หลังจากเป็น Talk of the Town เมื่อครั้งแถลงข่าวเปิดตัวเตรียมสร้าง “วัน แบงค็อก” อภิมหาโปรเจคมูลค่า 1.2 แสนล้านใจกลางเมือง บนพื้นที่ 108 ไร่ ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าฯ ที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง โรงแรมระดับลักซ์ชัวร์รีและไลฟ์สไตล์ ล่าสุดยังคงสร้างความฮือฮาอีกครั้งกับปรากฏการณ์ทุบสถิติ Presales ยอดจองอาคารสำนักงาน สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ของผู้เช่าที่มองหาอาคารสำนักงานคุณภาพสูง ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินเสร็จสิ้นตรงตามแผนการก่อสร้างที่วางไว้
คุณทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า อาคารสำนักงานเป็นอีกหัวใจสำคัญของโครงการฯ โดยในเฟสแรกจะเปิดให้บริการอาคารสำนักงาน 3 อาคาร จากทั้งหมด 5 อาคาร หลังจากประเดิมเปิดให้เช่าอาคารแรกบนพื้นที่ 95,000 ตารางเมตร จำนวน 50 ชั้น ได้เพียง 1 ปี กวาดยอดจองทะลุเป้ากว่า 50% คาดว่าจะสามารถปิดยอดจองได้ถึง 80% ภายในไตรมาส 2 ของปี 2567

ความสนใจของบริษัททั้งในและต่างประเทศที่มองหาอาคารสำนักงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากจำนวนผู้เช่าหลังเปิดให้เข้ามาชมและเลือกจองอาคารสำนักงานแห่งที่ 2 พื้นที่เช่ารวมกว่า 97,000 ตารางเมตร จำนวน 48 ชั้น ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 เพียง 1 เดือนสามารถทำยอดจอง 10% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 55% ภายในไตรมาส 2 ของปี 2567 เช่นกัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือได้ว่าทุบประวัติศาสตร์ Prelease ทั้งก่อนและหลังโควิด ในขณะที่อาคารสำนักงานแห่งที่ 3 พื้นที่เช่ารวม 97,000 ตารางเมตร จำนวน 35 ชั้น ก็พร้อมเปิดจองเป็นที่เรียบร้อย โดยผู้เช่าที่เข้ามาจองส่วนใหญ่กว่า 80% มาจากองค์กรระดับโลกในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทหลักทรัพย์ สำนักงานกฎหมาย ผู้ให้บริการด้านความบันเทิง ธนาคารต่างประเทศ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลก อาทิ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI Securities (Thailand)), บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด (Baker McKenzie, Ltd.), และ เอสเตลอเดอร์ คอมพานีส์ (Estee Lauder Companies) เป็นต้น

คุณทัตยากรณ์ยังกล่าวว่า ความโดดเด่นของวัน แบงค็อก ไม่ได้เพียงตั้งอยู่ใจกลางเมือง (The Heart of Bangkok) เท่านั้น ทว่าการใช้ “หัวใจ” ทำงาน ทำให้โครงการมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะอาคารสำนักงานที่เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ของการทำงานแห่งโลกอนาคต หรือ Future Workplace ที่นอกจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้เช่าในอาคารแล้ว ยังยกระดับคุณภาพชีวิตให้ทุกคนแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความผูกพันขององค์กรสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างคุณค่าให้ทั้งผู้เช่าและคนที่เข้ามาใช้ชีวิตในโครงการได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทีมงานผ่านการทำการบ้านอย่างหนัก ใช้ความชำนาญและประสบการณ์ธุรกิจอาคารสำนักงานที่มีทั้งหมดในการออกแบบตัวอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนนำมาตรฐานระดับสากลเข้ามาไว้ในโครงการ เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มคนทำงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงผู้เช่าที่เป็นบริษัทต่างชาติ วัน แบงค็อก จึงตอบโจทย์ทั้งในด้านกายภาพ เช่น มาตรฐานการก่อสร้าง การออกแบบเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด เน้นการใช้พื้นที่ร่วมกัน และเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี กระตุ้นให้เกิดพลัง และสร้างสมดุลให้กับพนักงานในองค์กร

ด้วยพื้นที่โครงการขนาดใหญ่กว่า 108 ไร่ วัน แบงค็อกจึงมีความเป็น District หรือเมืองขนาดย่อมที่มีความครบครันในทุกมิติ ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานอัจฉริยะที่ครบครัน ศูนย์การค้าที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองผสานคุณค่าการใช้ชีวิตเหนือระดับ โรงแรมระดับลักซ์ชัวร์รีและไลฟ์สไตล์ที่ให้บริการอันมีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งเดียว ศูนย์แสดงนิทรรศการและจัดกิจกรรมระดับโลก แหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตในทุกวัน พร้อมกับบริเวณพื้นที่สีเขียว และพื้นสาธารณะเปิดโล่งถึง 50 ไร่ ตลอดจนการเป็นเมืองอัจฉริยะที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยในส่วนกลุ่มอาคารสำนักงานซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ มีการออกแบบให้แต่ละอาคารมีคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันไป ทั้งฟลอร์เลย์เอาท์และการออกแบบรองรับลักษณะเฉพาะตัวของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี อาทิ อาคารแรกที่เปิดตัวสู่ตลาดไปเน้น Professional Service เช่น สำนักงานกฎหมาย สำนักงานที่ปรึกษา และธนาคาร เป็นต้น ส่วนอาคารสอง ที่เพิ่งเปิดจองไปจะเน้นความแอคทีฟ เหมาะกับกลุ่มธุรกิจ FMCG เอเจนซี่โฆษณา และเทคคอมพะนี ในขณะที่อาคารสามจะเป็นฟลอร์เพลทที่ใหญ่ที่สุด ชั้นหนึ่งมีขนาดมากกว่า 3,500-3,700 ตารางเมตร รองรับบริษัทที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานพรีเมียมเช่นเดียวกัน
สำหรับทำเลที่ตั้งบริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับพระราม 4 ซึ่งถือว่าอยู่ใจกลางเมือง ได้มีบริษัทที่ปรึกษาเพื่อวางแผนการจัดการจราจรทั้งภายในและโดยรอบโครงการ นำมาซึ่งการออกแบบรูปแบบการเดินทางที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี พร้อมมีทางเข้าออกรอบโครงการถึง 6 จุด ซึ่งรวมถึงทางเชื่อมตัดตรงเข้าสู่ทางด่วนซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย พร้อม Shuttle Bus รับส่งผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเพลินจิต
คุณทัตยากรณ์ กล่าวต่อว่า วัน แบงค็อก วาง Benchmark โครงการเทียบเท่าระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลัก ได้แก่

New Standard of Sustainable Development ในฐานะโครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชนที่มุ่งมั่นสร้างจุดเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อม และตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero ในปี 2050 วัน แบงค็อก จึงให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นอย่างมาก เป็นโครงการแรกของไทยที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน LEED for Neighbourhood Development ระดับ Platinum ซึ่งเป็นระดับสูงสุดและยังเป็นโครงการแรกในไทยที่มีรูปแบบการเช่าพื้นที่สำนักงานแบบ Green Lease โดยผู้ให้เช่า และผู้เช่าพื้นที่ร่วมกันกำหนดเป้าหมายและแนวทางปฎิบัติด้านความยั่งยืน เช่น การแยกขยะ การนำขยะอาหารมาทำปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินใช้ปลูกต้นไม้ภายในโครงการและแจกจ่ายให้ชุมชนใกล้เคียง รวมถึงทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำมาคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตได้ด้วย เป็นต้น

Enhanced Quality of Life for Perfect Balance ด้วยความตั้งใจให้ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในโครงการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี วัน แบงค็อก จึงมุ่งสู่มาตรฐานรับรองอาคาร WELL ระดับ Platinum ตัวอาคารสำนักงานออกแบบให้มีกระจกฉนวนกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้กว่า 75% โดยที่แสงธรรมชาติยังสามารถส่องเข้ามาได้ มีการติดตั้งระบบระบายอากาศประสิทธิภาพสูงที่สามารถดึงอากาศจากภายนอกเข้าสู่อาคารสูงกว่ามาตรฐานสากลถึง 30% โดยนำมาผ่านแผ่นกรองอากาศระดับพรีเมียมพร้อมฉายรังสียูวีฆ่าเชื้อโรค เพื่อให้คนในอาคารได้อากาศบริสุทธิ์และสะอาดหมุนเวียนในอาคารมากขึ้น นอกจากนั้น โครงการฯยังออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวกว่า 50 ไร่ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโครงการ และมีทางเดินปกคลุมด้วยร่มไม้กว่า 5 กิโลเมตร และพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะสาธารณะและความคิดสร้างสรรค์ โดยรอบโครงการกว่า 2 กิโลเมตร (Art Loop) ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนอีกด้วย

Best-in-Class Smart Technology เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเป็นกลุ่มอาคารสำนักงานแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน WiredScore Platinum และ SmartScore Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของ WiredScore นอกจากนี้ยังมี District Command Center หรือศูนย์ควบคุมการสั่งการที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดเพื่อตรวจสอบระบบต่างๆ ภายในอาคาร พร้อมดาต้าเซ็นเตอร์ไว้คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เช่า ทั้งยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ด้วยเซ็นเซอร์มากกว่า 250,000 ตัว และกล้องวงจรปิดอีก 5,000 ตัว ที่เชื่อมโยงซูเปอร์แอปฯ ที่รวมหลากหลายบริการเข้าไว้ด้วยกัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้อาคารอย่างครบครัน เช่น การเข้าออกอาคาร การสำรองที่จอดรถ ระบบค้นหาตำแหน่งรถ (Find My Car) ระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง
“เรายังได้จัดเตรียมให้บริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เช่าทุกรายว่าจะได้รับบริการที่ดีโดยเท่าเทียมกัน รวมถึงเน้นการสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เช่าสามารถสร้างหรือต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่าน Networking ที่เกิดขึ้นภายในโครงการ และยังเป็น “คอมมูนิตี้” ที่แข็งแรงและจุดประกายไอเดียใหม่ สร้างแรงบันดาลใจตอบโจทย์ชีวิต และเป้าหมายขององค์กรอย่างยั่งยืน” คุณทัตยากรณ์กล่าวเสริม
ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของอาคารสำนักงานภายในโครงการ วัน แบงค็อก ที่ยึดเอา “หัวใจ” ของผู้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาโครงการ สมกับที่เป็น The Heart of Bangkok อย่างแท้จริง