Disney ยอมรับ Disney+ (ดิสนี่ย์พลัส) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของบริษัท ล้าหลัง Netflix ซึ่งมีสถานะเป็นเหมือน “Gold Standard” ของอุตสาหกรรม ทั้งๆ ที่เปิดตัวมาแล้วถึง 5 ปี
วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2024 (เวลาสหรัฐ) งาน Morgan Stanley Technology, Media and Telecom ConferenceBob Iger ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Disney แสดงความเห็น และเปิดเผยแผนปรับปรุงแพลตฟอร์มการสตรีมวิดีโอ มีทั้งการอัพเดทเทคโนโลยีของแพลตฟอร์ม Restructure องค์กร และรวม Disney+ และ Hulu เป็นแอปเดียว
Hulu และ Disney+ เป็นบริการสตรีมมิ่งที่มีจุดเด่นและเนื้อหาต่างกัน Hulu เป็นบริการสตรีมมิ่งแบบออนดีมานด์ที่มีทั้งแบบเสียเงินและแบบฟรี เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่าง Comcast, NBC Universal, The Walt Disney Company, 21st Century Fox และ Warner Media เน้นเสนอรายการทีวี ซีรีส์ ภาพยนตร์ และรายการสด
ส่วน Disney+ เป็นบริการสตรีมมิ่งที่เปิดตัวในปี 2019 เน้นเนื้อหาสำหรับครอบครัว นำเสนอภาพยนตร์และรายการทีวีจาก Disney, Pixar, Marvel, Lucasfilm, National Geographic และ 20th Century Studios
ปี 2021 Disney ใช้งบ 8,610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 310,175 ล้านบาท) ซื้อหุ้นทั้งหมดของ Hulu จาก Comcast
Iger กล่าวว่า เหตุผลหลักที่ Disney+ ล้มเหลว ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งเป็นเพราะเทคโนโลยียังล้าหลัง เทียบไม่ได้กับ Netflix โดยเฉพาะเรื่องการทําให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและสมัครรับข้อมูล
"ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนการสร้าง และพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดนั้น เราต้องอยู่ระดับเดียวกับ Netflix ในแง่ของความ สามารถด้านเทคโนโลยี"
เขาเสริมว่า จุดอ่อนเรื่องเทคโนโลยี ส่งผลให้ดิสนีย์ใช้งบการตลาดเพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่มากกว่า Netflix นอกจากนั้น Churn Rate หรืออัตราที่ลูกค้าออกจากระบบของ Disney+ ก็สูงกว่าที่ควรจะเป็นด้วย
นอกจากปรับปรุงเทคโนโลยีแล้ว Iger กล่าวว่า บริษัทได้วาง Disney+ ไว้ภายใต้โครงสร้างการจัดการใหม่ ในปี 2023 Iger แต่งตั้ง Alan Bergman และ Dana Walden เป็นประธานเจ้าหน้าที่ด้านการบันเทิงใหม่ของบริษัท ดูแลธุรกิจ Streaming การสร้างเนื้อหาทางทีวีและภาพยนตร์
"การเปลี่ยนแปลงนี้สําคัญมากเพราะการสตรีมเป็นทางสร้างรายได้ ซึ่งจะทำได้ด้วยวิธีที่ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น"
Iger เพิ่มเติมว่าการรวม Disney+ และ Hulu ซึ่งบริษัทเทกโอเวอร์เข้ามาเมื่อปี 2019 ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชม บริษัทเริ่มทดสอบบริการที่ควบรวมนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2023 ผลที่ได้น่าพอใจเพราะ Churn Rate ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กำไรเริ่มดีขึ้น
แผนของ Iger เกิดขึ้นเพราะมีข้อมูลว่าบริการสตรีมวิดีโอทั้งหมดในอุตสาหกรรมกําลังต่อสู้อย่างหนักกับอัตรา Churn Rate ที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก Antenna บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจ Streaming ระบุว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเป็น 5.5% หมายความว่า แม้ทั้งระบบจะมีการสมัครสมาชิกรวม 164.7 ล้านครั้ง แต่ลูกค้ายกเลิกใช้บริการก็มีถึง 140 ล้านครั้ง โดย Disney+ และ Hulu เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
Disney+ และ Hulu จบปี 2023 โดยลูกค้าจำนวนมากยกเลิกการเป็นสมาชิกแบบชําระเงิน ทั้งนี้ ช่วงไตรมาสสุดท้าย สมาชิก Disney+ ลดลง 7% จาก 160 ล้านคน เหลือเพียง 150 ล้านคน ส่วนสมาชิกของ Hulu ลดลง 3% เหลือเพียง 48 ล้านคน เทียบกับ Netflix ซึ่งมีสมาชิกแบบชําระเงินเพิ่มขึ้น 13% เป็นประมาณ 260 ล้านคน
ที่มา Yahoo Finance