางแฟชั่นครั้งสำคัญมากมาย ทั้งการเปิดตัวคอลลาบอเรชั่นกับนักแสดง ศิลปิน หรือแบรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อส่งมอบสินค้าแฟชั่นที่อินเทรนด์ มีคุณภาพดี ดีไซน์โดดเด่น ตอบโจทย์เหล่าผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นมาอย่างไม่หยุดนิ่ง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ถูกส่งออกมาก็คือการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ มาสู่สินค้าในกลุ่ม Home & Lifestyle โดยได้เริ่มวางผ่าน JASPAL แฟลกชิพสโตร์ที่เปิดในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แฟลกชิพสโตร์แห่งนี้เป็นร้านรูปแบบใหม่แห่งแรกที่มีเป็นการต่อยอดจากแบรนด์แฟชั่น JASPAL เข้าสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยมีโซน JASPAL Home & Lifestyle บนพื้นที่รวม 60 ตารางเมตร วางจำหน่ายสินค้าประเภทของตกแต่งบ้าน อาทิ แก้วน้ำ ของใช้บนโต๊ะอาหาร ชุดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน แจกัน โคมไฟ และเชิงเทียน เป็นต้น
JASPAL Home & Lifestyle ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของการออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการและมีดีไซน์ที่น่าจับต้อง ผ่านคอนเซ็ปต์การออกแบบสินค้าที่เป็นการผสมผสานความคลาลสิกเข้ากับดีไซน์ที่ร่วมสมัย ซึ่งมีกลิ่นอายเสน่ห์สไตล์อิตาเลียน แต่เพิ่มไอเดียที่ให้ลูกค้าสามารถสนุกกับการแต่งบ้านได้เหมือนกับการสนุกกับแฟชั่น คือการผสมผสานกันระหว่างไอเทมที่มีความคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับไอเทมที่กำลังอินเทรนด์ได้อย่างลงตัว
ภายในโซน JASPAL Home & Lifestyle แบ่งสินค้าออกเป็น 2 คอลเลคชั่น คือ 1.Neutral Chic คอลเลคชั่นของแต่งบ้านที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานความคลาสสิกและเสน่ห์ของงานออกแบบร่วมสมัยเข้าด้วยกัน ถ่ายทอดผ่านผิวสัมผัสที่ละเอียดอ่อน ลวดลายและแพทเทิร์นการจัดวางลวดลาย สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกสุขุมสงบ ในโทนสีที่คลาสสิกเป็นอมตะ และ
2.Fun Pop คอลเลคชั่นที่สะท้อนถึงความสนุก สดใส และมีเสน่ห์ของความเท่ในแบบของ JASPAL ตีความผ่านชุดสี ที่มีความเด่นชัด ผสมผสานเข้ากับองค์ประกอบของรูปทรงเลขาคณิตและแพทเทิร์นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็น Mid-Century
JASPAL แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้จะเป็นอีก Touchpoint สำคัญในการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะในมุมของการส่งมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้า โดยทางแบรนด์ได้ร่วมงานกับทีมออกแบบชื่อดังจากมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อเนรมิตพื้นที่ร้านรวมกว่า 460 ตารางเมตรใหม่ทั้งหมด ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของ JASPAL แฟลกชิพสโตร์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่มีไอเทมแฟชั่นครบครันมากที่สุด พร้อมต้อนรับลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โดยร้านได้ออกแบบขึ้นด้วยการนำเอาเอกลักษณ์ของงานออกแบบสไตล์อิตาเลียนช่วงทศวรรษที่ 70-80 และ Space Age Culture มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบทั้งในส่วนของการวางพื้นที่แบบเรขาคณิต โคมไฟโอเวอร์ไซส์สไตล์โมเดิร์นที่อยู่บริเวณกลางของร้าน หรือเคาน์เตอร์โลหะขนาดใหญ่มาใช้ในการตกแต่ง เพิ่มเติมความสดใหม่และภาพลักษณ์ที่ดูร่วมสมัยให้กับการตกแต่งภายในอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น พื้นทางเดินภายในร้านยังคงถูกจัดวางด้วยกระเบื้องที่รังสรรค์จากวัสดุธรรมชาติที่ผสานเข้ากับกระเบื้องและเซรามิกขัดเงาผ่านฝีมือของช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์ พร้อมกรรมวิธีการสร้างสรรค์แบบทำมือทั้งหมด ผ่านเฉดสีที่เป็นมิตรอย่างสีเบจ สีนู้ด และสีเขียวมินต์ที่เป็นเฉดสีพิเศษเฉพาะของ JASPAL แฟลกชิพสโตร์แห่งนี้ ที่สอดแทรกอยู่ในบางมุมของร้านเพื่อยกระดับความน่าสนใจและความแปลกใหม่ให้กับบรรยากาศในร้าน นับเป็นการผสมผสานเสน่ห์ของความเป็นอิตาเลียนดีไซน์ และไทยคราฟต์แมนชิพผ่านมุมมองของความร่วมสมัยและอัตลักษณ์แห่งความหรูหราได้อย่างลงตัวที่สุด
JASPAL ถือเป็นแบรนด์เรือธงที่มีรายได้จากการขายเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มบริษัทยัสปาล โดย 6 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้จากการขาย 1,027 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของรายได้จากการขายของทั้งกลุ่มบริษัท (รวมธุรกิจสินค้าแฟชั่นและธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน) มีสาขาในประเทศไทยจำนวน 50 สาขา และเมื่อเดือนเมษายน 2566 ได้เปิดสาขาที่ประเทศกัมพูชาจำนวน 1 สาขา
ขณะที่การขยายไลน์เข้ามาเล่นในตลาด Home & Lifestyle ในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางยอดนิยมของสินค้าในกลุ่มแฟชั่น แบรนด์ ที่อาศัยการมีดีเอ็นเอของแบรนด์ที่แข็งแกร่งในเรื่องของความเป็นแฟชั่น มาสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ตัวเอง
“JASPAL แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของเราที่ได้สร้างสรรค์ร้านรูปแบบใหม่ที่สง่างาม มีสินค้าครบครันทั้งแฟชั่นไอเทม รวมไปถึง JASPAL Home & Lifestyle ธุรกิจที่ต่อยอดใหม่ขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ระดับเวิลด์คลาส และตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ JASPAL ในฐานะแบรนด์หลักของยัสปาล กรุ๊ปอย่างแท้จริง”