ร้านอาหารเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่การทำธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
งานสัมมนา “สายลับจับเทรนด์” เรียนรู้ลูกค้าและคู่แข่งผ่าน Social Monitoring ที่จัดโดยบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด และเพจ Torpenguin ที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับเคล็ดลับการทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ จากผู้เชี่ยวชาญการทำร้านอาหารมาให้ความรู้ถึง 3 ท่าน คือ ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin และร้านอาหาร Penguin Eat Shabu, อรรถกร รัตนารมย์ ผู้ก่อตั้ง BEARHOUSE และ ปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร ผู้ก่อตั้ง YUZU GROUP ที่มาเปิด “เคล็ดไม่ลับ เปิดร้านอาหารให้ปัง” ทำยังไงไห้รอด หาจุดเด่น วิเคราะห์คู่แข่ง และให้รู้จักมุมมองธุรกิจจริงๆ
และนี่คือเคล็ดลับจาก 3 กูรู ที่ทีมงานสรุปมาให้แล้ว
1. แยกความชอบกับธุรกิจ
การทำสิ่งที่ชอบมาทำให้เป็นอาชีพที่คิดว่าได้มีความสุขในการทำงานทุกๆ วัน แต่จริงๆ แล้วนั้นธุรกิจมีความละเอียด อ่อนกว่านั้นมาก การมีแค่ความชอบ (Passion) นั้นก็ดีแต่มันอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เป็นธุรกิจ ชอบแต่อาจจะยังรู้ไม่ลึก และความชอบที่เราชอบถ้าเราเอามาทำเป็นธุรกิจแล้ว ความชอบเราจะหายไปและกลายเป็นไม่ชอบอีกเลย
2. ทำในสิ่งที่เกลียดบ้าง
ในมุมมองของธุรกิจ เราเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบไม่ได้ เราต้องออกจาก Comfort Zone เดิมๆ เช่น ถ้าในยุคนี้คุณทำธุรกิจร้านอาหารแต่ไม่ชอบเล่น TikTok แต่เทรนด์อาหารใน TikTok บูมมาก เจ้าของร้านก็ควรต้องหันมาเล่น หรือจ้างคนมาทำ TikTok ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจต้องทำทุกอย่างที่สำคัญกับธุรกิจ ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เกลียดก็ต้องทำ

3. ศึกษาคู่แข่งเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรา การวิเคราะห์คู่แข่งที่ถูกต้อง จับมวยให้ถูกคู่ ศึกษาข้อมูลดีๆ เปรียบเทียบกับธุรกิจของตัวเองว่ามีส่วนไหนที่ด้อยกว่าก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้ดีขึ้น หรือจุดเด่นของธุรกิจคืออะไรก็ยิ่งต้องพัฒนาให้เหนือกว่า แต่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีล้นจนเกินพอดี การเลือกโฟกัสเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเราจะได้ประโยชน์สูงสุด เช่น ถ้าธุรกิจของเราคือร้านชานมไข่มุกที่ซอยลาซาล ก็ควรเปรียบเทียบโปรโมชั่นกับร้านในบริเวณใกล้เคียง ไม่ต้องเปรียบเทียบไปไกลถึงสยามหรือเชียงใหม่
4. หา Unique Selling Point ให้เจอ
Unique Selling Point มีความสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจ การมีจุดขายที่ไม่ซ้ำใคร มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีจุดยืน ทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันมากกว่าคู่แข่ง แต่ควรมุ่งทำแค่จุดเดียวก่อน และดึงจุดเด่นมาให้ดีที่สุดถ้าธุรกิจของเราติดตลาดแล้ว ค่อยทำจุดขายหลายๆ อย่าง เพื่อดึงลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มขึ้น
5. ลงทุนเรื่อง Data และ CRM
Data คือตัวช่วยที่มอบข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ ต่อธุรกิจทำให้เราเห็นภาพรวมของลูกค้าได้มากขึ้น แนวโน้ม ความ ชอบ พฤติกรรม ทำไมถึงเลือกซื้อ แนวโน้มการซื้อครั้งต่อไป การนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ของลูกค้า ปรับเปลี่ยนและติดตามเทรนด์ได้อย่างรวดเร็ว กำหนดทิศทางธุรกิจได้ง่ายด้วย
CRM คือระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากต่อธุรกิจ เป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นที่เก็บข้อมูลเดียวเพื่อนำกิจกรรมด้านการขาย การตลาด การสนับสนุนลูกค้ามารวมกัน และปรับปรุงเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เพิ่มความสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น เพื่อโอกาสหาลูกค้ารายใหม่
ซึ่งในปัจจุบันทั้ง Data และ CRM สามารถเริ่มต้นทำแบบ Outsource โดยไม่ต้องลงทุนเอง และค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ไม่สูงมาก
6. ครัวกลางจำเป็นหรือไม่?
ครัวกลางคือสถานที่เตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหารหรือส่วนประกอบให้กับสาขาต่างๆ สาขาไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบเอง เบาแรงพนักงาน หาซัพพลายเออร์และจัดการวัตถุดิบได้ง่ายกว่า ซึ่งทำไห้สาขาทำงานได้เร็วขึ้น และสามารถควบคุมมาตรฐานให้ดีที่สุดและเหมือนกันที่สุด แต่ข้อเสียก็มีคือระบบครัวกลางเป็นอะไรที่ไม่ควรทำ มันเพิ่มต้นทุน ค่าขนส่ง นอกจากจะมีสาขาที่เยอะมากๆ
เพราะฉะนั้นการทำโมเดลครัวกลางจึงต้องขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ซึ่งอาจจะจำเป็นหรือยังไม่จำเป็น และอาจทำได้หลายรูปแบบ ทั้งเตรียมวัตถุดิบ, เตรียมเครื่องปรุงสำเร็จรูป, ปรุงอาหารไปก่อนส่วนหนึ่ง หรือทำแบบครบวงจร

7. เมื่อไหร่ควรขยายสาขา? คุณต่อ Penguin Eat Shabu กล่าวถึงวิธีการขยายสาขาของร้าน Mo-Mo-Paradise ให้ฟังว่า มีวิธีการขยายสาขาจาก 3 ปัจจัย คือ
-เงินพร้อม การมีการเงินที่พร้อมแล้ว คือมีกระแสเงินสดเพียงพอ ไม่ต้องมาหมุนเงิน และมีกำไรอย่างต่อเนื่อง ถือว่าสถานการณ์ทางการเงินดี
-คนพร้อม การมีพนักงานที่พร้อมต่อการเพิ่มสาขา เพียงพอ และมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าจะขยายสาขาทุกครั้งต้องดึงคนเก่งๆ จากสาขาอื่นๆ มา
-แบรนด์พร้อม แบรนด์ต้องเป็นที่รู้จักแล้ว ถ้าไม่ใช่การเพิ่มสาขาก็จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจ และสาขาที่ขยายสาขาแล้ว สาขาอื่นยังต้องเติบโตอย่างต่อเนื่อง
8. เมื่อยอดขายตกควรทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่ต้องทำคือสำรวจดูค่าใช้จ่ายก่อน เพราะรายได้ควบคุมไม่ได้ รายจ่ายควบคุมได้ การสำรวจทำได้จากการดูดาต้าทั้งออฟไลน์ออนไลน์ ว่ามีปัญหาอะไรกับหน้าร้าน หรือผลิตภัณฑ์หรือไม่ ต้องรีบหาให้เจอจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และต้องดูว่ายอดตกทั้งหมด หรือตกแค่บางสาขา หรืออาจดูจากตลาดใกล้เคียงประเภทเดียวกัน ถ้าตกจากค่าเฉลี่ยก็อาจจะเกิดจากปัจจัยภายใน ต้องหาให้เจอว่าเกิดจากอะไร จะได้แก้ปัญหาที่ตรงจุด
9. มองผลประกอบการที่ยั่งยืน
อย่าโฟกัสผลกำไรที่ฉาบฉวย ต้องวิเคราะห์หาผลค่ากลางของกำไรที่มั่นคง เพื่อจะได้รู้สถานการณ์ในธุรกิจตอนนี้และ จะคาดการณ์รายได้ในอนาคตได้ รายได้ ลบรายจ่าย เท่ากับผลกำไรเสมอ และผลกำไรนี้เองจะเป็นตัวการันตีความสำเร็จของธุรกิจ
