ต้นปีที่ผ่านมา Sony เพิ่งเบียดแซงคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Nikon ขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาด Full-Frame Interchangeable Lens Camera (กล้องดิจิตอลฟูลเฟรมแบบเปลี่ยนเลนส์ได้) ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผลสำเร็จ โดย Sony มีตัวเลขการขายในตลาดนี้เติบโตสูงถึง 23% ขณะที่ตลาดรวมมีการเติบโตเพียง 5% แต่ถ้าตัดยอดขายของ Sony ออกไปตลาดรวมจะติดลบ 2% ทันที
นั่นหมายความว่า ยอดขายกล้อง Mirrorless ของ Sony ในรุ่นเรือธงคือ α7RII and α7SII นั้นมีตัวเลขสูงมากจนมีอิทธิพลต่อตลาดรวมของตลาดกล้องในสหรัฐอเมริกา
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เมื่อคืนที่ผ่านมา Sony ได้มีการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ล่าสุด คือ Alpha 9 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความสนใจของคนที่ชอบถ่ายภาพทั่วโลก
Sony α9 ถือเป็นกล้อง Mirrorless แบบ Full-Frame รุ่นเรือธงที่มีจุดขาย คือประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ คือสามารถถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 20 ภาพต่อวินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 241 ภาพเมื่อบันทึกเป็น RAW และ 362 ภาพ เมื่อบันทึกเป็น JPEG ซึ่งความสามารถระดับนี้ถือว่าสูงกว่ากล้อง DSLR ที่ใช้ระบบกระจกสะท้อนแสงเสียอีก
โดย Sony เลือกเอาเซ็นเซอร์ความละเอียดแค่ 24 ล้านพิกเซลแบบ Stack CMOS แทนที่จะใช้เซ็นเซอร์ขนาด 42 ล้านพิกเซล เหมือนในรุ่น α7 เพื่อทำให้สามารถอ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความเงียบ ที่ความเร็วสูงสุดถึง 1/32,000 วินาที แต่ยังคงมีชัตเตอร์แบบกลไกให้เลือกเปิดใช้งาน และสามารถถ่ายวิดีโอความชัดระดับ 4K
ส่วนเรื่องของระบบโฟกัสที่มักจะเป็นข้อด้อยของกล้อง Mirrorless ในรุ่น α9 Sony ใช้จุดโฟกัสแบบ Phase Detection จำนวน 693 จุด ครอบคลุม 93% ของพื้นที่ และใช้ช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ 1280 x 960 พิกเซล ที่ความถี่ 120fps ในเรื่องของหน่วยความจำกล้องรุ่นนี้มีช่องเสียบ SD Card มาให้ 2 Slots โดยมีช่องหนึ่งที่รองรับการ์ดความเร็วสูงระดับมาตรฐาน UHS-II
ที่ผ่านมามักจะมีข้อถกเถียงกันในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานของกล้อง DSLR และ Mirrorless อยู่เสมอในวงการช่างภาพว่า กล้อง 2 แบบนี้อย่างไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน แน่นอนว่ากล้อง DSLR นั้น ใช้การมองผ่านปริซึมมายังช่องมองภาพ ซึ่งทำให้ตัวกล้องและเลนส์มีขนาดใหญ่ตามไปด้วย แต่ก็แลกมากับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า