บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce เดินหน้ากลยุทธ์ Unlock Value ปลดล็อกศักยภาพทุกธุรกิจของอาร์เอส กรุ๊ป ผ่านโครงสร้างใหม่ใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ RS Music, RS Multimedia & Entertainment, RS LiveWell และ RS pet all โดยยังคงมุ่งมั่นเป็น “Life Enriching” สำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกับการยกระดับการทำงานในแต่ละธุรกิจให้มีความคล่องตัวสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การปั้น S-Curves ใหม่ ภายใต้การบริหารของ 4 หญิงเก่งมากประสบการณ์ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปตามเป้าหมายที่ 4,400 ล้านบาท ในปี 2567
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา อาร์เอส กรุ๊ป มีการขยาย Ecosystem ทั้งธุรกิจมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนท์และธุรกิจคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรโดยมุ่งมั่นในการยกระดับทุกมิติการใช้ชีวิตของลูกค้าผ่านทุกธุรกิจในเครือ ที่ผ่านมา เรามีการปรับโครงสร้างการทำงานในทุกธุรกิจให้มีความคล่องตัวขึ้น รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจในหลากหลายรูปแบบตามลักษณะเฉพาะของแต่ละธุรกิจในปีนี้ เราเดินหน้าการทำงานภายใต้โครงสร้างใหม่ที่ชัดเจนขึ้นด้วยการปรับกลยุทธ์ของแต่ละธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ ตอกย้ำให้เห็นว่า อาร์เอส กรุ๊ป เป็นองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่การเป็น ‘Life Enriching’ ที่ไม่ใช่แค่การเติมเต็มความสุขและความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์และบริการเท่านั้น แต่ยังต้องการ ‘ยกระดับในทุกมิติการใช้ชีวิต’ ของลูกค้าภายใต้โครงสร้างองค์กรใหม่ ผ่าน4 กลุ่มธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง”
ทั้งนี้ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
- RS Musicประกอบด้วย 4 ค่ายเพลง ได้แก่ BRIQ ENTERTAINMENT, RSIAM, COOL MusicและFASHคอมมูนิตี้สำหรับแฟนเพลง ได้แก่ kamikazeและ RS Friends, สถานีเพลง COOLfahrenheit, RS Showbiz และจัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย (TCC)ภายใต้การบริหารของ นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ที่พร้อมจะนำกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ที่มาจากหลากหลายช่องทาง เพื่อนำ RS Music เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2568 รวมไปถึงความร่วมมือกับ ยูนิเวอร์แซลมิวสิค กรุ๊ป ที่จะขยายฐานรายได้จัดเก็บลิขสิทธิ์จากช่องทางดิจิทัล ทั้งแพลตฟอร์มสตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย รวมถึงเดินหน้าสร้างการเติบโตร่วมกันกับพันธมิตรทุกค่ายเพลงชั้นนำ เพื่อเป็นการยกระดับวงการเพลงในทุกๆ ด้านรวมถึงเปิดโอกาสไปตลาดต่างประเทศ
- RS Multimedia & Entertainment ปรับโครงสร้างใหม่ที่ข้ามขีดจำกัดของดิจิทัล ทีวีแบบไม่จำกัดแพลตฟอร์มและตลาดในประเทศเท่านั้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสความร่วมมือจากพันธมิตรในหลากหลายรูปแบบ ที่ไม่เพียงแค่ผลิตรายการและกิจกรรมเพื่อช่อง 8แต่ยังขยายสู่ธุรกิจอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ในธุรกิจใหม่ๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ RS Broadcastธุรกิจที่ผลิตคอนเทนต์หลากหลายทั้ง รายการข่าว, ซีรีส์, วาไรตี้ และกีฬา ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 8,RSDGออนไลน์Entertainmerceเต็มรูปแบบตอบโจทย์ความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ทั้งคอนเทนต์, คอมเมิร์ซและคอมมูนิตี้ของกลุ่มNew Gen, RS MultiX-Entertainment promoter ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ความสนุก ความหลากหลาย เพื่อทุกไลฟ์สไตล์ในโลกของประสบการณ์ความบันเทิงที่ไร้พรมแดนและRose Studio ธุรกิจที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ ละคร และซีรีส์ เพื่อเผยแพร่ผ่านทางทีวีดิจิทัลและแพลตฟอร์ม OTT นำทีมบริหารโดย นางสาวนงลักษณ์ งามโรจน์
- RS LiveWellเป็น Product Company ที่มีความโดดเด่นแตกต่างด้วยแพลตฟอร์มขายสินค้าของตนเองที่ครบทุกทัชพอยท์โดยมีสินค้า House Brands ประกอบไปด้วยแบรนด์well u, vitanature+, DARING & CO., aviance, Beyonde, iFresh, HappieHomieและ Erbและจำหน่ายสินค้าทั้งหมดผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง RS Mallซึ่งมีทั้งออนแอร์, ออนไลน์ และเทเลเซลล์ และ ULifeที่การขายสินค้ารูปแบบ Subscription Model รวมไปถึงการจำหน่ายสินค้าผ่านดิจิทัลทีวีพันธมิตร อาทิ Workpoint TV – Amarin TV – ไทยรัฐ TV และยังมีช่องทางอื่นๆ เช่น ร้านโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต และออนไลน์ มาร์เก็ตเพลส ภายใต้การบริหารงานของ นางสาววรัญญาราชพลสิทธิ์ ที่จะยกระดับการสร้างแบรนด์และขยายสู่ช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ จึงนับเป็นปีแห่งการ synergy จากผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มช่องทางการขายที่แข็งแกร่งทั้งกลุ่มอาร์เอสรวมศูนย์ภายใต้ RS LiveWell เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ Commerce ecosystem โดยใช้ทรัพยากรภายในกลุ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเต็มที่ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า ขยายฐานลูกค้า และนำไปสู่การสร้างรายได้ที่เติบโตมากขึ้น
- RS pet all ธุรกิจครบวงจรสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แบ่งเป็น 3 ธุรกิจย่อย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Lifemate, HATOVETERINARY SELECT และ Jungle Monster Thailand นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเซอร์วิสภายใต้แบรนด์ HATO Pet Wellness Center และโรงพยาบาลสัตว์ HATO และธุรกิจรีเทลช็อป ภายใต้แบรนด์PET ALL MY LOVE นำทีมบริหารโดย สุชาดา ธีรวชิรกุล ซึ่งในปีนี้ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ให้ติดตามทั้งการขยายสาขา PET ALL MY LOVE ให้ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การสร้างโรงพยาบาลสัตว์ และเพิ่มสาขา ของ HATO Pet Wellness Center ด้วย ขณะที่ Lifemate ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 3 มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมจากผู้บริโภค จนสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมาย

ด้าน วิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน เผยว่า “ในปีที่ผ่านมา เป็นปีแห่งการสร้างความแข็งแกร่งให้แต่ละธุรกิจ เติมเต็ม Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์ ทั้งการปรับผังข่าวครั้งใหญ่ของ ‘สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8’ด้วยการดึง “พุทธ อภิวรรณ” นั่งแท่นผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าว พร้อมทำรายการใหม่ “ลุยชนข่าว” ส่งผลให้เรตติ้งช่อง 8 กลับมาคึกคักอีกครั้ง การจัดตั้งกิจการร่วมค้า ‘อะครอสเดอะ ยูนิเวิร์ส’ (ACROSS THE UNIVERSE JOINT VENTURE) กับ GRAMMY Music (แกรมมี่ มิวสิค) ในการร่วมกันจัดคอนเสิร์ตGRAMMY RS รวม 3 คอนเสิร์ต ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับพาร์ทเนอร์ค่ายเพลงชั้นนำอันดับหนึ่งของโลกอย่าง ยูนิเวอร์แซลมิวสิค กรุ๊ป เพื่อบริหารลิขสิทธิ์เพลงร่วมกันซึ่งเป็นการกลับมารุกธุรกิจเพลงของ อาร์เอส อย่างจริงจังอีกครั้ง การเข้าลงทุนใน บริษัท ฮาโตะเพ็ทเวลเนส เซ็นเตอร์ จำกัด (Hato Pet Wellness Center) เพื่อเติมเต็ม Ecosystem ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นรวมไปถึงการเปิด PET ALL MY LOVE เพ็ทรีเทลสาขาแรก ที่ครบครันด้วยสินค้าสัตว์เลี้ยงของแท้จากทั่วโลก ส่งท้ายปลายปีด้วยการเข้าลงทุนในบริษัท เอิบเอเชีย จำกัด หรือ Erbแบรนด์เครื่องหอมและสกินแคร์อันดับต้นๆ ของไทย ในสัดส่วน 60% นอกจากนี้ เรายังประสบความสำเร็จในการนำ เชฎฐ์ เอเชีย เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงต้นปี 66 ที่ผ่านมาสำหรับในปีนี้ อาร์เอส กรุ๊ป จะดึงศักยภาพของแต่ละธุรกิจมาสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามกลยุทธ์ Unlock Valueด้วยการบริหารการขายทุกสื่อโฆษณาให้มารวมศูนย์อยู่ภายใต้สายงานการตลาดและขายสื่อโฆษณา (Media sales and Marketing) ซึ่งคาดว่าจะผลักดันรายได้ปี 2567 ให้ไปสู่เป้าหมายที่ 4,400 ล้านบาทโดยมาจากธุรกิจมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนท์ 2,350 ล้านบาท และจากธุรกิจคอมเมิร์ซ 2,050 ล้านบาท”

“เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการบริหารงานในปีนี้ อาร์เอส กรุ๊ป จะโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนท์และกลุ่มธุรกิจคอมเมิร์ซ ที่มีช่องทางการขายเป็นของตนเองโดยผู้บริหารทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ จะดึงศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละกลุ่มธุรกิจมาต่อยอด จับมือกันเพื่อสร้างแต้มต่อให้กับอาร์เอส ทั้งนี้ ผู้บริหารจะรับผิดชอบและมีบทบาทหน้าที่ในการกำหนดเป้าหมายเชิงลึก และเพิ่มศักยภาพในการบริหารทีมงานอย่างอิสระ ซึ่งเป็นการสร้างความคล่องตัวและเพิ่มความยืดหยุ่นในการไปสู่เป้าหมายขององค์กร ภายใต้กลยุทธ์ที่กว้างและหลากหลาย ส่งเสริมให้โมเดล Entertainmerceเติบโตแข็งแกร่งขึ้นทั้งในแนวตั้งและแนวราบ”
สุรชัย กล่าวปิดท้าย
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ อาร์เอส กรุ๊ป ได้ทาง
www.rs.co.thและ
https://www.facebook.com/RSGROUPOFFICIAL