อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของโลกก็คือไลฟ์สไตล์แบรนด์ เริ่มรุกเข้ามายังตลาดอสังหาฯ มากขึ้น โดยที่ผ่านมาทั่วโลกมีการเปิดตัว Branded Residences ไปแล้วถึง 180 เมืองใน 64 ประเทศ ถ้านับจำนวนก็มีมากกว่า 75,000 โครงการ
จุดเด่นของ Branded Residences ก็คือเป็นการหยิบเอามูลค่าของแบรนด์ไลฟ์สไตล์มาผนวกกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์อสังหาฯ จึงทำให้ราคาขายของห้องสูงกว่าอสังหาฯ ทั่วไปถึง 20% ซึ่งที่ผ่านมาตลาด Branded Residences ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการเติบโตถึง 216%
ล่าสุด Standard International แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกในธุรกิจไลฟ์สไตล์โฮเต็ล ซึ่งในประเทศไทยก็มีเปิดให้บริการอยู่ 2 แห่ง คือ The Standard, Bangkok Mahanakhon และ The Standard, Hua Hin ได้มีการจับมือกับ 2 ดีเวลลอปเปอร์ยักษ์ใหญ่ คือแสนสิริ และซีจี แคปปิตอล เปิดตัวโครงการ The Standard Residences, Hua Hin และ The Standard Residences, Phuket Bang Tao
ที่ผ่านมา The Standard ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าเป็น Taste Maker เพราะเป็นแบรนด์ที่สร้างรสนิยมการท่องเที่ยวและเดินทางใหม่ๆ จนกลายเป็นโรงแรมที่โดดเด่นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จุดแข็งของ The Standard คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้เข้าพักด้วยบุคลิกที่สนุกสนาน ขี้เล่น รวมถึงการให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถันทั้งการออกแบบ และการบริการ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ The Standard ในฐานะผู้บุกเบิกในธุรกิจโรงแรมที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านห้องพัก การท่องเที่ยว อาหาร และความสนุกยามค่ำคืน
รวมถึงการเปิดประสบการณ์กับกิจกรรมหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นโชว์ การจัดวางชิ้นงานศิลปะ อาหารมื้อพิเศษ ไลฟ์มิวสิกหรือดีเจชั้นนำระดับโลก เอ-ลิสต์ปาร์ตี้ ฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ ไปจนถึงการเปิดตัวแบรนด์สินค้า ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้ The Standard พิเศษและไม่เหมือนใคร

Amar Lalvani ประธานกรรมการบริหาร Standard International กล่าวว่า บริษัททำธุรกิจโรงแรม The Standard และใช้เวลาถึง 25 ปีในการสร้างเอกลักษณ์ ตัวตน และการฉีกกฎเกณฑ์ของมาตรฐานโรงแรมแบบเดิมๆ เปิดตัวโรงแรมแห่งแรกในฮอลลีวู้ด รวมทั้งปักหมุดเปิดให้บริการในทำเลสำคัญทั่วโลก ดังนั้นเราจึงหวงแหนแบรนด์ The Standard มากๆ และจะทำ Co-brand กับหน่วยงานที่ต้องการจริงๆ
Amar Lalvani ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการ Branded Residences ที่ได้ทำการเปิดขายไปแล้วมีทั้งหมด 2 โครงการ ได้แก่ The Standard Residences, Midtown Miami โดยมีจำนวนทั้งหมด 228 ยูนิต เป็นตึก 12 ชั้น โดยมีราคาขายเริ่มต้นตารางเมตรละ 450,000 บาท และมียอดขายแล้วกว่า 85% มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2568 ส่วน The Standard Residences, Lisbon มีจำนวนทั้งหมด 32 ยูนิต แบ่งเป็น 3 ตึก โดยมีราคาขายเริ่มต้นตารางเมตรละ 350,000 บาท และมียอดขายแล้วกว่า 91% มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2567 และทั้ง 2 โครงการมีราคาขายสูงกว่าโครงการอื่น ๆ ในตลาดเดียวกันกว่า 20%

มาที่รายละเอียดของโครงการในเมืองไทย
เริ่มจากที่หัวหิน…
The Standard Residences, Hua Hin มีมูลค่าโครงการรวม 4,500 ล้านบาท และเป็น Beachfront Randed Residences ภายใต้แบรนด์ The Standard แห่งแรกในเอเชีย มีจำนวน 245 ยูนิตบนพื้นที่ขนาด 9 ไร่ เริ่มตั้งแต่ 1 ห้องนอน ขนาด 40-65 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน ขนาด 77-120 ตารางเมตร, 3 ห้องนอน ขนาด 107-153 ตารางเมตร และ Beachfront Pool Villa สุด Rare ขนาด 220 ตารางเมตร ที่ราคาน่าจะทะลุเพดาน 100 ล้านบาท 2 ยูนิต
อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริพัฒนาโครงการรีสอร์ทคอนโดมิเนียมในหัวหินมาแล้วจำนวนรวม 25 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 31,000 ล้านบาท โดย 22 โครงการปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากความเชื่อมั่นในคุณภาพแบรนด์ โครงการคุณภาพสูง มาพร้อมมาตรฐานการออกแบบดีไซน์ที่โดดเด่นพร้อมฟังก์ชั่นตลอดจนบริการดูแลหลังการขายที่ สร้าง Value-added ให้กับลูกค้าที่อยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า
“หัวหินมีพื้นที่ที่สามารถพัฒนาโครงการ Beachfront แค่เพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งที่ดินก็แพงและหายากขึ้นเรื่อยๆ แสนสิริยกให้หัวหินเป็นหนึ่งใน Strategic Location สำคัญ เพราะหัวหินเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจสูง เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ส่งผลให้ดีมานด์ที่อยู่อาศัย Resort Home เป็นบ้านหลังที่ 2 มากขึ้น ทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและเพื่อการลงทุนของชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานจากโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่กำลังพัฒนา ด้านระบบคมนาคม รวมถึงการผลักดันของภาครัฐให้หัวหินเป็น World Class City of Relaxation ศูนย์กลางด้าน Wellness และ Medical Tourism Hub ประกอบกับมีการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคหลักทั้งการขยายสนามบินเพื่อรองรับไพรเวทเจ็ทของนักท่องเที่ยวกลุ่มลักชัวรี่และการตั้งเป้าให้หัวหินเป็นสมาร์ทซิตี้ที่มีความทันสมัยและปลอดภัย
Branded Residences เป็นหนึ่งรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จับกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายเกือบทุกรูปแบบรวมถึงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนทั้งในลักษณะการปล่อยเช่า และการขายต่อในอนาคต จากการดูแลบริหารจัดการโดยแบรนด์โรงแรมมาตรฐานระดับโลก”

ส่วนรายละเอียดของโครงการ The Standard Residences, Phuket Bang Tao นั้นตั้งอยู่ในย่านที่เป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ของภูเก็ต อย่างย่านบางเทา โดยอยู่ใกล้กับ Phuket Lifestyle Hub 3 นาที ใกล้หาดบางเทา 5 นาทีซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 25 นาทีและเดินทางไปเมืองเก่าภูเก็ตเพียงแค่ 30 นาที
พื้นที่ของโครงการทั้งหมดมีขนาด 19 ไร่โดยแบ่งเป็น 3 โปรเจ็กต์ เริ่มจาก The Standard Residences, Phuket Bang Tao ที่มีขนาด 12 ไร่ และ The Peri Hotel Phuket Bang Tao รวมถึง F&B Concept ใหม่ล่าสุดจากThe Standard ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันอีก 7 ไร่ ทั้งนี้ตัวโครงการ Branded Residences ประกอบด้วยอาคาร 7 ชั้น รวมแล้ว 6 อาคาร มีจำนวนห้องทั้งหมด 188 ยูนิต โดยออกแบบให้เป็นห้องตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์เริ่มตั้งแต่ 1 ห้องนอนขนาด 75 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน ขนาด 100-120 ตารางเมตร, 3 ห้องนอน ขนาด 167-172 ตารางเมตร และห้องดูเพล็กซ์สุดหรู ขนาด 301–313 ตารางเมตร
Amar Lalvani กล่าวทิ้งท้ายว่าโครงการ The Standard Residences จะหยิบยกเอาจุดเด่นด้านดีไซน์ของโรงแรม The Standard ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่ดูสนุกสนาน การผสมผสานโทนสี การเลือกสรรวัสดุ และเตียงนอนที่นุ่มสบาย มาต่อยอดกับบริการอันเป็นเอกลักษณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสร้างประสบการณ์พักผ่อนที่แตกต่าง ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้าพัก
"นอกจากนี้เรายังมี Friend with Benefits ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เพิ่มประสบการณ์กับแบรนด์ The Standard ให้กับผู้ซื้อทั้ง 2 โครงการ โดยจะได้รับสิทธิพิเศษถึง 3 รูปแบบ อันได้แก่ ส่วนลดห้องอาหาร 10-15% สำหรับร้านอาหารของโรงแรมในเครือ The Standard และ The Peri Hotel ในประเทศไทย และส่วนลดห้องพักในเครือ The Standard ทั่วโลกสูงถึง 25% โดยปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งหมด 20 แห่งทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอีเวนท์ตามแบบฉบับสแตนดาร์ดไม่ว่าจะเป็นส่วนลด การซื้อบัตรเข้าร่วมงานในราคาพิเศษ และการได้รับเชิญมาเป็นแขกพิเศษในงานอีกด้วย”
