ถือเป็นอีก 1 กลยุทธ์ในการต่อภาพให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าก้าวข้ามจากแค่การเป็นยานพาหนะขนคนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง มาเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับกลยุทธ์ตัวอื่นๆ ทั้งในเรื่องของการนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ ที่เน้นไปที่การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยใช้ทั้งเรื่องของการดีไซน์ และกิจกรรมการตลาดเข้ามาเป็นตัวต่อยอด ทำให้ภาพของการเป็นไลฟ์สไตล์ โปรดักท์ของฮอนด้าชัดเจน และลงตัวมากยิ่งขึ้น
ในฐานะเบอร์ 1 ของตลาดที่มีส่วนแบ่งในมือค่อนข้างมาก ฮอนด้าไม่เพียงแค่รักษาส่วนแบ่งตลาดของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องทำหน้าที่ผู้นำตลาดที่ดีด้วยการขยายฐานตลาดให้ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อมองเข้ามาที่ภาพรวมของตลาดแล้วจะพบว่า ตัวเลขรถมอเตอร์ไซค์สะสมของบ้านเรามีเกิน 14 – 15 ล้านคันไปแล้ว ซึ่งตัวเลขรถสะสมที่ขึ้นไปสู่ระดับดังกล่าวถือว่าใกล้เคียงกับการอิ่มตัวของตลาด จึงไม่มีอะไรดีไปกว่า การขยายฐานการใช้ให้มากขึ้น
กลยุทธ์นี้ จะทำให้ครัวเรือนแต่ละครัวเรือนมีรถมอเตอร์ไซค์มากกว่า 1 คัน รถมอเตอร์ไซค์คันแรกจะเป็นรถที่ใช้ทั้งครอบครัว ส่วนใหญ่จึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในเซ็กเม้นต์ครอบครัวเป็นหลัก
ส่วนรถคันที่ 2 หรือ 3 ในบ้าน จะเป็นรถของวัยรุ่น หรือสมาชิกในบ้าน ซึ่งถ้ามีกำลังซื้อเอง เพราะมีงานทำ ก็อาจจะเล่นรถรุ่นที่ตัวเองชอบ แม้จะมีราคาแพงขึ้นก็ตาม โอกาสในการขายจึงอยู่ตรงนั้น
สิ่งที่ฮอนด้าทำก็คือการออกรถมอเตอร์ไซค์ไม่ต่ำกว่า 10 รุ่นในแต่ละปี รวมๆ กันแล้ว มีให้เลือกถึง 30 รุ่น ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตที่มีรถอยู่ในตลาดไม่เกิน 5 – 6 รุ่นเท่านั้น
การมีรถมอเตอร์ไซค์หลายหลายรุ่น ทำให้สามารถครีเอทดีมานด์ใหม่ๆ ขึ้นมาได้ โดยเฉพาะเมื่อเอาไลฟ์สไตล์เข้ามาเป็นตัวผลักดันตลาด ทำให้เกิดรถมอเตอร์ไซค์ประเภทใหม่ๆ ตามมามากมาย และเมื่อเทรนด์กำลังไปที่บิ๊กไบค์ ฮอนด้าก็ไม่ทิ้งบทบาทผู้นำด้วยกาทำตลาดในลักษณะที่คล้ายๆ กัน
ทั้งหมดนั้น ประกอบเข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนให้ฮอนด้ายังคงเป็นเบอร์ 1 ของตลาดมอเตอร์ไซค์แบบยืนยง คงทน ยาวนาน......