หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน ภาพจำของใครหลายคนสำหรับรองเท้า New Balance ก็คือรองเท้าวิ่งสไตล์เชยๆ ที่คนรุ่นพ่อนิยมสวมใส่ ถ้านึกไม่ออกก็ลองเปิดวิดีโอในยูทูบในวันที่สตีฟ จ็อบส์ เปิดตัวไอโฟนเป็นครั้งแรก กับเสื้อคอเต่าสีดำ กางเกงยีนส์ และรองเท้า New Balance ซึ่งกลายมาเป็นความคูลแบบใหม่สำหรับคนในเจนเนอเรชั่นต่อมาจนกลายเป็นกระแสความนิยมไปทั่วโลก เติบโตขึ้นมาเบียดแข่งกับเจ้าตลาดอย่าง Nike หรือ Adidas ได้
และล่าสุดในปีที่ผ่านมา New Balance ก็สามารถทำยอดขายทั่วโลกได้สูงถึง 6.5 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 23% ความน่าสนใจมากกว่านั้นก็คือยอดขายที่ว่าไม่ใช่แค่ยอดขายจากรองเท้าเท่านั้น แต่ยังเป็นยอดขายที่มาจากฝั่งเสื้อผ้าถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย เท่ากับว่าความนิยมของ New Balance เริ่มแผ่ขยายไปยังเสื้อผ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ย้อนไปที่จุดเริ่มต้น แบรนด์ New Balance มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย William J. Riley ในปี 1906ที่เมืองบอสตัน เริ่มต้นจากการทำธุรกิจผลิตแผ่นรองในรองเท้า ที่ช่วยให้สวมใส่รองเท้าได้สบายขึ้น ก่อนจะเริ่มผลิตรองเท้าขึ้นครั้งแรก ในปี 1938 แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ฮิต จนเมื่อ Jim Davis เข้ามาซื้อกิจการต่อในปี 1972 และเริ่มพัฒนา New Balance ให้เป็นรองเท้าวิ่งที่มีประสิทธิภาพ จนรองเท้า New Balance รุ่น 320 สามารถคว้าอันดับ 1 ในตลาดรองเท้าในสหรัฐอเมริกา และทำให้แบรนด์ New Balance กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก พร้อมด้วยสัญลักษณ์ตัว N ที่เราคุ้นเคยกันดีในแบบปัจจุบันนี้
จากแบรนด์ที่เน้นเรื่องการวิ่ง อะไรที่ทำให้ New Balance กลายเป็นไอเทมฮิตในสายแฟชั่นอย่างตอนนี้?
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ New Balance กลับมาฮิตมากกว่าสมัยก่อตั้งแบรนด์แรกๆ ก็เพราะว่าเทรนด์ Old School ที่กลับมา จะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมารองเท้ารุ่นคลาสสิกต่างๆ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งไม่เพียงแค่ New Balance เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง Adidas Samba หรือ Nike ที่นำเอาโมเดลเดิมกลับมาทำใหม่อีกครั้ง ในขณะที่ New Balance เองก็โฟกัสกับการนำเอารุ่นคลาสสิกของแบรนด์ตัวเองกลับมาทำใหม่เช่นเดียวกัน โดยเน้นที่คุณภาพและงานที่เนี้ยบละเอียดมากกว่าความหวือหวาของดีไซน์
มากไปกว่านั้นก็คือการทำงาน Collaboration กับแบรนด์แฟชั่นที่ได้ชื่อว่าเป็นหน้าใหม่ที่สุดคูลอย่างMowalola, Auralee หรือแม้กระทั่ง Miu Miu รวมไปถึงคนดังที่เป็นผู้นำแฟชั่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่แม้ไม่แมส แต่สามารถเพิ่มความคูลให้กับ New Balance ทั้งนักร้องและนักแสดง Donald Glover ในรุ่น RC30 ดีไซเนอร์ Joe Fresh Goods ในรุ่น 9060/550 หรือแร็ปเปอร์ Aimé Leon Dore ในรุ่น 991 และดีไซเนอร์รองเท้า Salehe Bembury ในรุ่น 990v2
นอกจากนี้ New Balance ยังมีแอมบาสเดอร์ทั่วโลกถึง 350 คน ที่ช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้นดูคูลมากขึ้น ซึ่งทำให้ยอดการซื้อผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์กว่า 63% เป็นลูกค้าที่ซื้อ New Balance ครั้งแรกอีกด้วย เรียกได้ว่ายุทธศาสตร์การตลาดของ New Balance นั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยไม่ต้องลงทุนโฆษณามากมายหรือใช้พรีเซ็นเตอร์ระดับโลกแต่อย่างใด
โดยในปี 2024 นี้ New Balance ตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดช็อปเพิ่มอีก 90 ร้านทั่วโลก และรีโนเวทร้านใหม่ที่มีอยู่ทั้ง 50 ร้านทั่วโลกอีกด้วย
อ้างอิง https://hypebeast.com/2024/2/new-balance-2023-revenue-sales-increase https://www.highsnobiety.com/p/heres-new-balance-dominating-right-now/ https://www.gq.com/story/new-balance