เคยนั่งเก้าอี้ทำงานแล้วรู้สึกปวดหลังบ้างไหม? หรือบางทีอยากลองปรับผังออฟฟิศใหม่ จากที่เคยล้อมโต๊ะคุยกันตลอดเวลา แต่พอถึงจุดนึงก็พบว่าแยกกันทำจะเสร็จเร็วกว่า (แหงสิ) แต่พอจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ทั้งเซ็ต ทั้งโต๊ะ ทั้งเก้าอี้ ก็เจอปัญหาใหญ่ เพราะราคามันไม่ใช่ถูก ๆ
นี่คือจุดเล็ก ๆ ในโลกการทำงานที่สะท้อนปัญหาองค์กร คือความต้องการที่เปลี่ยนตลอดเวลา แต่สินทรัพย์ที่ลงทุนไปอย่างเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศกลับเปลี่ยนไม่ทันนี่สิ พูดง่าย ๆ คือซื้อแล้วก็จบ จะเปลี่ยนใหม่ก็ต้องลงทุนก้อนใหญ่ ทำให้หลายบริษัทเลือกทนใช้ไป ทั้งที่รู้ว่าไม่ตอบโจทย์
ตรงนี้เองที่ทำให้ One Bangkok x CHANINTR เปิดตัวพื้นที่สำนักงานยุคใหม่ ‘Twenty & Above’ ที่ Tower 4 ของ One Bangkok โผล่ขึ้นมาในฐานะ game changer ของวงการพื้นที่สำนักงานเมืองไทย
จุดที่โดดเด่นจากออฟฟิศทั่วไปก็คือ ‘โมเดลเช่าเฟอร์นิเจอร์’ สามารถเลือกเซ็ตเฟอร์นิเจอร์แรกเข้าได้ ถ้าใช้งานแล้วไม่เวิร์ค ก็ปรับเปลี่ยนได้ความต้องการ โดยไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ เมื่อกดเครื่องคิดเลขเฉลี่ยราคาต่อพื้นที่แล้ว ตกตารางเมตรละ 280 บาทเท่านั้น (ที่ One Bangkok เริ่มที่ 121 ตารางเมตร)

“เราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าแต่ละองค์กรมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่และความยืดหยุ่นในการจัดวางฟังก์ชัน บรรยากาศการทำงานที่ต้องการ รวมถึงงบประมาณที่ตั้งไว้ เราจึงได้ร่วมมือกับ ชนินทร์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ “Twenty & Above” ตอบโจทย์เทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพของพื้นที่ทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง” ทัตยากรณ์ เบญจภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายอาคารสำนักงาน โครงการ วัน แบงค็อก กล่าว

จะเห็นได้ว่า Twenty & Above เข้ามาแก้ pain point บริษัทเล็ก ๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่น ไปจนถึงองค์กรใหญ่ที่อยากทดลองรูปแบบออฟฟิศใหม่ ๆ โดยไม่ต้องจมทุนกับการซื้อเฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่ เช่น เลือกเช่าเป็น portion เล็ก ๆ แค่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์จาก CHANINTR จึงเคลื่อนย้ายสะดวก มีล้อ สามารถสลับ layout ได้ทันที เช่น จากพื้นที่คาเฟ่ที่เป็นทั้ง coffee bar และ receptionist สามารถเปลี่ยนเป็น town hall ได้ในพริบตา นั่นเท่ากับว่าพร้อมเข้าใช้งานได้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ไม่ต้องรอเป็นปี ๆ กว่าจะได้ย้ายออฟฟิศ เพราะแค่เลือกห้อง เลือกเฟอร์ฯ ย้ายเฟอร์ฯเข้า ก็เป็นอันว่าจบ
ที่มากไปกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกในไทยที่โมเดลเช่าเฟอร์นิเจอร์ของ CHANINTR ถูกนำมาใช้กับอาคารสำนักงาน ผ่านความร่วมมือกับ One Bangkok ขณะที่ในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติมานานแล้ว
ชนินทร์ สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชนินทร์ ลิฟวิ่ง จำกัด กล่าวว่า “เราหวังว่าพื้นที่แห่งนี้จะทำให้องค์กรยุคใหม่เห็นว่าการลงทุนในพื้นที่ทำงานให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง นอกจากจะสะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัท ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและส่งเสริมสุขภาพของพนักงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

นอกจากนี้ คุณชนินทร์ ยังเล่าต่อว่า จริง ๆ แล้ว CHANINTR เคยเปิดบริการเช่าเฟอร์นิเจอร์มาก่อน โดยเฉพาะช่วงโควิดที่มีความต้องการเก้าอี้ทำงานคุณภาพสูงสำหรับ Work From Home แต่การร่วมมือครั้งนี้กับ One Bangkok คือก้าวกระโดดสำคัญ เพราะเป็นการขยายจากการ “เช่าเฟอร์นิเจอร์แบบ B2C” สู่การ “เช่าโซลูชันสำนักงาน สำหรับลูกค้า B2B”
สิ่งที่ทำให้ Twenty & Above น่าสนใจไม่ใช่แค่เพราะ facility ของ One Bangkok ที่เป็น mixed-use ระดับโลก มีออฟฟิศ พื้นที่รีเทล โรงแรม และที่อยู่อาศัยเชื่อมกันครบ แต่คือการที่ CHANINTR ซึ่งเป็นผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์พรีเมียม เข้ามาเป็นพันธมิตร ทำให้คุณภาพและดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่ “ใช้ได้” แต่เป็น “ใช้แล้วเปลี่ยนวิธีการทำงานได้เลย”
โดย Twenty & Above ถูกออกแบบเป็น 3 โซนหลัก ๆ ที่สะท้อนวิธีทำงานยุคใหม่ได้ครบถ้วน ได้แก่
- Zone A ที่เน้นความสง่า สุขุม และทรงพลังของพื้นที่รับรองและห้องประชุม ผ่านเฟอร์นิเจอร์ไอคอนิกระดับโลก เช่น Herman Miller และ Knoll เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำขององค์กร
- Zone B ที่ตอบโจทย์ Hybrid Work ด้วยเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่จัดวางยืดหยุ่น เหมาะกับการทำงานทั้งเดี่ยวและกลุ่ม โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ในเครือ MillerKnoll เช่น Herman Miller, NaughtOne และ Muuto ที่ออกแบบเพื่อทั้ง productivity และ well-being
- Zone C ที่เป็นสำนักงานแบบเปิดโล่ง (Open Floorplan) รองรับการปรับเปลี่ยน layout และฟังก์ชันได้หลากหลาย เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตร
สิ่งที่ Twenty & Above สะท้อนให้เห็นจึงไม่ใช่แค่การเกิดขึ้นของบริการใหม่ แต่คือ การเปลี่ยนมุมมองต่อเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนซื้อ แต่สามารถเป็นบริการที่หมุนเวียนได้เหมือน subscription อื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน และด้วยบริบทของ One Bangkok ที่เป็น Mixed-use Complex ระดับโลก บวกกับแบรนด์พรีเมียมของ CHANINTR ทำให้โมเดลนี้ถูกยกระดับจาก “บริการเสริม” ไปสู่ “อนาคตของการทำงาน” ที่จับต้องได้จริง